หัวหิน ยังไม่สิ้น กลิ่นมนต์ขลัง

ตั้งแต่ทริปล่าสุดจาก ขุนยวม ก็ไม่ได้ไปไหนอย่างเป็นทางการสักที แต่คราวนี้ได้ฤกษ์สักที เนื่องจากได้รับการอนุเคราะห์ที่พักจากเพื่อนสนิท ก็เลยได้โอกาส ตกลงกับที่บ้านว่าออกเดินทางกันเถอะ

เราออกเดินทางโดยรถทัวร์ เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ของสมบัติทัวร์ รอบทุ่มครึ่ง ของวันที่ 31 มีนาคม 54 ถึงกรุงเทพ ก้ประมาณตีห้ากว่า ๆ นั่งแท๊กซี่เพื่อไปพบกับแก๊งค์ของเราที่ B-live คอนโด ลาดพร้าว พักผ่อนจากการเดินทางสักพัก ก็ออกเดินทางจากกรุงเทพในเวลาเที่ยงวัน ซึ่งวันที่เราออกจากบ้านไปนั้น ฝนที่เชียงใหม่ยังตกไล่หลังส่งเราด้วย ยังไม่แน่ใจว่า ทริปนี้ของเราจะสดใสหรือไม่ แต่กลับตรงกันข้าม เที่ยงวันเดินทางอย่างร้อนแรงมาก (อุณหภูมิ) ดีที่แอร์ในรถวีออสคันเก่ง ก็พอช่วยได้เลยทีเดียว ตอนขาออกจากกรุงเทพฯเพื่อไปยังจุดหมาย ต้องโทรถามทางด่วนกับน้องสาวเป็นระยะ เนื่องจากเราไม่ชิน ถือว่าเป็นการเก็บประสบการณืระยะทาง เพื่อครั้งต่อไปด้วย จนกระทั่งเข้าสู่ สมุทสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และก็ถึงหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ในสุด เราเช็คอินเข้าที่พัก @Boat House by Lagoona บ่ายสามโมง


@Boat House by Lagoona 

นั่งรถกอล์ฟของโครงการกินลมชมวิว ทั้งโครงการ เพื่อดูลู่ทางของกิจกรรม แต่เราก็ได้พบจุดเด่นของที่นี่คือ ด้านหลังของคอนโด ติดทะเล และมีหน้าหาดส่วนตัว แต่เสียดายที่ เป็นช่วงที่แมงกะพรุนขึ้นเลยไม่ได้ลงไปเล่น สำหรับวันแรกของที่นี่ทำได้เพียงแค่ชมวิว เก็บภาพบรรยากาศ และวางแผนกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อไป

สำหรับมื้อเย็น มื้อแรกที่หัวหินเราตกลงกันที่ ร้านบ้านอิสระ ซึ่เป็นร้านอาหารไทยซีฟู้ดแบบโบราณ สไตล์หัวหิน เมนูอาหารที่นี่ก็แปลกสำหรับคนเหนืออย่างเรา ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปิ้งงบ หอยเสียบ ปลาริวกิวย่าง(แต่ไม่ได้สั่งมาทาน เพราะอยากกินอาหารทะเลหนัก เสียมากกว่า) แต่เราก็สั่งเมนูเด็ดประจำร้าน นั่นก็คือ หอยตลับผัดซอสโหระพา หรือสามารถสั่งเอาหมึก กุ้ง แทนก็ได้ เห็นหน้าตาเขียว ๆดำ ๆ แบบนี้ รูปไม่สวยแต่ขอบอก ยกนิ้วให้เลยทีเดียว

ส่วนเมนูอื่น ก็มี ไข่เจียวหอยนางรม เนื้อปูผัดผงกะหรี่ ยำยอดมะพร้าวอ่อนกุ้งสด  ผัดฉ่าทะเลร้อน ไงละ แต่ละเมนูเผ็ดร้อนได้ใจจริง ๆ แต่ที่ไม่มีรูปมาให้ดูเพราะลืมเก็บภาพ กลิ่นของอาหารมันชวนให้น้ำลายสอทนกันไม่ไหวจริง ๆ

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขากลับก็แวะสถานที่ยอดฮิต ที่ใครไปหัวหินก็ต้องแวะ "เพลินวาน" เกือบสามทุ่มครึ่ง ดีนะที่ไม่ใช่กลางวัน เพราะคงร้อนเอามากจริง ๆ แต่กลางคืนอากาศก็เย็นสบาย ซึ่งคนที่นั่นยังบอกว่าอากาศเปลี่ยนแปลงเร็วจริง ๆกลางวันก็ร้อนสุด ๆ ส่วนกลางคืนอากาศก็เย็นสบาย บางคืนถึงกับหนาวเลยทีเดียว เดินชมร้านรวงในเพลินวาน ของใช้ ของเล่น ของกิน ทำให้นึกถึงสมัยเป็นเด็ก ๆ ซะจริงแต่ก็น่าเสียดายอีกที่พอมาถึงที่นี่กล้องเราแบตดันใกล้หมด ได้เก็บภาพมาได้ไม่มากนัก แถมแสงยังไม่ค่อยสวยอีก แต่ภาพสวยก็ติดตาตรึงใจในความทรงจำดีๆของเรา

เดินชมเพลินจนเมื่อยได้ของกินนิดหน่อย และที่สำคัญได้ก๊อซิล่าแดงมาหนึ่งตัวนั่นก็คือ รองเท้า นั่นเอง

ก็ถือว่าไม่แพงนะ ที่อยากได้ เพราะเมื่อตอนเย็นลงไปเดินหาด เห็นของเด็ก ถอดวางอยู่ เลยลองใส่ คิดเข้าข้างตัวเองว่า ใส่แล้วก็น่ารักดี ตั้งใจว่าจะต้องซื้อให้ได้ เลยจัดการซะ หนึ่งคู่ สีแดงซะด้วย จากนั้นกลับห้องหลับเป็นตาย กันด้วยความอิ่ม และเหนื่อยที่เดินลากแข้ง กันตั้งสามสี่ชั่วโมง เก็บแรงเอาไว้ลุยพรุ่งนี้กันต่อ

สำหรับเช้าวันที่สอง เราตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า จริง ๆแล้วอยากลุกขึ้นมาดูบรรยากาศยามเช้า ๆมากกว่า เริ่มต้นวันด้วยแสงแดดอ่อน จิ๊บกาแฟ ชาร้อน ริมระเบียงห้อง ผ่อนคลายที่สุด อยู่ท่ามกลางความสงบเงียบ ทำให้คิดอะไร ๆได้เรื่อยเปื่อย จริง ๆบรรยากาศแบบนี้

ได้เวลาแล้วที่วันนี้เราจะตลุยกันในหัวหิน แต่เนื่องจากที่พักเราอยู่เขตติดต่อระหว่าง หัวหิน-ชะอำ วันนี้เราจึงเริ่มต้นกันที่ พระราชนิเวศมฤคทายวัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นมรดกแห่งชาติที่งดงามมาก อยู่ภายท่ามกลางธรรมชาติต้นไม้อันร่มรื่น เขียวชอุ่มตา แม้แสงแดดของช่วงวันจะร้อนก็ตาม ซึ่งผนวกกับเสียงคลื่นชายหาดซัดกระทบฝั่ง เวลามีลมพัดมา ทำให้รู้สึกถึงความสงบร่มรื่นเป็นอย่างยิ่ง สำหรับสถานที่แห่งนี้ จากความรู้สึกแล้วไม่สามารถที่จะบรรยายออกมาให้สวยหรูเท่ากับการที่ต้องไปเห็นด้วยตนเองเท่านั้น การนี้เลยขอนำรูปมาบรรยายแทนละกันนะค่ะ

เป็นยังไงกันบ้าง หลังจากที่ได้รีวิว รูปสวย ๆจากสถานที่ ดี ๆ แห่งนี้ ถือว่าประทับใจมากเลยทีเดียว

หลังจากเดินเที่ยวชมเกือบ ๆสองชั่วโมง ท้องก็เริ่งทำงานเตือนว่าได้เวลาหิวแล้ว เราเลยไปกินมื้อเที่ยงกันที่ ถนนตก ในหัวหิน เป็นร้านส้มตำธรรมดา จริง ๆแต่ขึ้นชื่อ และเป็นที่ติดใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะรสชาดจัดจ้าน แต่ก็ไม่มากเกินไปที่เป็นเอกลักษณ์ ของเค้าจริง ๆ ดีที่คำนวณเวลาเอาไว้แล้วว่าหากเราไปตอนเที่ยงพอดีคงรอคิวนานแน่ ๆนี่แค่เพียง สิบเอ็ดโมงเช้าเท่านั้น ลูกค้าก็เต็มร้าน แต่ยังไม่เนืองแน่นเท่าไหร่ แต่พอเรานั่งไม่ถึงสิบนาที คนเดินเข้าร้านมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดีที่เมนูที่เราสั่งช่างรวดเร็วนัก รอไม่เกินสิบนาทีได้ครบเกือบหมดทุกอย่าง

อันดับแรก แน่นอน ส้มตำทะเล ตำไทยไข่เค็ม ลาบปลาหมึก ไก่ย่าง หมูย่าง ขอบอกเลยว่าถ้าหากไปกันสี่คนละก็ โต๊ะเดียวไม่พอวางนะค่ะ ต้องต่อโต๊ะสองโต๊ะค่ะ ถ้าไม่อย่างนั้น นั่งทานไม่สะดวกแน่นอน ดีที่เราไหวตัวทันก่อนที่อาหารจะมาและคนจะเยอะ เลยคว้าเอาโต๊ะว่างข้าง ๆมาต่อซะ

หลังจากที่เราทานเสร็จกำลังจะกลับ โปรดสังเกตคนในร้านยังเนืองแน่น และยังมีมาอีกเรื่อย ๆ

หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปสักการะ หลวงพ่อทวด วัดห้วยมงคล แต่กอ่นไปวัดเราแวะถ่ายรูปที่สถานีรถไฟสุดคลาสสิค สถานีรถไฟหัวหิน ซึ่งเป็นสถานีที่ยังมีคนใช้บริการอยู่อย่างปกติ

เราอยู่ที่นี่ไม่นาน เนื่องจากแดดร้อนมาก แต่ก้ยังมีลมเย็นเอื่อยๆ พัดมาปะทะหน้าให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง จนไม่คิดว่าร้อนเกินไป วัดห้วยมงคล อยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปอีกประมาณ 17 กิโลเมตร แต่เนื่อจากเส้นทางหลักปากทางเข้าวัดมีการสร้างทาง จึงอาจจะทำให้เสียเวลาบ้าง แต่ก็ไม่มากจนเกินไป พอเราไปถึงที่วัด ได้เห็นรูปเหมือนหลวงพ่อทวดที่ประดิษฐานองค์ใหญ่ ทำให้รู้สึกได้ถึงแรงศรัทธาของประชาชนที่เดินทางมาสักการะทันที เพราะถึงร้อนยังไงก็ยังมีคนหนุ่มสาว และคนสูงอายุ กางร่มกันแดด เพื่อที่จะเข้าไปไหว้ขอพรสักการะหลวงพอ่ทวดอย่างไม่ขาดสาย

ภายในวัดช่างกว้างขวางยิ่งนัก เดินยังไม่ทั่วถึงเพราะเราทนอากาศร้อนแทบไม่ไหว ร้อนจริง ๆ ที่สุด หากเป็นช่วงเวลาบ่ายสองยิ่งแล้ว เพราะเป็นพื้นที่บนเนินและโล่ง แต่ก็มีทางเดินหลังคาไปยังลานจอดรถ และนั่งชมวิว เรานั่งพักรับลมเอื่อย นานพอดูทีเดียว ภายในวัดยังมีศาลาสักการะเจ้าแม่ตะเคียนทอง เราก้แวะลงไปกราบไหว้ขอพร แต่ไม่กล้าที่จะถ่ายรูปสักเท่าไหร่ เสร็จแล้วเราก้กลับเข้าตัวเมืองหัวหิน เพื่อแวะซื้อชุดว่ายน้ำกลับไปว่ายน้ำที่สระของคอนโด เป็นครั้งแรกของผู้เขียนที่ตัดสินใจเลือกซื้อทูพีช เอาไปลงสระ แบบไม่แคร์สายตาใครเลยทีเดียว สระที่เราว่ายก็คือสระที่ริมหาด เพราะเราคิดว่าคงไม่มีคนเยอะ แต่ที่ไหนได้ เนื่องจากเป็นวันเสาร์ นั่นละสิ ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง ไปจนถึงรุ่นใหญ่กันเลยทีเดียว แต่เราก็ไม่แคร์ ลงไปแช่น้ำคลายร้อน นานเกือบสองชั่วโมง ชมวิว ริมทะเลกันเต็มที่

แล้วเราก็กลับมาพักงีบก่อนที่จะออกไปทานมื้อเย็น ร้านอาหารที่ใกล้คอนโดที่สุด และก็ยังเป็นร้านที่มือชื่อ มีลูกค้าแน่นอีกเหมือนกัน "ร้านชมทะเล" ซึ่งอยู่คนละซอยกับคอนโด อาหารที่นี่รสชาดอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว เมนูอาหารทะเลก็สด แต่ของหมดเร็วเพราะลูกค้าเยอะจริง ๆ เราได้ทานเพื่อให้อิ่มท้องเท่านั้น แต่ที่ติดใจเพราะเป็นของชอบ คือหอยนางรมสดทรงเครื่องนั่นเอง นึกว่าจะไม่ได้กินซะแล้ว ที่นี่เค้าทำสะอาด และวัตถุดิบก็สด แต่ข้อเสียของที่นี่ คือพนักงานหน้าตาไม่ยิ้มแย้มสักเท่าไหร่นัก แต่ก็อิ่มไปอีกมื้อ ก่อนกลับบ้าน

คืนนี้เราพักผ่อนกันเร็ว เพราะต้องเดินทางกลับแต่เช้า เพื่อให้ถึงเชียงใหม่ ไม่ดึกมากนัก วันที่เดินทางกลับเราก็ตื่นมาเก็บข้าวของเตรียมตัวกลับ ทานอาหารเช้าเสร็จ พร้อมเดินทาง เวลา เก้าโมงเช้า ทันที

ได้เวลากลับแล้ว เข้าสู่การเดินทางกลับเชียงใหม่อย่างยาวนาน ออกจากหัวหิน เก้าโมงเช้า ถึงเชียงใหม่ สองทุ่ม ด้วยความสวัสดิภาพ

สำหรับบันทึกการเดินทางครั้งต่อไปกำลังวางแผนอยู่ค่ะ แต่ที่จริงงานก็ยุ่งด้วย ตารางว่าไม่ค่อยมี ยังไงติดตามอ่านกันด้วยนะค่ะ