ประโยชน์ของการทำบัญชีครัวเรือนจึงมีเฉพาะการติดตามกระแสเงินสดของตัวเองเท่านั้น


หลังจากการประชุมร่วมกับเครือข่ายปราชญ์
และการปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่องมา เป็นเวลาหลายเดือน

ทำให้ทางเครือข่ายปราชญ์ได้สรุป
“ข้อจำกัด” ของบัญชีครัวเรือน ที่เป็นกระแสของการทำงานพัฒนาในระยะหลายปีที่ผ่านมา

ที่พบว่า มีน้อยคนนัก ที่ทำจริงจัง และแม้จะทำจริงจังก็ได้ผลเพียงบางส่วน

  • เฉพาะคนที่มีรายได้และรายจ่ายหลักๆเป็นตัวเงิน หรือผ่านระบบเงิน
  • และต้องการติดตามกระแสการไหลของ “ตัวเงิน” ของตัวเอง อย่างเข้าใจ และจริงใจ

แต่บางคนก็ยังบอกแบบเปิดใจว่า

  • ไม่กล้าจด เพราะเมื่อดูแล้ว จะรู้สึกหดหู่
  • และยอมรับระบบการใช้เงินของตัวเองไม่ได้


นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งของคนที่ไม่ทำจริงจัง

แต่ แม้บางคน บางครอบครัวจะพยายามจด ก็ยังมีอีกหลายประเด็นสำคัญๆ ที่ไม่สามารถนำมาลงบัญชีได้

โดยเฉพาะข้อมูลเชิง “ทรัพยากร” ที่เพิ่มขึ้น หรือ ลดลง เช่น

  • ดิน และสภาพแวดล้อมดีขึ้น หรือเลวลง
  • พืช สัตว์ ที่เจริญเติบโต หรือลดปริมาณลง
  • ความหลากหลายของธรรมชาติ และ การมีอาหารธรรมชาติมากขึ้น หรือน้อยลง
  • สังคม เพื่อนฝูง มิตรสหายรอบข้าง ที่มากขึ้น ดีขึ้น หรือลดลง

และบางอย่างก็ไม่ควรนำมาลงบัญชี เนื่องจากจะทำให้หลงทางได้

เช่น การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินและทรัพย์สิน


ที่ทำให้บางคนคิดว่าตัวเองมีทรัพย์สินมาก ก็เลยนำไปสู่ความเข้าใจผิด
และฟุ้งเฟ้อจนเสียหายกับระบบชีวิตได้

ดังนั้น ประโยชน์ของการทำบัญชีครัวเรือนจึงมีเฉพาะการติดตามกระแสเงินสดของตัวเองเท่านั้น

ที่จะมีประโยชน์มากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ

  • ความจริงใจต่อตัวเอง
  • สัดส่วนความสำคัญของเงินสดที่มีต่อระบบทรัพยากรในครอบครัว และ
  • ความเข้าใจขีดจำกัดของบัญชีครัวเรือน ที่จะไม่ทำให้หลงทางหรือเกิดความเครียดในการดำรงชีวิตจนเกินไป

ที่ในที่สุดก็ควรพิจารณาใช้ทางสายกลางในการดำรงชีวิต
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

ทางเครือข่ายปราชญ์ได้ฝากให้ผมช่วยนำมาบันทึกไว้ ณ ที่นี้ครับ