แม้ช่วงเวลานั้นพี่หงวนจะเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็ตาม แต่ในวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้การรักษาโรคไตวายบรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์ของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็เป็นวันหนึ่งที่พี่หงวนมีความสุขมาก
ในวันเสาร์ที่ 2 เมษายน นี้ เวลา 16.00 น. จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ณ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ซึ่งคุณหมอเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและอาจารย์ที่ดีอย่างยิ่งสำหรับพวกเราชาว สปสช. (ท่านเป็นอาจารย์แม้จนดวงจิตจากโลกนี้ไปแล้ว ยังคงทิ้งร่างกายไว้เป็นอาจารย์สำหรับให้นักศีกษาแพทย์) ผมจึงขอนำบทความที่คุณหมอวินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คนปัจจุบัน ได้เขียนเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณหมอสงวนให้พวกเราชาว สปสช. ได้อ่าน ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาแบ่งปันครับ
เล่าสู่กันฟังครั้งนี้ ผมอยากเล่าถึง นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ หรือคุณหมอสงวน หรือพี่หงวน ของพวกเรา ให้ชาว สปสช.ทุกท่านฟังว่า การที่ทุกวันนี้ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายได้รับการดูแลให้ได้รับการรักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จากเดิมที่เราทราบกันดีว่าเมื่อครั้งที่ยังไม่มีระบบหลักประกันสุขภาพ หากครอบครัวใดมีสมาชิกในครอบครัวป่วยเป็นโรคไตวาย ครอบครัวนั้นอาจต้องล้มละลายเป็นหนี้เป็นสิน การต่อสู้เพื่อให้ผู้ป่วยไตวายได้รับสิทธิเป็นความมุ่งมั่นครั้งสุดท้ายที่ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการคนแรกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ทำไว้ก่อนจะเสียชีวิต ถึงแม้ช่วงเวลานั้นพี่หงวนจะเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็ตาม แต่ในวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้การรักษาโรคไตวายบรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์ของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ก็เป็นวันหนึ่งที่พี่หงวนมีความสุขมาก
คุณูปการที่ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ได้สร้างไว้กับประเทศไทยมีมากกว่าเรื่องโรคนายแพทย์สงวน นิตยารัมพงศ์ไตมากนัก ที่สำคัญที่สุดคือ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้คนไทยจำนวนมากไม่ต้องประสบกับปัญหายากจน หรือเป็นหนี้จากการเจ็บป่วย นอกจากนี้ ท่านยังได้สร้างนวัตกรรมไว้อีก 2 เรื่องได้แก่
1. กองทุนสุขภาพตำบล ได้เริ่มสร้างไว้ตั้งแต่ปี 2549 โดยมีแนวคิดที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามามีบทบาทในการพัฒนางานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชน ช่วงเริ่มต้นมี อบต. และเทศบาลเข้าร่วมเพียง 888 แห่ง ในปัจจุบันมี อบต. และเทศบาล ร่วมจัดตั้งกองทุนส่งเสริมสุขภาพตำบลจำนวนมากกว่า 7,000 แห่ง โครงการนี้ทำให้ อปท. ตื่นตัวในงานสาธารณสุขเป็นอย่างมาก มีโครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคดี ๆ เกิดขึ้นทั่วประเทศ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ทำให้เห็นว่า กองทุนสุขภาพตำบลนั้นเป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบสุขภาพชุมชน
2. โครงการมิตรภาพบำบัด เกิดจากการที่พี่หงวนเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด ทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ป่วย และผู้ดูแล ความจำเป็นของการเยี่ยวยาด้านจิตใจ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนางานมิตรภาพบำบัดและงานจิตอาสา ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนไข้และผู้ดูแลเป็นอย่างมาก ทำให้แนวความคิดเรื่องการบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized health care) ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีก จากช่วงเริ่มต้นโครงการนี้มีโรงพยาบาลที่จัดตั้งศูนย์มิตรภาพบำบัดเพียง 13 ศูนย์ ในปัจจุบันขยายเพิ่มเป็นประมาณ 165 ศูนย์ ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินการร่วมกันระหว่าง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกับมูลนิธิมิตรภาพบำบัด
ดอกผลที่เกิดจากการหว่านเพาะของพี่หงวนได้เจริญงอกงามขึ้น แม้พี่หงวนจะจากโลกนี้ไปแล้ว “ผมและเจ้าหน้าที่ สปสช.ทุกคน ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมกันพัฒนางานที่พี่ได้วางรากฐานไว้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนไทย”

มาร่วมระลึกถึงความดีของท่านด้วยครับ และ ขอให้ความดีของท่าน เป็นแบบอย่างของแพทย์ และ บุคลากร ทางสาธาณสุขต่อไป