หลังจากทำการสุนทรียสนทนา โดยย้อนกลับไป
ที่ร่องอารมณ์เก่าสมัยเด็ก ๆ แล้ว ผู้เข้าร่วมอบรมหลายท่าน
ได้พูดเกี่ยวกับความเจ็บปวด ขมขื่นและความสุขใจทั้งหลาย
อันเิกิดจากครูของเขาทั้งหลาย หลายคนเล่าถึงความไม่เก่ง
คณิตศาสตร์นั้นเกี่ยวเนื่องมาจาก การใช้อำนาจโดยไม่ฟัง
ไม่สนใจต่อชีวิตเล็ก ๆ นั้น ความโมโห ฉุนเฉียว ของครูทำให้
เด็กเกิดโหมดปกป้อง และเกิดความชงักงันในความรู้ของเขา
บางคนก็เกิดอาการเช่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน บางคนก็ได้ครูชนิดใหม่
ที่ให้กำลังใจ สามารถเยียวยาจนฟื้นคืนสภาพปกติเกิดการเรียนรู้
ได้ใหม่  หลายคนโชคดีที่ได้รับการเยียวยาโดยครูผู้เข้าใจ และ
ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืนถาวร และมีความสุข

บรรยากาศของโรงเรียน แบบอุตสาหกรรมเหมาโหล ไม่ว่าจะมี
ความพยายามทำให้เกิดผล โดยใช้กระบวนการเดียวกัน จะพบว่า
จะมีคนเก่งเพียง สิบ ถึง สิบสอง เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถ
ได้ผล ทิ้งคนกลาง ๆ จนถึงแย่สุด ๆ ไปสู่ชายขอบแห่งการศึกษา
กระบวนการเดียวกันนี้ เป็นกระบวนการนำเนื้อหาในตัวหนังสือ
เข้าไปสู่สมอง และจะต้องจำให้สถิตย์ เพราะจะต้องท่องจำเพื่อ
ประเมินอีก แล้วความรู้ไกลตัวอย่างนั้นก็ไม่ได้ใช้ บรรยากาศแบบ
ตึงเครียด เช่นโรงงานอุตสาหกรรมนี้ได้เพาะบ่มให้คนไม่เป็นคน
ก่อให้เกิดความทุกข์ อย่างมหาศาล

แม้แต่บรรยากาศในครอบครัว การเลี้ยงลูกแบบเผด็จการก็ก่อให้
เกิดความทุกข์แก่เด็ก การเร่งรัดการอ่านเขียน การบังคับให้เกิด
ผลอย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าโหมดปกป้อง ทำให้พลังชีวิต
ถดถอยลง ตัวผมเองก็ได้สร้างความทุกข์เหล่านี้ให้กับลูกชายคนโต
ตอนนั้นเขาอยู่อนุบาลยังเขียนตัวหนังสือไม่ได้ ผมก็บังคับลูกชาย
ให้เขียนให้ได้ ด้วยความโมโหเลยตีมือเขาไปครั้งหนึ่งด้วยความ
ปรารถนาดีแบบไทย ๆ ทำให้เขาร้องให้ และเริ่มเข็ดขยาดในการเขียน
ทุกครั้งที่เขาเขียน เขาเขียนอย่างไม่เป็นสุข ทุกวันนี้ก็พยายามเยียวยา
ความผิดพลาดในอดีตของผม

การเยียวยาที่ดีที่สุด คือการสร้างภาวะโหมดปกติ สร้างพื้นที่ปลอดภัย
เพื่อให้ชีวิตที่เป็นกระบวนการจัดการตนเองนั้นได้ทำงาน ไม่ว่าจะเป็น
พื้นที่ของครอบครัวจำเป็นต้องมีการเยียวยา พื้นที่ของโรงเรียนและ
การศึกษาต้องมีการเยียวยา ทั้งตนเอง ครอบครัว สังคมไปพร้อมกัน