ขอย้อนกลับไปทำความเข้าใจ The 21st Century Knowledge-and-Skills Rainbow เพื่อให้เห็นตำแหน่งภาพรวมของทักษะที่เรากำลังใฝ่ฝันสร้างวิธีเรียนรู้ให้แก่ศิษย์ และขอย้ำว่าตั้งแต่ตอนที่ ๘ จนถึงตอนปัจจุบัน และต่อไปอีกหลายตอนจะเก็บความมาจากหนังสือ 21st Century Skills : Learning for Life in Our Times ท่านที่สนใจจริงๆ ควรหาหนังสือมาอ่าน จะมีรายละเอียดมากกว่าที่เก็บความมาเล่าหลายเท่า
ทักษะสารสนเทศ (Information Literacy)
ทักษะที่ต้องการได้แก่
• ทักษะในการเข้าถึง (access) อย่างรวดเร็ว และรู้แหล่ง
• ทักษะในการประเมินความน่าเชื่อถือ
• ทักษะในการใช้อย่างสร้างสรรค์
ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ศิษย์มีทักษะต่อไปนี้
- เข้าถึงและประเมินสารสนเทศ
@ เข้าถึงสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ (ใช้เวลาน้อย) และมีประสิทธิผล (เข้าถึงแหล่งที่ถูกต้องเหมาะสม)
@ ประเมินสารสนเทศอย่างลึกซึ้งครบถ้วนรอบด้าน และอย่างรู้เท่าทัน (ในยุคนี้มีสารสนเทศปลอม หรือไม่แม่นยำเต็มไปหมด)
- ใช้และจัดการสารสนเทศ
@ ใช้สารสนเทศได้อย่างแม่นยำและสร้างสรรค์ ต่อกรณีหรือปัญหาที่เผชิญ
@ จัดการ information flow จากแหล่งที่หลากหลายได้
@ เข้าถึงและใช้สารสนเทศอย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรมและกฎหมาย
ผมขอเพิ่มเติมข้อสังเกตส่วนตัวในเรื่องทักษะสารสนเทศว่า ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้นึกถึงว่าสมัยนี้เป็นยุค media 2.0 - 3.0 ดังนั้น ทุกคนต้องมีทักษะในการสร้างสารสนเทศและสื่อออกไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนวงกว้าง คือต้องไม่จำกัดมุมมองด้านสารสนเทศเฉพาะการเป็นผู้บริโภค แต่ต้องมีพฤติกรรมในฐานะผู้ผลิตด้วย และต้องเป็นผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ผลิตสารสนเทศปลอม หลอกลวง ด้อยคุณภาพ
ทักษะด้านสื่อ (Media Literacy Skills)
เป็นทักษะสองทาง คือด้านรับสารจากสื่อ และด้านสื่อสารออกไปยังผู้อื่นหรือสาธารณะหรือโลกในวงกว้าง เนื่องจากยุคนี้เป็นยุค media 2.0 - 3.0 คนในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องมีความสามารถใช้เครื่องมือสร้างสื่อ และสื่อสารออกไปได้หลากหลายทาง เช่น video, audio, podcast, website
Center for Media Literacy ระบุว่า ทักษะด้านสื่อประกอบด้วย ความสามารถด้านการเข้าถึง วิเคราะห์ ประเมิน และสร้างสาร (message) ในรูปแบบต่างๆ อันได้แก่ ในรูปสิ่งพิมพ์ graphics, animation, audio, video, , เกม, multimedia, website และอื่นๆ
ขอย้ำว่าการเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ไม่สามารถทำได้โดยครูสอนในชั้นเรียน แต่ทำได้โดยนักเรียนเรียนรู้ผ่าน PBL ตัวอย่างของ project สำหรับให้นักเรียนร่วมกันทำเป็นทีม “ให้ทีมนักเรียนชั้น ม. ๓ จำนวน ๔ คน ร่วมกันจัดทำวิดีโอที่ฉายใช้เวลา ๑๕ นาที เพื่อสื่อสารภัยของการสูบบุหรี่แก่คนวัยรุ่นอายุ ๑๕ ปี แข่งขันกัน ๓ ทีม ทีมที่ได้รับคัดเลือกว่าคุณภาพดีถึงขนาดจะได้นำขึ้นเผยแพร่ใน YouTube”
