ผมเคยนำบทความของคุณหมอวินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. คนปัจจุบันที่เขียนถึง คุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ไปตอนหนึ่งแล้ว (KM0063 : รำลึกถึงคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์) วันนี้ผมนำอีกหนึ่งบทความที่คุณหมอวินัย เขียนถึงพวกเราชาว สปสช. เกี่ยวกับคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ มาให้อ่านครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อีกเช่นเดิมครับ
สวัสดีครับ สปสช . ทุกท่าน
 
            สัปดาห์นี้ขอเขียนถึง นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ หรือพี่หงวน อีกสักนิด  เพราะเมื่อนึกย้อนไปจะเห็นได้ว่าระบบการทำงานของ สปสช. ทุกวันนี้เกิดจากการออกแบบของพี่หงวน เริ่มตั้งแต่การกำหนดเรื่องบริการสาธารณสุข (สุขภาพ) ให้มีงานส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และรวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพด้วย ทำให้ สปสช.สามารถดูแลประชาชนในระบบได้อย่างครบถ้วน หากจะเปรียบเทียบกับอีก 2 ระบบ จะเห็นได้ว่า ระบบของเรามีความครอบคลุมสิทธิประโยชน์ได้ครบวงจร  การออกแบบการบริหารที่มีคณะกรรมการ (Board)  เป็นกลไกกำกับนโยบาย (ไม่ใช่การกำกับนโยบายจากภาคการเมืองโดยตรง)  โดยจัดองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มาจากทุกภาคส่วนทำให้เกิดการประสานความคิดและการคานอำนาจซึ่งกันและกัน หากพวกเราสังเกตจะเห็นว่าแต่ละประเด็นจะมีมุมมองจากภาควิชาชีพ ภาคประชาชนและจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น  การอออกแบบองค์ประกอบของคณะกรรมการหลักฯ  ที่มีจากทุกภาคส่วนนี้  ที่ทำให้กระบวนการกำหนดนโยบายและทิศทางของการสร้างหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนต้องทำด้วยความรอบคอบมีเหตุ มีผล
      กระบวนการที่สำคัญอีกอย่างคือ กระบวนการจัดทำคำของงบประมาณหรืองบเหมาจ่ายรายหัว ที่ออกแบบไว้ให้ต้องเสนอครม.เป็นวาระเฉพาะ การออกแบบไว้แบบนี้ทำให้ระบบการของบประมาณของ สปสช. มีสิทธิพิเศษในการเจรจาต่อรองกับภาคการเมือง (แทนที่จะต่อรองกับสำนักงบประมาณฯ) และเมื่อเราทำให้การของบประมาณเหมาจ่ายรายหัวเป็นเรื่องวาระเฉพาะคือ ปรากฎอยู่ในสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์, โทรทัศน์,  วิทยุ  ในลักษณะที่งบเหมาจ่ายรายหัวจะมากหรือน้อยสะท้อนความสนใจของภาคการเมืองที่จะให้การสนับสุนนประชาชนกับสาธารณสุข   สิ่งเหล่านี้เป็นแรงกดดันให้ภาคการเมือง (รัฐบาล-ครม.)  ต้องให้การสนับสนุน เมื่อภาคการเมืองตัดสินใจว่าจะกำหนดงบเหมาจ่ายรายหัวเท่าไร  สำนักงบประมาณมีหน้าที่ตั้งงบประมาณให้ตามนั้น และต้องพยายามไปตัดงบจากส่วนอื่นเพื่อปิดหีบงบประมาณ 
      สำหรับงบประมาณปี 2555 นั้น ผมคิดว่าหากพวกเรา (สปสช.) เจรจากับสำนักงบประมาณโดยตรง งบเหมาจ่ายรายหัวน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 2,800 บาท เหตุที่เราได้รับ 2,895.60 ซึ่งเพิ่มมาเกือบ 5,000 ล้านบาท  นั่นเพราะภาคการเมืองตัดสินใจ  แต่ทั้งหมดผมต้องขอขอบคุณ อ.อัมมาร สยามวาลา ประธานอนุการเงินการคลังของเรา ที่ช่วยเหลือพวกเราอย่างเต็มที่ในการเจรจากับนักการเมืองเพื่อของบประมาณ     จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องที่ นพ.สงวน ได้วางระบบไว้ หากพวกเราสนใจลองศึกษาจาก พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545  ตัวอย่างเช่น แนวคิดเรื่องการทำให้การบริหารกองทุนทั้ง 3 กองทุนไปในทิศทางเดียวกัน การกำหนดให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีบทบาทในการสร้างระบบหลักประกันตามมาตรา 47 เป็นต้น
 จะเห็นว่าคุณหมอสงวนหรืออาจารย์สงวน ได้ทำคุณูปการให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมากมาย  ในช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 1 เม.ย. 54 จะมีงานสวดพระอภิธรรม และวันเสาร์ที่ 2 เม.ย. 54 เวลา 16.00 น. จะมีงานพระราชทานเพลิงศพ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ณ วัดชลประทานฯ  ผมอยากจะเชิญชวนพวกเราทุกคนไปร่วมรำลึกถึงบุคคลที่เป็นผู้วางรากฐานระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย