วินัยทีผมยึดถือในชีวิตเป็นวินัยที่ผมตั้งเอง ตั้งให้ตัวเองปฏิบัติ  ซึ่งบางเรื่องก็ตรงกันข้าม หรือแหวกแนวไปจากที่เขายึดถือหรือปฏิบัติกันโดยทั่วไป   เพราะผมคิดแล้วคิดอีก และเห็นว่าวิธีที่เขา ใช้กันนั้น ไม่ใช่ทางที่จะนำชีวิตผมไปในทางที่ผมอยากเป็น

 

          ผมอยากเป็นคนมีประโยชน์ ไม่เป็นโทษต่อสังคม   คิดฝันมาตั้งแต่เล็ก   และบางครั้งก็ท้อ ถอย คิดว่าเราไม่ฉลาดพอ ไม่เก่งพอ ไม่ดีพอ  ที่จะเป็นคนที่มีประโยชน์ได้อย่างบุคคลที่เราได้รู้จัก

 
          ที่เขียนบันทึกนี้ เพราะได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ Teaching Outside the Box : How to Grab Your Students By Their Brains เขียนโดย LouAnne Johnson   ที่ผู้เขียนได้แนะนำครู ให้มีวิธีจัดการให้ศิษย์มีวินัย   โดยที่มองวินัยเชิงบวก  ไม่มองว่าเป็นสิ่งบีบคั้น  แต่มองว่าเป็นเครื่องมือพัฒนาหรือกำกับตนเองให้เดินไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในชีวิต

 

          วินัยแรกที่ผมกำกับตัวเอง คือไม่เดินเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข   ผมโชคดีมากที่อบายมุขไม่ค่อยดึงดูดผมมากนัก  หรือกล่าวใหม่ว่าผมไม่ถนัดกับชีวิตประเภท “สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร”  นอกจากนั้นผมไม่ชอบเที่ยวกลางคืนหรือไปสถานเริงรมณ์ 

 

          วินัยส่วนตัวที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ความซื่อสัตย์   ผมเกลียดการโกงกิน หรือเอาเปรียบสังคมทุกรูปแบบ   ตอนทำงานผมจะวางระบบป้องกันการทุจริตอย่างเต็มที่ ทุกวิถีทาง   รวมทั้งประกาศตรงๆ ด้วย ว่าในที่ทำงานที่ผมรับผิดชอบต้องไม่มีการทุจริต  หากมีและจับได้จะโดนลงโทษรุนแรงตามกฎระเบียบ   และผมก็เคยลงโทษไล่ออกข้าราชการไปหลายคนด้วยข้อหาทุจริต ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นผลเสียหายต่อราชการ   โดยที่ก่อนจะจับทุจริตก็ได้เรียกมาคุยในทำนองเตือนหลายครั้ง

 

          นอกจากถือความซื่อสัตย์ ผมยังถือในเรื่องการ “ให้มากกว่าเอา” (give มากกว่า take)   ไม่ว่าไปทำงานที่ไหน ผมจะยึดถือหลักการนี้เสมอ  และแปลกมาก ผมคิดว่าชิวิตที่ยิ่งให้กลับยิ่งได้   อย่างน้อยที่สุดก็ได้ความสุขใจ 

 

          วินัยอีกอย่างหนึ่งคือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น  นี่เป็นอุดมคติของตระกูลทีเดียว   ที่พ่อแม่ของผมสั่งสอนมา   ว่าให้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น   และพ่อของผมก็รับมาจากปู่อีกทีหนึ่ง   และผมก็หวังว่าลูกๆ ของผมก็จะซึมซับอุดมคตินี้ติดตัวไปตลอดชีวิตด้วย   โดยที่ผมเชื่อว่า อุดมคติเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นหรือเพื่อสังคมเท่านั้น   ผู้ได้รับประโยชน์จากอุดมคตินี้มากที่สุดคือตัวเราเอง   เพราะมันทำให้เรามีจิตผ่องใส

 

          วินัยที่สำคัญที่ผมมีคือการบังคับตัวเอง ให้ขยันหมั่นเพียรเรียนรู้ตลอดชีวิต  ตรงต่อเวลา และทำงานหนัก   ทำจนเป็นนิสัย ไม่รู้สึกเป็นความยากลำบาก  

 

 

วิจารณ์ พานิช
๓ มี.ค. ๕๔