ความเห็นล่าสุด


info. Graphics แสดงถึงขั้นตอน เอกสาร ระยะเวลา การขออนุญาตก่อสร้างในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ by kmteamaga caat……แบบคำขออนุญาตก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (CAAT-AGA-AL-015)https://www.caat.or.th/wp-content/uploads/2019/08/แบบคำขออนุญาตก่อสร้างฯ.pdfแบบคำขอตรวจสอบความสูงภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (CAAT-AGA-AL-014)https://www.caat.or.th/wp-content/uploads/2019/08/แบบคำขอตรวจสอบความสูง.pdf

ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยและความตระหนักรู้แก่กิจการอุตสาหกรรมการบินและคนทำงานรุ่นใหม่ๆร่วมกันครับ

In the early 1980s Honda had moved to localize production in the U.S., in keeping with the philosophy of “building products in the markets where they are sold.” Subsequently, Honda of America Manufacturing (HAM) turned out the first locally made second-generation Accord in November 1982. In fact, this was the first car Honda produced in the U.S.

Honda began exporting the HAM-manufactured Accord Coupe to Japan in 1988. As the first Japanese nameplate U.S.-made car imported to Japan, the move was reported in a sensational manner by the world’s media. In the first year alone, more than 10,000 U.S.-made Accords were imported and sold in Japan. The U.S.-version Accord wagon, which began importing to Japan in April 1991

Accord coupe 1988 , Aerodeck Export 1991

ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ฮอนด้าได้ย้ายไปตั้งวงการการผลิตในสหรัฐฯให้สอดคล้องกับปรัชญา “การสร้างผลิตภัณฑ์ในตลาดที่พวกเขาขาย” ต่อมาฮอนด้าออฟอเมริกาแมนูแฟคเจอริ่ง (HAM) ได้เปิดตัว Accord รุ่นที่สองที่ผลิตในประเทศในปีพ. ศ. 2525 ในความเป็นจริงแล้วนี่เป็นรถฮอนด้าคันแรกที่ผลิตในสหรัฐฯ

นอกจากการผลิตแล้วฮอนด้ายังให้ความสำคัญกับกิจกรรมการวิจัยและพัฒนาด้วยการปรับโครงสร้างสาขาการวิจัยและพัฒนาในแคลิฟอร์เนียและจัดตั้ง บริษัท ฮอนด้ารีเสิร์ชออฟอเมริกาอิงค์ (HRA) ในเดือนกันยายนปีถัดไป รถเก๋ง Accord สองประตูซึ่งการผลิตเริ่มต้นที่ HAM ในปีพ. ศ. 2531 ได้กลายเป็นแบบจำลองที่พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกของ บริษัท โดยใช้กระบวนการออกแบบทั้งหมดที่ดำเนินการโดย HRA หลังจากที่มีรถสองประตูฮอนด้าได้พัฒนา Accord wagon 5 ประตูในปีพ. ศ. 2534 ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของ HRA ซึ่งทำให้ครอบครัวแอคคอร์ดในสหรัฐฯขยายออกไป

ฮอนด้าได้เริ่มส่งออก Accord Coupe ที่ผลิตโดย HAM ไปยังประเทศญี่ปุ่นในปีพ. ศ. 2531 ในฐานะที่เป็นรถคันแรกของญี่ปุ่นที่ผลิตในสหรัฐฯที่นำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นการย้ายดังกล่าวได้รับการรายงานโดยสื่อต่างๆของโลก ในช่วงปีแรก ๆ เดียวมีการนำเข้าและจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 10,000 สัญญา รถ Accord ของสหรัฐฯซึ่งเริ่มนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นในเดือนเมษายนปี 1991 กลายเป็นรูปแบบที่เป็นที่นิยมเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของบูม RV (รถเพื่อการสันทนาการ) ใหม่ในญี่ปุ่น ดังนั้นยอดขายของเกวียนแปรปรวนเกินกว่าเป้าหมายเริ่มต้นที่ 5,000 หน่วยต่อเดือน

