การศึกษาความเป็นไปได้ คือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรม กิจการหนึ่ง
ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องยากและซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องที่เราๆทุกคนเคยทำในชีววิตประจำวันกันมาแล้วทั้งนั้นตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน ลองย้อนนึกกับไปดูซิครับว่าเราเคยทำอะไรบ้างที่การคิดวิเคราะห์หาทางที่จะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ คิดออกไหมครับ ผมว่าท่านคงยังจำได้ว่าในสมัยเด็กเราอยากได้ของเล่น หรืออยากไปเที่ยว เราจะขอคุณพ่อคุณแม่อย่างไรให้ท่านซื้อให้ หรือยอมพาไปเที่ยว เราคงไม่ไปขอตอนท่านอารมณ์ไม่ดี ตอนที่ท่านเหนื่อยกลับมาแน่นอนใช่ไหม ครับ แล้วเราจะขอตอนไหนหละ ............................ แต่ละคนคงมีวิธีของตนเองผมไม่ขอพูดต่อนะครับ หรือพอเราโตขึ้นจะจีบสาวเราจะทำอย่างไรให้สาวที่เราสนใจเขาสนใจเรา พูดไปก็คือจะจีบเขาอย่างไรดีให้เขายอมเป็นแฟนเรา เราคงต้องทำความรู้จักตัวเขาพอสมควร อันนี้ก็แล้วแต่วิธีของแต่ละบุคคลนะครับ ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ อีกสิ่งหนึ่งก็คือการที่เราต้องไปสัมภาษณ์งานเราคงต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนการไปสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบริษัทที่จะไปสัมภาษณ์ เสื้อผ้าหน้าผมที่เรียบร้อยเพื่อสร้างความประทับใจ เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความพอใจและรับเข้าทำงาน
ที่กล่าวมาแล้วล้วนแล้วแต่เป็นการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แล้วที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์อะไรที่ร่ายมาซะยาว
ผมหวังเพียงนำเสนอมุมมองในการศึกษาความเป็นไปได้ ว่าไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องที่ยากเกินความเข้าใจ เพราะเราทุกคนต่างมีประสบการณ์มากันแล้วทุกคนเพียงแต่ความยากง่ายของสิ่งที่เราจะต้องทำการศึกษามีความแตกต่างกัน มีความสลับซับซ้อนมากน้อยต่างกัน ความเสียหายจากการศึกษาผิดพลาดแตกต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือการเก็บข้อมูลอย่างมีคุณภาพ และนำข้อมูลที่มีคุณภาพนั้นมาทำการวิเคราะห์ หาจุดดีจุดด้อย จุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร อะไรมีมากกว่ากัน มีปัจจัยอะไรเป็นตัวแปรที่จะมีผลในการตัดสินใจ
สิ่งนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่ากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
และอะไรคือความคิดอย่างเป็นระบบ รบกวนท่านผู้อ่านช่วยเพิ่มเติมให้ด้วยนะครับจะได้รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายเพื่อนำมาพัฒนากระบวนการคิดต่อไป