เรื่องนี้จบลงตรงที่หลวงพ่อเห็นว่า พระรูปนี้มีมานะคือถือตัวมาก เข้าข่ายพวกปทปรม

 

 

            สมภารวัดแห่งหนึ่งรู้สึกอิดหนา ระอาใจกับพระบวชใหม่รูปหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะดื้อด้านเอาการ สอนเท่าไรไม่ค่อยเชื่อ บางครั้งเถียงหลวงพ่อคอเป็นเอ็น จะเอาชนะท่านให้ได้ ทั้งที่รู้ว่าตัวเองผิดก็ยังดันทุรัง วันหนึ่งหลวงพ่อเรียกพระใหม่รูปนั้นมาตักเตือนเรื่องไม่ลงโบสถ์ทำวัตรเช้า วัตรเย็นว่า 

ท่านทำไม่ถูกนะ ที่ไม่ลงโบสถ์ ทำวัตรเช้า วัตรเย็น แถมยังไม่ไปบิณฑบาตอีก ท่านรู้ไหมว่า การทำวัตรเช้า วัตรเย็น การบิณฑบาตน่ะมันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุทุกรูป 

พระบวชใหม่ย้อนหลวงพ่อทันที ที่ผมไม่ลงโบสถ์ทำวัตรเช้า วัตรเย็นนั้น เพราะผมคิดว่ามันไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร ผมยังท่องไม่ได้ ไปทำวัตรทีไร ผมก็ต้องเปิดหนังสือดูทุกที อีกอย่างหนึ่งผมบวชเพียงแค่ ๑๕ วัน ผมอยากจะพักผ่อนบ้าง เดี๋ยวผมก็ต้องสึกออกไปเครียดกับงานอีก ที่สำคัญ บางวันผมก็เห็นหลวงพ่อไม่ลงโบสถ์ทำวัตรเช้า วัตรเย็นก็มี

 หลวงพ่อชี้แจงว่า หลวงพ่อยอมรับว่า บางวันหลวงพ่อไม่ได้ลงโบสถ์ เพราะหลวงพ่อติดธุระ เธอก็ทราบดีมิใช่หรือว่างานของเจ้าอาวาสมันมากขนาดไหน 

พระบวชใหม่ไม่กล้าเถียงหลวงพ่อในประเด็นนี้อีก จึงเปลี่ยนประเด็นใหม่ทันทีว่า 

เรื่องที่ผมไม่บิณฑบาตนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายมิใช่หรือ เพราะผม   ก็ไม่ได้ลงไปฉันที่หอฉัน ผมให้ลูกศิษย์ไปซื้อมาฉัน ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป กิจวัตรของพระบางอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปมิใช่หรือ ไม่อย่างนั้น เวลาฝนตกหนัก พระบิณฑบาตไม่ได้ อย่างนี้ก็ผิดใช่ไหมหลวงพ่อ” 

ฟังพระบวชใหม่เถียงหลวงพ่อแต่ละเรื่องดูแล้วไปข้าง ๆ คู ๆ หาทางยุติได้ยาก เรื่องนี้จบลงตรงที่หลวงพ่อเห็นว่า พระรูปนี้มีมานะคือถือตัวมาก เข้าข่ายพวกปทปรมะ บัวใต้น้ำ ท่านก็เลยฝากข้อคิดให้แก่พระบวชใหม่ไปว่า 

ถ้าท่านคิดจะบวชเพื่อพักผ่อนละก็ อย่าบวชเลยดีกว่า มันไม่ได้ประโยชน์อันใดหรอก คำพูดของหลวงพ่อทำให้พระหนุ่มไม่พอใจอย่างมาก พอครบ ๑๕ วันแกก็สึกไปตามระเบียบ

            ยกเรื่องมาเสียยาวเชียว กลับมาหาประเด็นเรื่องทิฐิกันหน่อยว่ามีการเข้าใจผิดกันในประเด็นใดบ้าง เรื่องที่พบเห็นประจำก็เห็นจะมีเพียงการเข้าใจว่าทิฐิคือความถือตัว เชื่อมั่นในตัวเองสูง และมักเอามาใช้กับคำว่า มานะ กลายเป็นทิฐิมานะไป และได้ความหมายใหม่ว่า ถือตัวจัด ประเภทไม่ฟังใครทั้งนั้น ดังตัวอย่างข้างต้นนี้ชาวบ้านจะเรียกพระบวชใหม่รูปนี้ว่าเป็นคนมีทิฐิมานะ หมายถึง ถือตัวจัด เข้าข่ายเป็นคนดื้อรั้น เพื่อให้เห็นว่าเรื่องนี้คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงอย่างไร ขอนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องทิฐิไว้ ๒ ประเด็น คือ

            . ความหมาย ทิฐิ หมายถึง ความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

            . ประเภท ทิฐิมีอยู่ ๒ ประเภท คือ () สัมมาทิฐิ หมายถึง ความเห็นชอบ เห็นถูกต้อง เห็นตรงประเด็น ตรงหลักการ ตรงความจริง () มิจฉาทิฐิ หมายถึง ความเห็นผิด คลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับความจริง ตัวอย่างความเห็นของพระบวชใหม่ในเรื่องนี้จัดอยู่ในประเภทนี้ เพราะเป็นความคิดเห็นที่ผิดไปจากหลักการ ไม่ตรงกับความจริง

            ทิฐิ ๒ ประการนี้มิจฉาทิฐิเป็นตัวการสำคัญที่ปิดกั้นความดีงามในระดับต่าง ๆ ของมนุษย์        ดังตัวอย่างทิฐิของพระบวชใหม่ ทำให้พระบวชใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่ของพระที่ควรจะทำ กลายเป็นความหยุดนิ่งด้านความดีของนักบวชที่พึงมี ซึ่งเราจะเห็นว่าในมรรคมีองค์ ๘ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสัมมาทิฐิไว้เป็นข้อแรก ชี้ให้เห็นึงความสำคัญของความคิดเห็นที่ถูกต้องได้เป็นอย่างดี ส่วนกระบวนการสร้างสัมมาทิฐินั้นขอให้ท่านผู้อ่านไปศึกษารายละเอียดในหนังสือพุทธธรรมของพระเทพเวที (ประยุทธ์   ปยุตฺโต) ที่ว่าด้วยเรื่องการสร้างสัมมาทิฐิตามหลักโยนิโสมนสิการซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๑๐ วิธี

 

เนื่องเรื่องโดย  คุณธีรโชติ  เกิดแก้ว