ในอดีต รถญี่ปุ่นนี่ละ โค่นรถยุโรป เยอรมันมาหมดละ Honda เคยได้ F1 , Nissan ก็กวาดไปไม่รู้กี่ถ้วย NSX Gen1 นี่ก็เป็นรถที่สอนเฟอรรารี่เลย ว่า Supercar มันควรจะเป็นรถแบบไหน ยุคนั้น Fer นี่ยังเป็น 355 อยู่เลยมั้ง ถ้าผมจำไม่ผิด Lemans ปีล่าสุดนี่ เหมือนโตโยต้าตาม Porsche นิดเดียวเอง ดันมามีปัญหาเสียก่อน GTR ทุก Gen นี่ก็สมญานาม Godzilla เดินหน้าฆ่าทุกค่ายมานานละ

Generation ที่ 3 (รุ่นปี พ.ศ. 2529-2532)ฮอนด้า แอคคอร์ด โฉมที่ 3

โฉมที่ 3 นี้ ผลิตมาทั้งสิ้น 4 รุ่นปี ตั้งแต่รุ่นปี พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2532 เปิดตัวครั้งแรกมิถุนายน1985ที่ญี่ปุ่นในยุโรปและอเมริกาตามมาภายหลังนักเลงรถบ้านเราเรียกว่ารุ่นท้ายดำแดงสองชั้นใช้แพลตฟอร์มเดียวกับโดยรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ใช้ช่วงล่างดับเบิลวิชโบนอิสระทั้ง4ล้อและมีระบบเบรกABSให้เลิอกด้วยในรุ่นดิสก์เบรก4ล้อเป็นรุ่นเดียวที่ไฟหน้าเป็นไฟแบบpopupรุ่นแรกและรุ่นเดียวแต่รุ่นที่ขายในไทยเป็นแบบธรรมดามีรุ่นเครื่องยนต์ 1600cc 1800ccและ2000cc นอกจากนี้ยังมีตัวถังหลายแบบ3ประตูhatchback 3ประตู shootingbrake เรียกว่า Accord Aerodeck และ2ประตู มาในปี 2530 และขายกันถึงปี 2532 ได้รับรางวัลรถยนต์นั่งยอดเยี่ยมแห่งปีของญี่ปุ่นประจำปี 2529 อีกด้วย

ในไทยนั้นเป็นเครื่อง2000cc (1955cc)105แรงม้า โดยมี 2 แบบ คือ

LX เกียร์ธรรมดา 5 สปีด กระจกหน้าต่างและกระจกส่องข้างแบบปรับมือ ล้อกระทะเหล็ก 13 นิ้วพร้อมฝาครอบ ยางขนาด 185/70R13EX เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด กระจกหน้าต่างไฟฟ้าและกระจกส่องข้างปรับไฟฟ้า ล้อกระทะเหล็ก 13 นิ้วพร้อมฝาครอบ ยางขนาด 185/70R13 (เฉพาะรุ่นท้ายๆ จะได้ล้อแม็กนีเซียมอัลลอย 14 นิ้ว ยางขนาด 195/60R14)

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองรุ่น จะได้พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรง, เซ็นทรัลล็อก, ไฟส่องข้างประตู, เสาอากาศไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นความล้ำหน้าในเทคโนโลยีไม่น้อย ส่วนเบาะจะเป็นเบาะสังเคราะห์ หรือเบาะหนังเทียม (ไวนิล) รอบคันแม้แต่รุ่นท็อป ซึ่งเป็นจุดอ่อนเนื่องจากคู่แข่งใช้เบาะกำมะหยี่หรูหรากว่า

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่มาของระบบครับ ขออนุญาตนำไปอ้างอิงเพื่อ ลปรร. ในเวบ gotoknow.org นี้เพื่อให้เข้าใจที่มาของระบบประเมินสมรรถนะครับอาจารย์

.........บทความนี้จะได้ปรับปรุงรายละเอียด บางอย่างเพิ่มเติมครับ จะแจ้งให้ทราบในโอกาส (Revision1.1) ต่อไปติดตามครับ
..... สำหรับสนามบินที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรับรอง และที่เข้าสู่แต่ยังมิได้ใบร้บรอง ก็จะใช้เป็นตัวอย่างในการจัดทำ คู่มือสนามบินหัวข้อ 4.8 ให้สมบูรณ์ครบถ้วนขึ้นได้ครับ

..ดังกว่าดาราตอนนี้ก็มีแค่เปรี้ยว เอิร์น แจ้ วศิน ทำกรรมหนักก็นอนไม่หลับทุกข์ทรมานและแก้กรรมก็ไม่ได้ สมัยก่อนหรือบางประเทศในสมัยนี้ จะถูกตัดสินโดยชุมชน ผู้ก่อกรรมก็จะถูกปาหินใส่จนตาย ส่วนฆาตกรข่มขืนก็จะถูกไม้เสียบก้นทรมานจนตาย ก็มีให้เห็น

......จะยุติธรรมคนก่อต้องได้รับกรรมที่ทุกข์ทรมานที่เท่าๆกัน หรือทรมานมากกว่า ผู้ตาย พ่อแม่ผู้เสียชีวิตถึงจะยอมรับได้ และจะไม่มีใครกล้าทำพฤติกรรมที่รุนแรง ...หากทำโทษผู้ทำผิด ให้หนักเท่าๆพฤติกรรมของผู้ก่อ ประจานเตือนสติคนอื่นๆ คนอื่นๆก็จะตระหนักถึงความรุนแรงที่ตนเองจะได้รับในอนาคต....
......คนเรา.. พอตระหนักสำเหนียกก็จะเกรงกลัวความเจ็บปวดทรมาน ทางกาย (คนส่วนใหญ่ไม่เคยติดคุก สำเหนียกแค่ว่า ติดคุกแต่ทรมานทางกาย) และสติจะมาเร็วขึ้น ความคิดที่สองจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น (ความหุนหันพลันแล่น ด้วยโมหะจะเกิดสั้นกว่าเดิม ตั้งสติได้เร็้ว)
........Impassivity ทำตามอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติ(ขาดเหตุผลมาควบคุมอารมณ์)....
...... เหตุเพราะตนได้เคยสำเหนียกกับการเห็น ผลกรรม หรือเห็นนรก (จำภาพนั้นได้ขึ้นใจ นึกก็เห็นเป็นภาพ ภาพมันติดตา ภาพทุกขกิริยามันถูกเมมไว้ในสมองเรียบร้อยแล้ว มโนผัสสะ) แล้ว พระพุทธเจ้าถึงได้ เปิดโลกนรก สวรรค์ให้คนผู้หลงโมหะ หลงรูป หลงกิเลสอยาก ได้รีบสำเหนียก กลัวความทรมาน และเร่งทำบุญ ละเว้นบาป อย่าได้เสียเวลาลังเลสงสัย วิจิกิจฉาเรื่องกรรมอีกต่อไป
........สำเหนียก ตระหนัก ในที่นี้หมายถึง ขณะที่ทำกิจกรรมหนึ่งแล้วสมองคิดวิเคราะห์ถึงผลลัพธ์ ประเมินไว้ล่วงหน้า แล้วปรับแก้ ปัจจุบันทันที ไม่ให้เกิดผลเสียหาย หรือทำอย่างระมัดระวังสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกันด้วยความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง (PDCA MGt of Change Contingencyplan)

