เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายปณิธาน ยามวินิจ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้นำเสนอ "ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมหลัก" ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อผลิตกำลังคนตามความต้องการของประเทศ ที่โรงแรมโรสการ์เด้น จ.นครปฐม จัดโดยสำนักงานสภาการศึกษา (สกศ.) ว่า แม้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ซึ่งจะเริ่มใช้ในปีนี้ จะวางแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจโดยยึดปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" ของในหลวง แต่ไทยยังต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ

          โดยนายปณิธาน กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเป็นแบบนี้เพราะคุณภาพแรงงานไทยต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว แรงงานไทยทั้ง 34 ล้านคน ร้อยละ 70 ของแรงงานจบต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ ถ้าจะให้ปรับเปลี่ยนเป็นแบบเศรษฐกิจบนฐานความรู้และผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง จะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก เมื่อทุกอย่างพร้อม บุคลากรของประเทศก็ต้องพร้อมด้วย และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการผลิตกำลังป้อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลักทั้ง 13 สาขาของประเทศ ยังไม่สอดคล้องระหว่างการผลิตกำลังคนของสถานศึกษาและกำลังคนที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ 5 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ปี 2549 มีการผลิตกำลังคนระดับปริญญาตรี ปวส ปวช. ทั้งหมด 2,300,000 คน แต่อุตสาหกรรมหลักทั้ง 13 สาขา ต้องการแค่ 300,000 ที่เหลืออีก 2,000,000 คน เป็นแรงงานที่เกินความต้องการ ต้องหางานอื่นทำแทน หรือทำงานต่ำกว่าวุฒิการศึกษา
 
          “ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่มีความหวังและควรส่งเสริม เช่น ไบโอเคมี ยา ปิโตรเคมี ยาง เครื่องประดับ แฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงพัฒนาคน เพราะปัจจุบันแรงงานขาดการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เรียนรู้งานได้ล่าช้า โดยเฉพาะทักษะภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ ทั้งที่มีความจำเป็นในโลกปัจจุบันอย่างมาก" นายปณิธาน กล่าว