....ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย...หากใครยังไม่เคยได้ยินใครพูดคำนี้สำหรับเรา ก็ลองพูดให้ตัวเองฟังดูนะคะ จิตจะหยุด และสงบงันขึ้นมาทันที อาการปลงตก กลับกลายเป็นยาขนานเอก ที่ทำให้มองเห็นคุณค่าชีวิตที่เหลือ

  พุทธวิธีรักษาโรค 7 วิธี

ผู้เขียนได้นำรายละเอียด พุทธวิธีรักษาโรค มาเล่าสู่กันฟัง ไปสองวิธีแล้ว นั่นคือ 

การทำสมาธิ

และการสวดมนต์

 สำหรับวันนี้ เป็นวิธีที่3 ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ นั่นคือ

การรักษาบรรเทาด้วย การฟังธรรม

    เมื่อความเจ็บป่วยสำแดงอาการ นอกจากกายจะทุรนทุรายแล้ว ใจก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน  เหมือนไฟที่แผดเผา ทั้งนอกและในตัว ไม่นานรังโรค ก็ค่อยๆอ่อนแอและหมดอายุ ไปด้วยความรวดเร็ว

  หากมีใครสักคน มาปลอบโยน ให้กำลังใจ ด้วยความเมตตาสุดๆ มองเห็นความหวัง ในสิ่งที่กำลังสิ้นหวัง ถ้อยคำที่กล่าวถึงความจริงของชีวิต การชี้แจงให้เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป อย่างผู้เป็นเพื่อนทุกข์สุขไปด้วยกัน ธรรมชาติไม่ได้ลำเอียง แต่ให้สิ่งที่เขากำลังเป็น กำลังป่วย ให้กับทุกๆคน เว้นแต่ว่า ใครจะได้พบเจอเมื่อไหร่ มากน้อย บ่อยครั้งแค่ไหนเท่านั้นเอง แต่มนุษย์ก็มีบุญบาปเป็นของตัว ที่บุญจะมาคอยส่งเสริม ให้ทุกข์น้อย หรือบาป อาจมาซ้ำเติมให้ทุกข์หนัก ตราบใด ที่เรายังมีทางเลือก เราควรเลือกคิดถึงฝ่ายไหนกันดี

 

 

    หรือสุดท้ายที่เกินจะเยียวยา ก็ต้องนำใจของคนเจ็บ กลับมาสู่ความเป็นจริงแท้แน่นอนของชีวิต ที่จะทำให้ทุกข์ความคิดต้องหยุดฟัง....ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย...หากใครยังไม่เคยได้ยินใครพูดคำนี้สำหรับเรา ก็ลองพูดให้ตัวเองฟังดูนะคะ จิตจะหยุด และสงบงันขึ้นมาทันที อาการปลงตก กลับกลายเป็นยาขนานเอก ที่ทำให้มองเห็นคุณค่าชีวิตที่เหลือ ผ่อนคลายลง ร่างกายได้พัก และค่อยๆฟื้นฟูหลับมา อีกอย่าง การที่จิตสงบลง บุญคือฝ่ายดี ก็สามารถส่งผลเข้ามาได้ รักษาใจให้เข้มแข็งขึ้น

  พระพุทธเจ้า ทรงเป็นนักการแพทย์ที่เข้าถึงคนไข้ อย่างลึกซึ้ง และแก้ได้ถูกจุดที่สุด

    ธรรม จึงจำเป็นที่เราควรศึกษา ให้เข้าใจถ่องแท้ และเข้าถึง ยามใดที่ต้องกล่าวธรรมะ จึงจะมีพลังและเยียวยา และที่สำคัญ ควรฝึกเป็นนักฟังธรรมที่ดีด้วย ตั้งใจและไตร่ตรองตามให้ทัน ให้รู้ ให้เห็นอย่างมีสตินั่นเอง

 ธรรมะ จึงมีอานุภาพ ทั้งผู้ให้และผู้รับเลยละค่ะ