..ทำไมถึงต้องอำพราง(หั่น)ศพ

1.กลัวได้รับโทษรุนแรง ทำไมทำรุนแรง บีบคอด้วยอารมณ์เลยหนักมือ ทำไมทำด้วยอารมณ์ เพราะโกรธ โมโห ได้ยินว่าถ้าเราไม่ตายมรึงตาย ทำไมสมองสั่งให้ เจตนาบีบเพื่อให้ตาย เพราะสมองคิดว่า ถ้าทำไม่ตาย ตนเองจะตาย เลยทำเพื่อ ให้ตนเองไม่เสี่ยงที่จะตาย และกลัวว่าตนเองจะ ตายได้อีกในอนาคต จึงเลี่ยงไม่เสี่ยงโดยการ ทำให้เขาตาย ง่ายกว่าที่ตนเอง จะมาหนีกับการไล่ล่าเอาชีิวิต อีกไม่รู้ระยะเวลา จึงเลือกฆ่า ง่ายกว่า เพราะกลัว เขากลับมาเอาคืน ตอนทำเขาไม่กลัวกรรม พอเขาพูดจะทำตนบ้าง ตนกลับกลัวตายขึ้นมาจริงๆ สมองมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรตอนฆ่า มันทำตามอารมณ์ คือ ตายซะจะได้ไม่กลับมาทำร้ายเรา เหมือนตีงูพิษตีจนจาย ตีงูไม่มีพิษตีให้แค่ไม่มีแรงรัด ทำอันตรายก็คงพอ คนร้ายฆ่าผู้อื่นมักจะให้การ ทำนองนี้ ว่าทำเพื่อปกป้องตนเอง แต่ต่างกันตรงที่ ปกปองสิ่งที่จะตามมาในอนาคต มิใช่ปกป้องชีวิตตนเอง ในปัจจุบัน ไปกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด ซึ่งหากมีสติ มากกว่านี้ จะรีบหยุด มอบตัว และขอขมา แต่เพราะเลือกวิธีที่ผิด วิธีที่ง่ายไป ิดว่าอำพรางได้หนีได้รอดได้ แล้วทำพฤติกรรมลบต่อเนื่องๆไปจนตนเองก็ทุกข์เองที่ไม่หยุดเพราะโมหะแค้นไม่ยอมให้อภัย คิดว่าสิ่งต่างๆที่ตนเองกับพวกโดนจับ เป็นเพราะแอ๋ม มิใช่เปนเพราะตนเองทำธุรกิจผิดกฎหมาย .........Resignation รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ทำผิดไม่คิดว่าสาเหตุบางอย่างหรือสาเหตุหลักเกิดจากเรา คิดว่าสิ่งอื่นเป็นสาเหตุหลักและรอง มองไม่เห็นหรือไม่มองความผิดพลาดของตนเอง ที่เราเห็นจุดบอดคนอื่นเห็นได้ง่าย แต่จุดบอดตนเองไม่ได้หันกลับมามองตนเอง จึงไม่ได้รู้จุดอ่อนของตนเอง

สรุป

1.แค้นเพราะคิดว่าสิ่งที่เพื่อนทำเป็นสิ่งผิด ทำให้ตนเองและเพื่อนโดนจับ

2.ไม่คิดว่าตนเองผิดทำธุรกิจผิดกม.

3.บีบคอจนตาย เพราะแค้นมากกลัวในสิ่งที่จะตามมา (กลัวว่าจะถูกเอาคืน ไม่รู้จะแก้ปัญหา หลีกเลี่ยงการถูกเอาคืนอย่างไร เลือกที่จะไม่ให้ตัวเองต้องลำบากหนีการล่า)

4.เลือกวิธีที่ง่ายไปคือฆ่าเสียเขาจะได้ไม่มาฆ่าเราคืน (อารมณ์สัญชาติญานสัตว์ดุร้ายเดรัชฉานล้วนๆ แต่บางทีสัตว์ที่ดูดุร้าย มันก็ไม่ได้สู้กันจนตาย แค่ป้องกันตัว ผู้ต่อสู้มีท่าทีสู้ไม่ได้ ก็เดินจากออกไปแล้ว ก็คือมีลิมิต)

5.พฤติกรรมทำผิดต่อเนื่อง เพราะกลัวได้รับโทษ กลัวติดคุกสูญเสียความอิสระ (ความเกรงกลัวคุกไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม)

6.พฤติกรรมอำพราง หนี ความผิด (ทำอะไรก็ได้ที่คิดได้ขณะนั้น ไม่ให้ใครจับได้)

ผลสุดท้ายก็ต้อชดใช้กรรมที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและ ขาดสติ Impassivity แค้นฝังใจ Resignation คิดว่าความผิดที่ตนทำขึ้น เป็นการลงโทษผู้ที่ผิด ซึ่งจริงๆแล้วตนเองผิดที่ทำธุรกิจผิด กม. เพื่อนทำถูกที่ไปบอกตำรวจ ให้ลงโทษตน ทำผิดจนชิน อะไรมาขวางทางก็ผิดไปหมด ความคิดของกลับตาลบัตรแบบนี้อันตรายต่อสังคมส่วนรวม คือเป็นบัวใต้โคลนตม เห็นกงจักเป็นดอกบัวแล ......

