อาทิตย์นี้ผมได้ทำกิจกรรมทางสังคมมากมาย ได้แก่ เสวนากับพ่อแม่และสหวิชาชีพที่ Rainbow Room, บันทึกเทปยิ้มสู้, ออกวิทยุตามตะวัน และต้อนรับนักกิจกรรมบำบัดฟิลิปปินส์ที่คณะฯ

คำถามและเสียงสะท้อนมากมายเกิดขึ้นเมื่อ ดร. ป๊อป นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนไทยและคนฟิลิปปินส์ในโอกาสแตกต่างกัน ได้แก่ เสวนากับพ่อแม่เด็กพิเศษ นักพัฒนาการ นักจิตวิทยา นักการศึกษาพิเศษ ณ The Rainbow Room, สนทนากับสื่อมวลชนและผู้ปกครองกรณีศึกษาโครงการ "หมออาสา มาหานะเธอ" ขณะบันทึกเทปยิ้มสู้, สนทนากับดีเจ FM 92.0 ออกอากาศสดในรายการวิทยุตามตะวัน และต้อนรับกับนักกิจกรรมบำบัดฟิลิปปินส์ 2 ท่านที่มาเยี่ยมชมงานกิจกรรมบำบัดศึกษาและวิจัย ณ คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล

โดยสรุปคำถามและเสียงสะท้อน 5 ข้อ คือ

  • ทำไมนักกิจกรรมบำบัดจัดกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาเด็กในรูปแบบที่ซ้ำซากและไม่มีการให้การบ้านที่ตอบโจทย์เฉพาะของคุณพ่อคุณแม่เด็กพิเศษ เช่น จะจับดินสอและเขียนทันเพื่อนๆ ในชั้นเรียนได้เมื่อไร จะจับช้อนกินข้าวได้เองอย่างไร เป็นต้น
  • ทำไมนักกิจกรรมบำบัดจึงไม่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักพัฒนาการ นักจิตวิทยา และนักการศึกษาพิเศษ เพื่อจัดโปรแกรมเฉพาะเด็กหนึ่งคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทำไมนักกิจกรรมบำบัดที่มีความถนัดในการพัฒนาเด็กจึงมีอยู่น้อยมากในจำนวนประมาณ 600 คน ที่สำเร็จการศึกษาจากภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ ม.เชียงใหม่
  • ทำไมไม่มีนักกิจกรรมบำบัดมีจิตอาสาออกเยี่ยมบ้านและแนะนำโปรแกรมกิจกรรมบำบัดที่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการ "หมออาสา มาหานะเธอ" ของ ดร. ป๊อป
  • ทำไมประเทศไทยจึงไม่มีนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางและไม่มีการทำงานแบบสหวิชาชีพในการพัฒนาทักษะชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย

ดร.ป๊อป คิดวิเคราะห์อยู่นานและทบทวนความคิดของตนเองในการพัฒนางานกิจกรรมบำบัดศึกษาและวิจัยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคมไทยตลอด 4 ปีที่กลับมาจากการศึกษาเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตจนเป็น "นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมคนเดียวในไทย" และจบ ดร. วิทยาศาสตร์สุขภาพ เน้น กิจกรรมบำบัดในการใช้เวลาว่างในหญิงออสเตรเลียที่มีความล้าจากโรคเรื้อรัง โดยมี Prof. Tanya Packer เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นมือหนึ่งของโลกในแนวคิดการจัดการความล้าด้วยตนเอง

คำตอบของ ดร. ป๊อป ตามโจทย์ข้างต้น คือ

  • นักกิจกรรมบำบัดไทยไม่มีเวลาในการบริหารสื่อบำบัดที่สอดคล้องกับกรอบความคิดทางกิจกรรมบำบัด เพราะในหนึ่งสถานพยาบาลต้องรับภาระในการให้บริการเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มากกว่า 8 รายต่อวันต่อนักกิจกรรมบำบัด 1 คน ซึ่งเกณฑ์มาตราฐานสากลของนักกิจกรรมบำบัดจำนวน 1 คน ต่อผู้รับบริการไม่เกิน 6 รายต่อวัน และควรจัดกิจกรรมบำบัดในผู้รับบริการเดิมอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 1ชม. ขึ้นไป แล้วแต่เป้าหมายทางกิจกรรมบำบัด และด้วยเหตุผลของผู้รับบริการหนึ่งคนที่ต้องให้บริการกิจกรรมบำบัดที่บ้านหรือสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงด้วย ซึ่ง ดร. ป๊อป พบว่าใช้เวลาต่อ 1 รายต่อหนึ่งสัปดาห์คือ 4 ชม.
  • นักกิจกรรมบำบัดไทยได้เรียนรู้การทำงานแบบสหวิชาชีพ แต่ไม่มีประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยทักษะการให้เหตุผลทางคลินิกที่ชัดเจน และการทำงานแบบสหวิชาชีพในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในไทยนั้นยังไม่เป็นรูปธรรมมากนัก ยกเว้นในการทำงานในภาคเอกชน ซึ่งต้องมีระบบการคัดเลือกนักกิจกรรมบำบัดที่เก่ง กล้า ดี มีความเป็นมืออาชีพและเป็นผู้นำในการประสานงานสหวิชาชีพเพื่อสร้างสรรค์ชุมชนนักปฏิบัติที่มีความสุขอย่างยั้งยืน
  • จากคำตอบข้อ 1 และนักกิจกรรมบำบัดต้องหาเลี้ยงชีพตนเองในการทำงานกิจกรรมบำบัดที่บ้านในวันหยุดนอกเหนือจากงานประจำในระบบราชการหรือเอกชน ซึ่งงานหนักและรายได้ในกรณีให้บริการผู้มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตสังคมยังถือว่า ต่ำกว่ารายได้ของนักกิจกรรมบำบัดในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งจัดสวัสดิการทางสังคมได้เหมาะสม
  • จากคำตอบข้อ 3 นักกิจกรรมบำบัดเพียง 20% (พี่ๆ รุ่นแรกก็เหนื่อยล้ากับการต่อสู้เพื่อวิชาชีพในระบบสาธารณสุขไทย) ก็เสียสละทำงานจิตอาสา ทำงานมากกว่างานประทำ ทำงานเพื่อประชาสัมพันธ์วิชาชีพ ทำงานสมาคม/คณะกรรมการวิชาชีพ และช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยในบางโอกาส
  • ประเทศไทยเพิ่งออก กม. ให้นักกิจกรรมบำบัดมีใบประกอบโรคศิลปะในปี พ.ศ. 2545 ทั้งๆ ที่รุ่นแรกจบเมื่อปี พ.ศ. 2527 พอมีสถาบันการศึกษาที่สอง ณ ม.มหิดล รองจาก ม.เชียงใหม่ ก็เพิ่งจะมีประกาศการรับรองสถาบันและเห็นชอบหลักสูตรย้อนหลัง และคาดว่าคงอีกนานที่จะมีการรับรองผู้เชี่ยวชาญในงานกิจกรรมบำบัด

ผมจึงอยากยกตัวอย่างของสมาคมนักกิจกรรมบำบัดอเมริกาที่มีระบบกิจกรรมบำบัดศึกษา วิจัย และพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้ดีเยี่ยม คลิกอ่านที่ http://www.aota.org/Practitioners/ProfDev/Certification   

เมื่อผมอ่านรายละเอียดก็คิดว่า ตนเองได้ทำหน้าที่นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมและได้ขยายการให้บริการในแต่ละด้านได้ดีเล็กน้อยแล้ว เช่น กิจกรรมบำบัดที่บ้าน กิจกรรมบำบัดความล้าและการใช้เวลาว่าง กิจกรรมบำบัดร่วมกับโภชนการบำบัดในการกลืนลำบาก กิจกรรมบำบัดกับการฝึกดนตรีในผู้สูงอายุ กิจกรรมบำบัดในศูนย์ติดสารเสพติด กิจกรรมบำบัดแบบพลวัติเพื่อสุขภาพจิต กิจกรรมบำบัดกับการพัฒนาเด็กในห้องเรียน ฯลฯ ลองดูจากหัวข้อที่ต่อท้ายด้วย (Khemthong, 2006) ได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Occupational_therapy ตรงหัวข้อ Emerging practice areas for therapy 

ระบบการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิโดยสมาคมวิชาชีพกิจกรรมบำบัดในอเมริกานั้น คณะกรรมการในแต่ละรัฐจะพิจารณาคุณสมบัติและคุณภาพของนักกิจกรรมบำบัดที่มีได้รับปริญญาด้านกิจกรรมบำบัด มีใบประกอบโรคศิลปะ ทำงานอย่างน้อย 5 ปี มีประสบการณ์เฉพาะด้านในคลินิกมากกว่า 5,000 ชม. และมีประสบการณ์ในการบริการวิชาการสู่สังคมเฉพาะด้านมากกว่า 500 ชม. เพื่อเพิ่มเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ Board Certification ซึ่งสามารถสมัครให้คณะกรรมการฯ พิจารณาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมากกว่า 1 ด้าน ได้แก่ Gerontology, Mental Health, Pediatrics, หรือ Physical Rehabilitation แต่ต้องได้รับความเชี่ยวชาญเพียง 1 ด้านก่อนในการพิจารณาแต่ละครั้ง (มีอายุ 5 ปี)

ในกรณีต้องการเพียงผู้เชี่ยวชาญ หรือ Speciality Certification ก็ต้องมีประสบการณ์เฉพาะทางมากกว่า 2,000 ชม. ในคลินิก และ 600 ชม. ในการบริการวิชาการเฉพาะทางสู่สังคม เช่น Driving & Community Mobility, Environmental Modification, Feeding, Eating, and Swallowing และ Low Vision

ขณะนี้ผมและอาจารย์กิจกรรมบำบัด ม.มหิดล กำลังรวบรวมเครือข่ายนักกิจกรรมบำบัดที่มีความถนัดในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอให้ทางคณะกรรมการวิชาชีพพิจารณาระบบกิจกรรมบำบัดศึกษาต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพวิชาชีพกิจกรรมบำบัดผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้น อันนำมาซึ่งการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการและผู้ให้บริการต่อไปในสังคมไทย

เท่าที่ ดร. ป๊อป นับได้ตอนนี้ ก็พบว่า นักกิจกรรมบำบัดผู้ทรงคุณวุฒิจากการแต่งตั้งในคณะกรรมการวิชาชีพน่าจะมีจำนวน 5 ท่าน และที่จบเฉพาะทางในต่างประเทศ หรืออบรมกับวิทยากรต่างประเทศ เช่น

  • ดร. กิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Hand Rehabilitation 1 ท่าน  
  • ดร. กิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Sensory Integration 1 ท่าน
  • ดร. กิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Mental Health 1 ท่าน
  • ดร. กิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Physical/Cognitive Rehabilitation 2 ท่าน
  • ดร. สาขาอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Sensory Integration 1 ท่าน
  • ดร. สาขาอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Gerontology 2 ท่าน
  • นักกิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Mental Health 1 ท่าน
  • นักกิจกรรมบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Advanced Occupational Threapy 4 ท่าน
  • นักกิจกรรมบำบัดที่มีการตอบรับถึงความถนัดในการพัฒนาเด็ก ราว 30 ท่าน
  • นักกิจกรรมบำบัดที่อบรมระยะสั้นในความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ อีกจำนวนเท่าไรนั้นยังไม่เคยสำรวจครับ
  • นักกิจกรรมบำบัดในไทยล่าสุดประมาณ 650 คนทั่วประเทศไทย

นี่คือวิชาชีพหนึ่งที่คนไทยหลายคนยังไม่เข้าใจ และที่ผู้เรียนใน ม.เชียงใหม่ และม.มหิดล กำลังพัฒนาตนเองเพื่อทำให้คนไทยเข้าใจมากขึ้น เพื่อนำศาสตร์และศิลป์ทางกิจกรรมบำบัดสากลไปเพิ่มสุขภาวะและทักษะชีวิต (ความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต) ต่อไป