บ้านดิน

 

มาอัพเดทชีวิตในสวนต่อกันเลยนะครับ

วันที่ 5 สิงหาคม 2010  ตั้มมาช่วยทำไก่ที่บ้านตัวนึงเอาไปกิน




วันที่ 7 สิงหาคม 2010
เห็ดที่เอามาใหม่ออกดอกทะลุกระดาษ



วันที่ 14 สิงหาคม 2010
พี่ณรงค์เพื่อนบ้านที่รับเห็ดนางฟ้าภูฐานไปขาย มาเที่ยวบ้าน
เจอเห็ดโคนในบ้านผม



จากที่ดินที่ทำเกษตรเคมี เชีงเดี่ยวมาตลอด
เพียงแค่สองปีที่มาทำเกษตรอินทรีย์ก็มีเห็ดโคนที่บ้านตัวเองแล้วครับ

 

วันที่ 27 สิงหาคม 2010
แฟนรายการ ทั่วทิศถิ่นไทยที่มาสัมภาษณ์ที่บ้าน มาเที่ยมชมบ้านดินครับ



คอเดียวกัน คุยกันนานมากกกกกกกกกกกก


วันที่ 5 กันยายน 2010
แฟนรายการ ทั่วทิศถิ่นไทยมาเยี่ยมชมบ้าน คราวนี้พี่พงษ์รับแขก


 

วันที่ 2 กันยายน 2010

ทำจุลินทรีย์ท้องถิ่นจากที่บ้านผมเอง

เอาใบไผ่+ใบไม้+หน้าดินในสวนหนึ่งโล ผสมรำหนึ่งโล

พรมน้ำพอหมาดๆ อย่าให้แฉะแล้วคลุกๆให้เข้ากัน

ห้าวันผ่านไปจะได้ดังรูปครับ





จุลินทรีย์ท้องถิ่นคืออะไร ?

จุลินทรีย์ท้องถิ่นหรือจุลินทรีย์พื้นบ้าน ได้แก่ จุลินทรีย์หลากหลายชนิดที่อยู่ในดินตามธรรมชาติ

โดยเฉพาะดินดีที่ไม่เคยผ่านการใช้สารเคมีหรือดินดีจากป่าไม้ที่มีอยู่ภายในท้องถิ่น

จุลินทรีย์ท้องถิ่นเหล่านี้มีประสิทธิภาพดีกว่าจุลินทรีย์ที่ได้จากน้ำหมักอีเอ็ม หรือ พ.ด. สูตรต่างๆ

เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก หลากหลายชนิด

สามารถปรับตัวและเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นนั้นๆ

ข้อมูลจากมูลนิธิเกษตรยั่งยืนครับ
http://sathai.org/knowledge/02_soil/005-LocalEM.htm
 

 

วันที่ 9 กันยายน 2010
เพื่อนแม่มาเที่ยวบ้านดินครับผม


 

วันที่ 11 กันยายน 2010

พี่พงษ์ทำการต่อชั้นวางเห็ดเพี่ม






กำลังทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำจากเศษผักที่ขอมาจากร้านค้าแถวบ้าน

โดยใช่สารเร่งพด.2 จากกรมพัฒนาที่ดิน





ส่วนผสมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
1. ผักหรือผลไม้ 4 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วนใช้เวลาหมัก 7 วัน
2. ใช้สารเร่ง พด.2 1 ถุง ขนาด 50 กรัม ผลิตได้จำนวน 100 ลิตร

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
1.เร่งการเจริญเติบโตของรากพืช
2.การขยายตัวของใบเพิ่มขึ้น และมีการยืดตัวของลำต้นมากขึ้น
3.ชักนำให้เกิดการงอกของเมล็ด
4.ส่งเสริมการออกดอกและติดผลดีขึ้น
ข้อมูลจากที่นี่ครับ
http://r07.ldd.go.th/pre01/pd/pd2.htm

 

วันที่ 17 กันยายน 2010 ฝนตกน้ำเต็มสระ






วันที่ 18 กันยายน 2010

เอาชั้นวางเห็ดอันใหม่ยกเข้าไปไว้ในโรงเห็ด

 

 

มาดูเตาที่เรียกว่า Rocket Stove หรือเตาจรวจกันนะครับ

ใช้ฟืนไม่เยอะแต่ไฟแรงมาก

ฟืนก็ได้มาจากการตัดแต่งกี่งไม้ในบ้านน่ะแหละครับ





ตั้งแต่พี่พงษ์ทำเตานี่มาประหยัดค่าแก๊ส ค่าไฟหุงข้าวได้พอสมควรครับ



หลักการทำงานของเตาครับ



เตาจรวดข้อมูลจากเวปไทยครับผม

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=maehianai&group=7

 

มาดูของในสวนกันมั่งนะครับ




เห็ดแห้ง





วันที่ 24 กันยายน 2010

ลองเอาเห็ดนางฟ้าภูฐานมาทำน้ำพริกเห็ด

 

ผักแกล้มก็เก็บมาจากในสวนครับ

มีผักปลังเขียว ผักชีฝรั่ง หน่อไม้ไผ่หวาน กระเจี๊ยบเขียว



 

หลังจากที่สางกอไผ่หวานก็เจอเพลียมารุมกันกินน้ำเลี้ยงไผ่หวาน

ในวันที่ 30 กันยายนเต่าทองก็มารุมกันกินเพลี้ยอีกที




เท่าที่ศึกษาพฤติกรรมของเต่าทอง

เห็นว่าเต่าทอง1ตัวกินเพลี้ยประมาณ 150ตัว

วันเดียวเพลี้ยหายเกลี้ยงครับ




 

วันที่ 1 ตุลาคม 2010
ทำการติดตั้งแผง solar cell เพี่มเป็น 32 แผง
สำหรับใช้กับหลอดไฟให้แสงสว่างขนาด 18วัตต์ ใช้ไฟ 12v.






 

วันที่ 10 ตุลาคม 2010
พี่แหม่ม เพื่อนพี่น้อง-พี่พงษ์มาเที่ยวบ้าน
ช่วยกันขยายโรงเห็ดให้ใหญ่กว่าเดิม






ตกตอนเย็นตั้มก็มาช่วยกันทำต่อจนเสร็จ

 

วันที่ 11 ตุลาคม 2010 โรงเห็ดเสร็จแล้ว
กว้าง 4 ยาว 8 สูง 3 เมตร



โรงเห็ดสร้างจากโครงไม้ไผ่ ขึงด้วยผ้าฟางสีฟ้าดึงให้ตึง
และขึงด้วยแสลนดำอีกที

 


วันที่ 16 ตุลาคม 2010
เจอหนอนอะไรไม่รู้ตัวใหญ่มากที่ต้นยอ กำลังกินใบยออยู่




วันที่ 25 ตุลาคม 2010
พี่พงษ์กับพี่น้องเก็บกระเจี๊ยบแดงมาแปรรูป



น่าเสียดายที่ติดต่อจะเอาไปขายแล้วดันไม่มีคนเอา
ทำได้น้ำกระเจี๊ยบกับแยมกระเจี๊ยบก็เลยเอาไปแจกคนแถวนั้น

 

 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2010 ตั้มมาขอปลาดุกในบ่อ




ปลาในบ่อนี้พี่พงษ์โกยแหนให้มันกินครับ


วันนี้จบแค่นี้ก่อนนะครับ
ไว้จะมาต่อเรื่องการทำก้อนเห็ด
จากที่ไปเรียนมากับครูสุรชัยครับผม