ทฤษฎี ที่ว่า " เลิศ" ประเสริฐหรู

แต่ถ้าอยู่ในตำรา....ค่า....คือ.....ศูนย์

คนฉลาด " ประยุกต์ใช้" ให้เพิ่มพูน

ทวีคูณ สวยเสร็จ เป็น....เพชรงาม

...ถูกและตรงใจมากครัยบ สำหรับคนรักการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้...ขอร่วมอุดมการณ์นี้ด้วยครับ

ท่านสูงส่งแม้สละร่างก็ยังไม่สร้างภาระให้ผู้อื่น

959 วิวแล้วครับ คนสนใจมากจริงๆหวังว่าจะนำการบิรหารแบบนี้ไปใช้ทำงานได้ดีนะครับ

ชลัญธร ยินดีครับ แชร์ต่อๆกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างแวดกว้างได้ครับยินดีครับ

-ครูพีร์- ขอบคุณครับ ผู้เขียนกำลังใจมาเรยครับ

ดร.เป็นผู้นำที่มองการณ์ไกลมาก จนวันดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งท่ามกลางการเจริญเติบโตที่ยิ่งใหญ่และสง่างามครับ ตอนที่ผมเริ่มมีใจรักที่จะแชร์ความรู้ ผมก็เริ่มหาพื้นที่ที่จะนำผู้มีน้ำใจรักที่จะให้ มาพบกัน

และ gotoknow.org ก็เป็นสิ่งที่แสวงหาพบ และก็เริ่มรักและก็มากๆขึ้นในสังคมส่วนนี้ ที่ต่างคนต่างมีใจดีดีมาให้กันและกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุดครับ

ให้ความรักให้ความรู้คือที่สุดของการให้ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนจริงๆครับ


ว่าที่ ร.ต.โสตถิทัศน์ เอี่ยมลำเนา

วิศวกรไฟฟ้าชำนาญการ กรมการบินพลเรือน

มีความหวังที่จะได้เห็นระบบการศึกษา ที่พัฒนา วิธีคิด โดยครูทำหน้าที่เป็น facilitator ให้ผู้เรียน ได้คิดเป็น เรียนรู้เป็น จนมีประสบการณ์ได้ด้วยตนเอง เหมือนฝันเรยครับครู JJ

จังหวัดที่มีประเพณียี่เป็งคงต้องใช้วิธีรนณรงค์ครับ เพราะเป็นประเพณีวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนประเพณีนิยม วิธีคิด ความเชื่อ และขนบธรรมเนียมปฏิบัติต่อๆกันมานาน ต้องใช้เวลาสร้าง วัฒนธรรมความปลอดภัย Safety Culture ขึ้นครับอาจจะช้าแต่ต้องรนณรงค์อย่างต่อเนื่องครับ

ส่วนจังหวัดที่ไม่มีประเพณีนิยมนี้เห็นด้วยนะครับ ที่จะห้ามเด็ดขาด เพราะเป็นการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ดีที่สุดครับ

ส่วนเรื่องการพนันนั้นก็ต้องมีบทลงโทษหนักและเข้มงวดจับปรับขังครับ

ขอบคุณสำหรับความเห็นและรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้หาวิธีที่ดีที่สุด(Best Practice)ที่จะได้นำมาจัดการเคสนี้ร่วมกันครับ


ประเด็นสำคัญ คือ การกำหนดแผน ของการดำเนินการ ให้เป็นระบบ และ มีกลไก ในการนำเครื่องมือ การจัดการความรู้ เช่น Cop มาเสริม ถอดบทเรียน หา ปัจจัยแห่งความสำเร็จ นำมาเล่าเป๋น Success Story Telling เพื่อพัฒนา ตน คน และ งาน แล้วจึงเก็บเป็น "คลังความรู้ หรือ Explicit Knowledge ต่อไป"

