ความแตกแยกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่างคนต่างให้ทัศนะ เหมือนคนนำเอาทองคำไปผูกไว้กับปลายไม้แล้วนำไปปักไว้กลางสระน้ำแล้วบอกให้คนทั้งหลายช่วยกันปา ซึ่งมีทั้งผิดและถูก...
จากสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากปัญหาภายในประเทศไทยที่ก่อตัว สะสม ต่อเนื่องยาวนานและฝักตัวจนทำให้ปัญหาเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา เกิดการระเบิดตัวขึ้นอย่างรุนแรงพอ ๆ กับการเกิดแผ่นดินไหวแล้วทำให้เกิดคลื่นยักษ์ตามมา จนทำเกิดการแตกแยกของผู้คนภายในประเทศอย่างรุนแรงจนยากจะประสานรอยร้าวดังกล่าวให้กลับคืนมาได้
ดังนั้น ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราจึงมีการแข่งขันกันสูงมาก โดยเรียกการแข่งขันในเกมส์ครั้งนี้ว่ากีฬาสี และกฏกติกาที่เล่นก็ช่างรุนแรงเหลือเกิน เรียกง่าย ๆ ว่าใครเป็นใครก็ไม่รู้ ในความคิดของผู้เขียนขาดไปอีกสีหนึ่งคือสีขาว ที่พระอย่างเราควรเข้าไปช่วยกันชี้แนะแนวทางออกอย่างสร้างสรรค์ โดยมีธรรมเป็นธงนำหน้า
การเล่นกีฬาสีต่าง ๆ ดังกล่าวมา ถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่งก็จนก่อให้เกิดสีสันทางการเมืองการปกครองของไทยที่กำลังพัฒนาอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นทั้งข้อดีมาก ปานกลาง และยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีปัจจัยอยู่หลายประการเพราะคนเป็นสิ่งเดียวที่มีความมหัศจรรย์และเข้าใจยากที่สุด
จึงเป็นคำถามให้คนทั้งหลายช่วยกันหาคำตอบ การวิจารณ์ทางการเมืองไทยก็เหมือนกับมีคนเอาทองคำไปผูกไว้กับปลายไม้ไผ่ปักไว้กลางสระน้ำ แล้วบอกให้คนทั้งหลายก็ช่วยกันปาก้อนหินเข้าใส่ ประเด็นก็คือมีคนปาถูกบ้าง ผิดบ้าง .....แต่ก็ถือว่าทุกคนยังพอมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองไทยนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย
นักวิชาการหลาย ๆ คนมุ่งตรงไปที่ระบบว่าระบบการปกครองไทยมีปัญหาสะสมมานานแล้วตั้งแต่มีประเทศนี้ บางกลุ่มก็มุ่งไปที่กระบวนคิดของคนไทยปัจจุบันว่ามีปัญหาที่คิดไม่เป็นตรรกะบ้าง บางกลุ่มก็โทษพฤติกรรมของนักการเมืองไทยว่าก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงบ้าง ฯลฯ ซึ่งสิ่งที่กล่าวมา มีทั้งส่วนที่ถูกและส่วนที่ผิด
หากมองในระดับชาวบ้าน ก็จะนิยมใส่อารมณ์เข้าไปด้วย ต่างคนต่างมุ่งโยนความผิดนั้น ๆ ไปที่คนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง และอาจมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่ลืมนึกไปว่าแท้ที่จริงเราลืมนึกถึงอะไรกันอยู่หรือไม่?
สิ่งนั้นก็คือตัวเราทุกคน เพราะการจะเปลี่ยนแปลงอะไรให้ได้ผล เราต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนคิดของตัวเราเองก่อนเสมอ เช่น กระบวนคิดในการเข้าไปมีส่วนร่วมแบบไหนที่เป็นบทบาทที่ควรจะเป็น ท่าที่อย่างไรที่เป็นท่าที่การเมืองที่สร้างสรรค์ การวิพากษ์อย่างไรให้เป็นการวิพาก์ด้วยความเมตตา และเกิดประโยชน์เพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง
คำถามจึงมีอยู่ว่าในทัศนะของท่านแง่มุมนี้ว่าอย่างไรบ้าง?...............

ทีนี้นำคำถามเดียวกัน ไปถามบุคลากรทางพุทธศาสนาก็มองปัญหาในแง่มุมที่แตกต่างกันอยู่มาก ความคิดเห็นแต่ละท่านก็ไม่เหมือนกัน ทั้งแตกต่างกันในกระบวนการคิดระดับน้อยไปหามาก ตลอดถึงมีความเห็นไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นฐานหรือภูมิหลังความคิด ความรอบรู้ของแต่ละท่าน และที่สำคัญฐานคิด หรือแหล่งที่มาไม่สมดุลกัน
ผู้เขียนเห็นว่า พระควรมีส่วนร่วมทางการเมือง อย่างที่พระควรจะเป็น เช่น ถ้ามีใครมาถามว่าท่านอยู่สีอะไร? ให้ตอบไปเลยว่า อาตมาสีขาว พระควรให้สติกับประชาชนในเรื่องการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เช่น ให้หลักคิด หลักการทางการเมืองที่ถูกต้อง โดยนำหลักการของธรรมาธิปไตยไปใช้ หรือ ทศพิธราชธรรม ก็ได้ พระไม่ควรยุยงให้ใครทำร้ายใคร แต่กระทำด้วยเมตตา กรุณาต่อเพื่อนร่วมชาติ ร่วมโลกด้วยกัน ปัญหาที่กล่าวมาก็จะเบาบางลงไปได้ อย่างมิต้องสงสัย
ตามมาตรวจการบ้านครับ ขาดรูปประกอบครับ
นมัสการครับ
ตาม อ.ขจิตมาเยี่ยมเยียนครับ เขียนต่อไปเรื่อย ๆ นะครับ...
ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจ บทความนี้เป็นการเปิดประเด็น แบบมือใหม่หัดขับอะไรประมาณนั้น แต่ก็จะพยายามนำเสนอต่อไป
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
มานมัสการและอ่านงานพระคุณเจ้าขอรับ
บทความต่อไปจะวิเคราะห์อัคคัญญสูตร : พระสูตรว่าด้วยการกำเนิดรัฐ