หากสิ่งที่เขาขู่เป็นจริง เวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก
ตอนแรกผมไม่ค่อยอยากจะเขียนเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ เนื่องจากต้องไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม บุคคลที่สี่ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็อาจเป็นบทเรียน หรือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหลายๆ ท่าน โดยผมจะพยายามไม่เอ่ยนามบุคคลที่สามหรือสี่ เหล่านั้น ผมจำได้ว่า อ.ประพนธ์ เคยให้ทำกิจกรรมให้เราเล่าเรื่องว่าเมื่อเราเจอปัญหาเราใช้กลไกใดของ Black Panther ในการแก้ปัญหา สำหรับเรื่องนี้เป็นการใช้กลไกที่เรียกว่า "โจมตี" หรือ Attack ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ เรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (22 มีนาคม 2554) มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของภรรยาผม ประมาณว่าโทรมาตามทวงหนี้เจ้าของเบอร์เดิม ซึ่งเบอร์นี้ปัจจุบันจดทะเบียนเป็นชื่อของผม คนที่โทรมาพูดจาค่อนข้างออกไปในแนวข่มขู่ และโทรมาหลายครั้งมาก เมื่อโทรมาอีกผมจึงรับแทน และพยายามอธิบายว่าเบอร์นี้ปัจจุบันเป็นของผม และไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเดิม แต่ดูเหมือนคนที่โทรมาจะไม่ยอมเชื่อ และพยายามให้ผมบอกว่าผมเป็นใคร ชื่อนามสกุลอะไร ซึ่งผมก็ไม่บอก เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคคล คนที่โทรเข้ามาบอกว่าได้ข้อมูลมาจากบริษัทโทรศัพท์ว่าเบอร์นี้เป็นของคนที่เขาต้องการคุย (จริงหรือไม่ผมไม่แน่ใจ แต่คนที่เขาอ้างถึงเคยใช้เบอร์นี้จริงๆ ผมทราบหลังจากที่ตรวจสอบกับบริษัทโทรศัพท์ภายหลัง) ท้ายสุดคนที่โทรเข้ามาเริ่มไม่พอใจที่ผมไม่ยอมเปิดเผยตัวตน เลยขู่ผมว่า "จะตามไปที่บ้านผม" ผมก็เลยถามไปว่า "แล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่าผมอยู่ที่ไหน" ชายคนนั้นตอบว่า "ก็ใช้ข้อมูลเบอร์โทรนี้จากบริษัทโทรศัพท์" (จริงๆ ไม่ได้พูดเพราะอย่างนี้นะครับ)
ประเด็นเรื่องการเข้าถึงข้อมูลของผมได้จริงหรือไม่จริง ก็ประเด็นหนึ่ง อาจแค่เป็นการข่มขู่ แต่ในฐานะเป็นคนที่ทำงานอยู่กับระบบข้อมูล จึงคิดว่าหากจะทำจริงคงไม่ยากเท่าไหร่ ว่าแล้วผมก็ชักไม่สบายใจ จึงไปที่ร้านสาขาของบริษัทในห้างแห่งหนึ่ง เพื่อปรึกษาว่ากรณีนี้ผมจะทำอย่างไร พนักงานที่ร้านดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจที่ผมอธิบาย ผมเลยบอกว่างั้นขอพบผู้จัดการ ซึ่งท้ายสุดก็เพียงแนะนำให้เปลี่ยนเบอร์ ผมเองทีแรกก็ยังไม่นึกอะไร เปลี่ยนก็เปลี่ยน (แต่กว่าจะเปลี่ยนกันได้ก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะไปติดเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งทางผมไม่ยอม เนื่องจากไม่ใช่ความผิดของผู้ใช้บริการ) จากนั้นผมถามว่าควรทำยังไงต่อ เพราะเขาขู่ว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลของผมได้ คำตอบคือ ไม่มีคำตอบ  ผมจึงต้องเดินทางไปสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ (ตามคำแนะนำของเพื่อนที่เป็นทนาย) และให้พี่ที่รู้จักที่เป็นตำรวจช่วยตรวจสอบเบอร์ที่โทรเข้ามา (นึกไม่ออกว่าถ้าเราไม่มีคนที่รู้จักอาชีพเหล่านี้จะทำอย่างไร) ซึ่งก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ (เบอร์ไม่มีในระบบ) ผมชักเริ่มไม่แน่ใจว่าข้อมูลส่วนตัวของผมจะปลอดภัยหรือไม่
ด้วยความกังวลผมกลับมาที่ร้านสาขาบริษัทโทรศัพท์นั้นอีกครั้ง เพื่อขอปิดการใช้เบอร์ดังกล่าวและสอบถามเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลผม และเหมือนเดิมไม่มีใครให้ความมั่นใจได้ พนักงานทำได้แค่เพียง "คิดค่าบริการส่วนที่ค้างอยู่ก่อนปิดบริการ" และบอกว่า "ต้องรอคุยกับฝ่ายกฏหมายของบริษัทในวันรุ่งขึ้น" ผมพยายามอธิบายว่าเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในระบบ มันสามารถเข้าถึงได้เฉพาะเวลาทำการเหรอ ประมาณว่า SERVER จะทำงานเฉพาะวันและเวลาทำการเหรอ ผมยังได้ถามถึงการเก็บข้อมูลของผู้เข้าถึงข้อมูล หรือ LOG ว่ามีการเก็บข้อมูลหรือไม่ว่ามีพนักงานคนใดเข้ามาดูข้อมูลของลูกค้าคนใด พนักงานและผู้จัดการได้แต่ตอบว่า "ไม่ทราบ" และบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะรีบดำเนินการแจ้งฝ่ายกฏหมาย และจะมีเจ้าหน้าที่กฏหมายของบริษัทโทรมาหาผม สรุปคือ ผมเสียเวลาวันนี้ไป  5 ชั่วโมง เพื่อแก้ปัญหาที่ผมไม่ได้ก่อ
เช้าวันต่อมาผมเฝ้ารอโทรศัพท์ของฝ่ายกฏหมายของบริษัทโทรศัพท์ดังกล่าว หรือจากผู้จัดการร้านสาขาฯ ว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว เพราะหากสิ่งที่เขาขู่เป็นจริง เวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ................8 โมงเช้า 9 โมงเช้า 10 โมงเช้า ไม่มีการโทรติดต่อกลับมา ผมจึงโทรกลับไปหาผู้จัดการร้านสาขาฯ หลายครั้ง แต่ก็ไม่รับสาย............เรื่องราวยังไม่จบนะครับ