ที่อาจารย์กล่าวมาข้างต้น

ยากตรงที่ Cop ต้องช่วยประสานหน่วยเกี่ยวข้อง ทุกหน่วยแก้ไขคู่มือปฏิบัติงานของหน่วยตนเอง  และให้สอดคล้องกับหน่วยอื่น  ในด้านระยะเวลาการดำเนินงานในรอบปี  ให้มีการส่งเรื่องต่างๆให้หน่วยต่างๆได้มีเวลาพิจารณาตรวจสอบให้พอดีกัน กับแผนการดำเนินงานทั้งปี  อีกทั้งต้องวางแผนการใช้ งปม ในการเดินทางไปตรวจสอบ  แต่ละหน่วยที่ต้องเดินทางออกไปร่วมตรวจครับ  คิดว่าอาจารย์คงพอมี ปสก จะแนะนำใน เคสลักษณะนี้นะครับ     

บางครั้งและหลายครั้งเราต้องใช้ไม้แข็ง เรียกสำนึกที่จะปรับเปลี่ยนตัวตนให้ดี ด้วยบทเรียนที่เราจำเป็นต้องให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเอง  การอ่อนไหวเป็นเรื่องจิตใจที่ต้องแยกแยะระหว่างความถูกต้องและความเมตตา  เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด เห็นภาพชัดขึ้นมาทันทีครับ นี่แหละภาระจำยอมของหัวหน้า ก็เพื่ออนาคตของลูกน้องเองนั่นแหละ กว่าลูกน้องจะรู้ก็ต่อเมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่แย่กว่า ก็เมื่อนั้นครับ

สวัสดีครับครู

ร่่างที่ขัดเส้นนั้นใช้ครับ

กำลังแก้ไขการแสดงภาพและคำสั่งขัดเส้นอยู่ครับ

ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจ

ทำให้ผู้เขียนยินดีและมีแรงถ่ายทอดองค์ความรู้กันนิรันดรครับ

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ไอเดียเลยครับ ได้พัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และความกล้าแสดงออก คล้ายกับเกมส์ที่กำหนดชื่อกีฬาและชื่อกิจกรรมนันทนาการมาให้ 20กิจกรรม แล้วให้เด็กๆไปถามเพื่อนๆว่าใครมีความสามารถทำกิจกรรมใดๆ ให้มากที่สุด โดยให้แข่งกับเวลา เป็นการฝึกให้เด็กถามตอบภาษาอังกฤษที่ไม่เบื่อ เหมือนที่ครูขจิต และกัลยาณมิตรของครูทำนี่ใช่เลยครับ 

....ปิยวาจา พาให้ยิ้ม อันอิ่มอุ่น

ยิ้มเมื่อพูด เมื่อรุ่ง เมื่อฟ้าสาง

ยิ้มน้อยๆ พูดน้อยๆ แต่พองาม

ความดีถาม ที่ได้มา ตัวอย่างใคร...

....พูดแต่สิ่ง ดีดี ด้วยจิตใส

พูดด้วยใจ น้ำมิตร คิดดีเสมอ

พูดด้วยรัก พูดด้วยสุข พูดถึงเธอ

พูดเสมอ พูดให้เพราะ ให้เหมาะความ....

.....ดีใจที่พวกเราได้มาเจอกันครับ....

ปิยวาจาการพูดจาให้ประเทืองปัญญาในGotoknow

ปล.มีสองเรื่องครับ เรื่องข้างบนเน้นแรงบันดาลใจให้เข้ามาgotoknow ส่วนเรื่องตรงนี้ (ส่งการบ้านกลุ่ม3)สืบสานต่อมาจาก ลปรร ปิยวาจา ในครั้งนี้ครับ

หลีกเลี่ยงวจีทุจริต 4 อย่าง ก็สร้างพื้นฐานให้มีปิยวาจาได้แล้ว คือ

ไม่พูดโกหก พูดตรง พูดเรื่องจริง

ไม่พูดหยาบคาย แอบด่าในใจ

ไม่พูดเพ้อเจ้อ แอบตลกในใจ

ไม่พูดส่อเสียด แอบอิจฉาตาร้อนในใจ

ตอนนี้ผมเหลือแต่พูดติดตลก ชอบเล่นมุก แบบนี้เข้าข่ายเพ้อเจ้อเปล่าครับ 555

ถ้าใช่ขอตัวไปเลิกก่อนนนน

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี