สำนักข่าว Dailymail / Mailonline ตีพิมพ์เรื่อง Eating three bananas a day could 'slash the risk of stroke' = "(การ)กินกล้วย 3 ผลทุกวัน ลดเสี่ยงสโตรค", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
สโตรค (stroke) = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต
- [ slash ] > [ s - แลช - sh ] > http://www.thefreedictionary.com/slash > noun = รอยฟัน รอยตัด-เฉือน การลดราคาครั้งใหญ่; verb = ตัด เฉือน ลด ลดราคา
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์ควิค อังกฤษ(UK) และเนเปิลส์ อิตาลี (ตีพิมพ์ใน Am College of Cardiology) ทำการวิเคราะห์ผลการศึกษาวิจัย 11 รายงาน
.
ผลการศึกษาพบว่า การกินกล้วย 3 ผล/วัน (banana = ฝรั่งมักจะหมายถึงกล้วยหอม = 500 มก./ผล) = โพแทสเซียม 1,600 มก./วัน ลดเสี่ยงหลอดเลือดสมองอุดตัน 21%
.
กล้วยเป็น 1 ในอาหารที่มีธาตุโพแทสเซียม (potassium / K) สูง, อาหารอื่นๆ ได้แก่ ผักโขม (ปวยเล้ง), นัท (nuts = เมล็ดพืชเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ), นม ปลา ถั่ว
.
การกินถั่ว ผัก ผลไม้ นัทน้อยเกิน, หรือกินข้าวขาว-แป้งขาว-น้ำตาลมากไป, อาจทำให้ระดับ K (โพแทสเซียม) ในเลือดต่ำลง เพิ่มเสี่ยงอาการอ่อนเพลีย โดยเฉพาะหลังออกแรง-ออกกำลังหนัก (สังเกตได้จากนักกีฬาเทนนิสวิมเบิลดันจะกินกล้วยในช่วงพัก), หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
.
คนสมัยก่อนกินข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) หรือธัญพืชไม่ขัดสี ทำให้ได้รับเส้นใย (ไฟเบอร์), K (โพแทสเซียม), และสารอาหารดีๆ จากจมูกข้าว-รำข้าว
.
การกินข้าวขาว-ขนมปังขาว-น้ำตาลขาว (น้ำตาลทรายน้ำตาล = น้ำตาลขาวเติมสีจากกากน้ำตาล)
.
น้ำตาลจะเข้าเซลล์ได้ ต้องมี K (โพแทสเซียม) เป็นคู่หู ไม่อย่างนั้นจะเข้าไปในเซลล์ไม่ได้ สังเกตได้จากปุ๋ยผลไม้หรือป๋ยพืชหัวใต้ดินจะเน้น K (โพแทสเซียม)
.
ผู้เชี่ยวชาญประมาณการณ์ว่า ถ้าทำ 3 อย่างนี้ จะทำให้คนทั่วโลกตายจากโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรค) น้อยลงลงมากกว่า 1,155,000 ราย/ปี
.
(1). กินอาหารที่มี K (โพแทสเซียม) สูง > กล้วย ถั่ว ผัก ผลไม้ นัท (nuts = เมล็ดพืชเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ; อาหารเขตร้อนที่มีคุณค่าคล้ายนัทได้แก่ ถั่วลิสง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ - เฉพาะที่ไม่ผ่านการทอด)
.
อาจารย์นักโภชนาการท่านหนึ่งแนะนำว่า ถ้ากินผักน้อย-ให้เลือกผักสีเข้ม เพราะมักจะมี K (โพแทสเซียม) มากกว่าผักสีจาง
.
(2). เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง, ขนมปังขาว-ขนมปังทำจากแป้งเป็นขนมปังโฮลวีท (เติมรำ)-
.
(3). ลดเกลือแกงให้น้อยลง โดยเฉพาะการลดอาหารสำเร็จรูป เช่น หมูหยอง หมูแผ่น ไส้กรอก ฯลฯ, ทำกับข้าวกินเองอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน, ลดข้าวขาว-ขนมปังขาว), ฝึกกินอาหารโดยไม่เติมซอส-น้ำปลา
.
อังกฤษ (UK) ซึ่งมีประชากรใกล้เคียงกับไทยมีคนตายจากโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรค) 200 คน/วัน = 73,000 คน/ปี และที่ไม่ตาย แต่มีอัมพฤกษ์-อัมพาตประมาณ 1 เท่าตัว
.
โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรค) ในสหรัฐฯ พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงจนถึงอายุ 74 ปี, พออายุ 75 ปีขึ้นไป จะพบในผู้หญิงมากกว่า [ strokecenter ]
.
สถิติสหรัฐฯ ปี 2005 = พ.ศ. 2548 พบสโตรครายใหม่เป็นผู้หญิง 3.9 ล้านคน, ผู้ชาย 2.6 ล้านคน เนื่องจากมีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ
- ความดันเลือดสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด > ถ้ารักษาต่อเนื่องจะลดเสี่ยงได้มาก (รวมทั้งลดเสี่ยงไตเสื่อม-ไตวาย หัวใจเสื่อม-หัวใจวายไปพร้อมๆ กันด้วย)
- บุหรี่ เพิ่มเสี่ยง 2 เท่า
ประเทศไหนที่ตรวจคัดกรอง ป้องกัน ดูแลรักษาคนไข้ความดันเลือดสูงได้ดี, และป้องกันวัยรุ่นสูบบุหรี่ได้ดี ประเทศนั้นจะแข่งขันกับนานาชาติได้ในระยะยาว
.
ภาวะแทรกซ้อนของความดันเลือดสูงและบุหรี่ เช่น ถุงลมโป่งพอง ฯลฯ มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และที่คนไทยควรรู้ คือ คนที่สูบบุหรี่ใช้เงินภาษีจาก "คนที่ไม่ได้สูบุบหรี่" ในการรักษาพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากคนไทยที่มีความรู้ และทันสมัยไม่นิยมสูบบุหรี่
.
อังกฤษ (UK - จำนวนประชากรพอๆ กับไทย) มีคนไข้โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรค)ใหม่ 100,000 ราย/ปี, ใช้เงินค่ารักษาพยาบาล 2.3 พันล้านปอนด์/ปี = 115,000 ล้านบาท/ปี = ประมาณ 1/20 งบประมาณประจำปีของไทย (2.3 ล้านบาท/ปี)
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 11 เมษายน 2554.
-
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
กล้วยมีประโยชน์ก็จริงครับ แต่การกินกล้วยขณะท้องว่างจะเป็นภัยอย่างมหันต์ครับ เพราะจะทำให้เกิดลมหลังจากที่กินไปแล้ว และลมเหล่านั้นก็จะสร้างความปั่นป่วนให้ร่างกายครับ