การเรียนรู้แบบ PBL จะเข้มข้น ตื่นเต้น และสนุกหากมีการแข่งขันระหว่างทีม โดยวิธีตัดสินที่ดีคือไม่ใช่ให้มีผู้ชนะกับผู้แพ้ แต่ให้มีทีมชนะได้หลายทีมหากผลงานมีคุณภาพเข้าขั้น วิธีตัดสินโดยให้เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง จะดีกว่าที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ การแข่งขันและตัดสินนี้ เป็นอุบายให้เกิดการเรียนรู้ ว่าผลงานที่ดีเป็นอย่างไร
จะสนุก หากจัดให้ทีมแข่งขันเป็นทีมต่างโรงเรียน เช่นทีม ๔ คน มาจาก ๔ โรงเรียน ยิ่งอยู่ห่างไกลไม่เคยพบหน้ากันยิ่งดี ทำงานตาม project ร่วมกันผ่าน internet นักเรียนที่เข้าร่วมทีมจะเรียนรู้มากยิ่งขึ้นไปอีก ดังกรณีตัวอย่างโครงการ SARS ใน ThinkQuest
ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ศิษย์มีทักษะต่อไปนี้
- วิเคราะห์สื่อ
@ เข้าใจว่าทำไมจึงมีการสร้างสื่อนั้น และสร้างอย่างไร เข้าใจวัตถุประสงค์ของการสร้างสื่อนั้น
@ ตรวจสอบว่าแต่ละคนตีความสื่อแตกต่างกันอย่างไร สื่อนั้นนอกจากสื่อความจริงแล้ว ยังเพิ่มคุณค่าหรือความเป็นเข้าไปอย่างไร สื่อสามารถมีอิทธิพลต่อความเชื่อและพฤติกรรมอย่างไร
@ ทำความเข้าใจประเด็นเชิงจริยธรรมและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงสื่อ และการสื่อสาร
- สร้างผลิตภัณฑ์สื่อ
@ มีความสามารถใช้เครื่องมือที่เหมาะสมดำเนินการสร้างสื่อที่เหมาะสมต่อการนำเสนอต่อหลากหลายวัตถุประสงค์
@ มีความเข้าใจ และสามารถนำเสนอในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างหลากหลายและต่างวัฒนธรรม
ทักษะด้าน ICT (ICT Literacy)
คู่มือการใช้ ICT ในการเรียนรู้มีที่ ISTE (International Society for Technology in Education) แม้ว่าเด็กในยุคนี้เก่งกว่าครูและพ่อแม่ในการใช้ ICT แต่เด็กยังต้องการคำแนะนำจากครูและพ่อแม่ในการใช้เครื่องมือนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้และสร้างสรรค์ และไม่ตกเข้าไปใช้ในทางที่ทำร้ายตนเอง หรือทำลายอนาคตของตนเอง
จุดที่สำคัญคือ ทั้งสารสนเทศ สื่อ และ ICT มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างรวดเร็ว ครูตกอยู่ในฐานะยากลำบากมากที่จะตามทัน จึงต้องมีกลไกช่วยเหลือครูอย่างเป็นระบบ และครูก็ต้องหมั่นเรียนรู้
ครูเพื่อศิษย์ต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ศิษย์มีทักษะต่อไปนี้
- สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิผล
@ ใช้เทคโนโลยีเพื่อวิจัย จัดระบบ ประเมิน และสื่อสาร สารสนเทศ
@ ใช้เครื่องมือสื่อสาร และเชื่มโยงเครือข่าย (คอมพิวเตอร์ พีดีเอ เครื่องเล่นมีเดีย จีพีเอส ฯลฯ) และ social network อย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อเข้าถึง (access) จัดการ (manage) ผสมผสาน (integrate) ประเมิน (evaluate) และสร้าง (create) สารสนเทศ เพื่อทำหน้าที่ในเศรษฐกิจฐานความรู้
@ ปฏิบัติตามคุณธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ขอย้ำว่า ข้อความในบันทึกชุดนี้ ไม่ใช่ข้อปฏิบัติตายตัว เป็นเพียงแนวคิดและตัวอย่าง ครูเพื่อศิษย์สามารถใช้ความสร้างสรรค์ของตนเอง และการเรียนรู้ร่วมกันในเครือข่ายครูเพื่อศิษย์ ออกแบบการเรียนรู้ที่ดีกว่า เหมาะสมกว่า และต้องปรับเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของเด็ก บริบทของชุมชน สังคม และไอซีที
วิจารณ์ พานิช
๘ ธ.ค. ๕๓