ผลสำรวจอันดับความพร้อม “การเงินรากหญ้าไทย” ติดโหล่

เขียนโดย โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2554 เวลา 11:04 น.
ผอ.สำนักเศรษฐกิจการคลัง เผยทิศทาง “การเงินรากหญ้า” ลดเหลื่อมล้ำ ปลุกความตระหนักรู้ชาวบ้าน-แรงงานนอกระบบมีภูมิคุ้มกันหนี้ สร้างเครือข่ายองค์กรการเงินฐานราก บูรณาการหน่วยงาน เตรียมเสนอกฎหมายสินเชื่อ-ทวงหนี้ที่เป็นธรรม นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภายหลังสัมมนาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ว่ามีการหารือถึงทิศทางพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน อันเป็นกลไกสำคัญลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน เพื่อเป็นรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็ง โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวโดย 1.ดำเนินนโยบายกระตุ้นการเติบโตและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ผ่านการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ในวงเงิน 1.167 แสนล้านบาท มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน และสนับสนุนให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเร่งขยายการปล่อยสินเชื่อ รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยดำเนินมาตรการไทยเข้มแข็ง 2.ดำเนินนโยบายสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจด้วยการสร้างความเข้มแข็งของระบบ การเงินภาคประชาชน ทั้งการขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบ โครงการหมอหนี้ โครงการสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ ซึ่งประกอบด้วยการจ่ายค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเกิน 60 ปี จ่ายเบี้ยคนพิการ รวมทั้งจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ(กอช.) เพื่อสร้างระบบการออมเพื่อชราภาพที่ครอบคลุมทั่วถึงแรงงานทุกคน เป็นต้น สำหรับบทบาทของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ที่ผ่านมา ได้จัดตั้งสำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน(สพช.) เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชนอย่าง เป็นรูปธรรมและบูรณาการ ซึ่ง สพช.ได้ศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบระยะที่ 1 เพื่อเตรียมความพร้อมการขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบระยะที่ 2 ดำเนินการแก้ปัญหาหนี้สินภาคเกษตรกรภายใต้การทำงานของคณะทำงานพิจารณา ความเป็นไปได้ และความเหมาะสมของข้อเสนอของแนวร่วมเกษตรกรไทที่มีรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสมชาย พูลสวัสดิ์ เป็นประธาน โดยจัดทำข้อเสนอความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างครบวงจร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปความชัดเจนของแผนงาน แผนเงิน และแหล่งเงินสนับสนุนโครงการหมอหนี้ รวมทั้งการติดตามประเมินโครงการสินเชื่อประชาวิวัฒน์ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อแท็กซี่ไทยเข้มแข็ง และสินเชื่อสู้อาชีพไทยเข้มแข็ง ในระยะต่อไป สศค.จะมุ่งเน้นสนับสนุนให้ประชาชนฐานรากเกิดวัฒนธรรมการออม มีระบบสวัสดิการ มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น พัฒนาความตระหนักรู้ทางการเงิน พัฒนากระบวนการทำงานที่จะส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนและระบบการเงินภาค ประชาชน โดยต้องเกิดการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนาเครือข่าย พัฒนาบนหลักการเชิงพื้นที่ที่มีลักษณะแตกต่างเฉพาะตัว ทั้งนี้มีแผนงานโครงการสำคัญที่จะดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ได้แก่ 1.การดำเนินการตามแผนแม่บทการเงินฐานรากให้ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งและสร้างเครือข่ายให้แก่องค์กรการเงินฐาน ราก พัฒนากรอบการกำกับดูแลระบบการเงินฐานรากที่เหมาะสม และบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางการเงินพื้นฐาน โดยเฉพาะกับประชาชนในชุมชนและแรงงานนอกระบบ 3.ศึกษาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินที่ทั่วถึงขึ้น และการประกันรายย่อย 4.สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลองค์กรการเงินฐานรากในพื้นที่นำร่อง 5.กำกับดูแลและสร้างบรรทัดฐานการดำเนินงานของผู้ประกอบการสินเชื่อส่วนบุคคล ที่เป็นบุคคลธรรมดา และติดตามทวงถามหนี้ที่เป็นธรรม ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอกฎหมายเพื่อรองรับ จากการดำเนินการข้างต้น ในระยะยาว สศค.มุ่งหวังว่าประเทศไทยจะมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมการเงินฐาน รากที่ดีขึ้น (ทั้งนี้จากการสำรวจของ Economist Intelligence Unit พบว่าระดับความพร้อมด้านการเงินระดับฐานรากของไทยอยู่ในอันดับที่ 50 จาก 54 ประเทศ) และท้ายที่สุดประชากรระดับ ฐานรากทั้งหมดจะมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนเพื่อการดำรงชีพ ระบบสวัสดิการสังคม ระบบการจัดหารายได้เสริมหรืออาชีพชดเชย และระบบการออม และมีภูมิคุ้มกันจากหนี้สินภาคประชาชนและหนี้นอกระบบ .

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้าน นอกคอก นา



ความเห็น (0)