วันก่อน ผมไปหอสมุดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจอกระต่ายอยู่หลายที่ คิดว่าบางท่านอาจจะไม่ทราบ หรือยังไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังในที่นี้ครับ

 

ชื่อ "ศศ" ต่างๆ ในจุฬาฯ นั้น (ศศินทร์ ศศนิเวศ ศศปาฐศาลา) ทราบว่าเป็นชื่อพระราชทานจากในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

คำนี้ "ศศ" ถ้าอ่านแบบไทย ก็อ่านว่า สะสะ ถ้าอ่านแบบแขก จะออกเสียงคล้าย ฉะฉะ ฝรั่งอาจทับศัพท์เป็น shasha หรือเขียนแบบทางการคือ śaśa 

คำนามในภาษาสันสกฤต มักจะมาจากรากศัพท์กริยา (ศัพท์เฉพาะทางไวยากรณ์ เีรีัยกว่า "ธาตุ" มักมีเครื่องหมาย √ กำกับข้างหน้า แสดงว่าเป็น root)  ศศ นี้ ก็มาจาก √ศศฺ (อ่านว่า สัส) แปลว่า กระโดด (เป็นธาตุหมวดที่ 1) เช่น "พาละ ศศติ" (เด็กชายกำลังกระโดด) 

แต่มอร์เนียร์-วิลเลียมส์ ตั้งข้อสังเกตว่า ศศฺ อาจจะเป็นธาตุสมมุติ เพื่อให้ครบรูปตามประวัติทางภาษาเท่านั้นเอง เพราะกริยา ศศฺ นี้พบได้น้อยเหลือเกิน

คำว่า ศศฺ เมื่อแผลงเป็นคำนาม กลายเป็น ศศ แปลว่า กระต่าย, ศศก (ศศ + ก) แปลว่ากระต่าย หรือกระต่ายน้อย

มีคำประสม ศศ + อินฺ เป็น ศศินฺ (สะสิน)  แปลว่า ผู้มีกระต่าย ซึ่งก็คือ ดวงจันทร์ นั่นเอง

{..การประสมด้วย "อินฺ" นั้น ให้ลบสระท้ายของตัวที่นำมาประสม ศศ (śaśa) จึงกลายเป็น ศศฺ (śaś  ) แล้วจึงประสมกับ อินฺ (in ) เป็น ศศินฺ (śaś + in = śaśin       ), ถ้าไม่ลบ อะ ของ "ศศ" ทิ้ง ก็จะเกิดสระสนธิ "ศศ + อินฺ" เป็น ศเศนฺ (śaśa + in = śaśen) ซึ่งไม่ถูกหลัก}

คำว่า ศศ + ธร (ผู้ถือ ผู้ทรงไว้) = ศศธร  นี่ก็แปลว่า ดวงจันทร์ เหมือนกัน

ทั้ง ศศ และ ศศินฺ สามารถแตกกอออกไปเป็นคำอื่นๆ ได้อีกมากมาย โดยมีหลักง่ายๆ ว่า ถ้าเป็น "ศศ" สามารถประสมกับคำอื่นได้โดยตรง แต่ถ้า "ศศินฺ" ต้องลดเหลือ "ศศิ" เสียก่อน

แต่อย่าลืมนะครับว่า ศศ หมายถึง กระต่าย, ส่วน ศศินฺ หมายถึง ดวงจันทร์

คนไทยหลายคนมีชื่อที่ประสมด้วยคำ ศศ หรือ ศศินฺ ที่มีความหมายเกี่ยวกับดวงจันทร์ เช่น 

-ศศินา (แผลงจาก ศศินฺ)

-ศศี (แผลงจาก ศศิ หรือ ศศินฺ นั่นเอง) 

-ศศิวิมล (ศศินฺ+ วิ (ไม่มี) + มล (มลทิน)) หมายถึง งดงามเหมือนดวงจันทร์

-ศศิกษัย (ศศินฺ + กฺษย (หมด)) หมายถึง พระจันทร์ข้างแรม

-ศศพินทุ์ (ศศ + พินฺทุ (จุด)) หมายถึง จุด หรือ รอย ที่เป็นรูปกระต่าย นั่นคือ ดวงจันทร์ (หมายถึง พระวิษณุ หรือ พระกฤษณะ ก็ได้)

-ศศิธร (ศศินฺ + ธร) คำนี้ น่าจะเป็น ศศธร แต่ใช้ ศศิธร เพื่อเอาความหมายว่า ดวงจันทร์ แต่ถ้าแปลตามตัวอักษร ศศิธร จะหมายถึง ผู้ถือดวงจันทร์ มิใช่ ผู้ถือกระต่าย 

-ศศิปฺรภา (ศศินฺ+ ปฺรภา (แสง)) หมายถึง แสงจันทร์

-ศศินทร์ คำนี้พิเศษหน่อย กล่าวคือ มาจาก ศศ + อินฺทฺร แต่โดยหลักสนธิแล้ว จะต้องเป็น ศเศนฺทฺร (อะ+อิ = เอ ่เช่น ราเชนฺทฺร, วชฺเรนฺทร) ทว่าข้อนี้ท่านลบ อะ ที่ ศ ตัวหลัง  ก่อนเติม อินฺทฺร จึงได้รูปสำเร็จเป็น ศศินฺทฺร (วิธีเช่นนี้พบในภาษาสันสกฤตบ้าง ไม่มาก, แต่ในภาษาบาลีมีแบบนี้มาก) แปลว่า เจ้าแห่งกระต่าย

ในภาษาสันสกฤต ยังมีคำอื่นๆ ที่มีความหมายเกี่ยวกับกระต่าย และดวงจันทร์ เช่น

-ศศาทน (ศศ + อทน (ผู้กิน)) แปลว่า ผู้กินกระต่าย หรือ ผู้มีอาหารเป็นกระต่าย หมายถึง เหยี่ยว

-ศศภฺฤตฺ (ศศ + ภฺฤต (ผู้ถือ)) หมายถึง ผู้ถือกระต่าย (พระจันทร์)

-ศศมาตฺร (ศศ + มาตฺร (ขนาด)) หมายถึง ขนาดเท่ากระต่าย

-ศศิภฺฤตฺ (ศศินฺ + ภฺฤต (ผู้ถือ)) หมายถึง ผู้ถือพระจันทร์ (เทพเจ้าบางองค์)

-ศศิกร (ศศินฺ + กร (แสง, รัศมี)) หมายถึง แสงจันทร์  ฯลฯ

 

อักษรตัวเดียว (ศ) แต่เขียนสองครั้ง ก็ได้ความหมายแล้ว เมื่อประสมกับเสียงโน้นเสียงนี้ ก็ได้ความหมาย ได้ศัพท์เพิ่มอีกมากมาย ในภาษาสันสกฤตจึงมีศัพท์พื้นฐานไม่มาก แต่มีศัพท์จากการประสมคำจำนวนมหาศาล คำเหล่านี้เกิืดจากจินตนาการและความสามารถของผู้ใช้ภาษา โดยเฉพาะกวีผู้แต่งคำประพันธ์ ที่มักจะใช้คำให้เกิดความหมายใหม่ๆ หรือหลีกเลี่ยงความจำเจจากคำศัพท์เดิมๆ