1.4 ปัญหาเชิงนโยบายที่ไม่มุ่งเน้นการพัฒนา

"ระดมความคิดทางการเมือง-2"

 

1.4.ปัญหาเชิงนโยบาย

 

นโยบายทางการเมืองมักไม่มุ่งเน้นการพัฒนาเป็นหลัก ทั้งที่ดูเหมือนว่าเป็นการพัฒนา วางนโยบายไว้ดี แต่ว่าไม่ได้รับการปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม หรือไม่ก็ทำเป็นลืม โดยไม่แจ้งให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน

 

เมื่อพรรคใดพรรคหนึ่งมีนโยบายประชานิยม พรรคอื่นหันเหไปทางเดียวกัน เพราะกลัวว่าจะสู้กันไม่ได้ ทั้งที่ทุกพรรครู้ดีว่า ควรสอนให้ประชาชน "รู้จักวิธีจับปลากินเอง" แต่ทุกพรรคกลับ "นำปลาไปแจกประชาชน" เหมือนกันหมด นโยบายที่เสนอต่อประชาชน มุ่งเน้นไปด้านการเสนอโครงการใหญ่ให้มาก ใช้งบประมาณให้มาก เพราะการถอนทุนนั้น คิดเป็นอัตราร้อยละ โครงการใหญ่ใช้งบประมาณมาก ร้อยละย่อมมากไปด้วย

 

นโยบายที่ดีมีประโยชน์ หากพรรค พวกตนไม่ได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์จะไม่มีวันเกิดขึ้นเลย เช่น โครงการรถไฟ (ฟ้า) รางคู่ตลอดเส้นทางทั่วประเทศ ไม่เคยได้รับความสนใจจากนักการเมืองอย่างจริงจัง  ทั้งที่เป็นโครงการที่มีประโยชน์แก่ประเทศ และประชาชนอย่างมหาศาล แม้ว่าจะมีแผนแม่บทมาตั้งแต่สมัยล้นเกล้ารัชการที่ 5 ยาวนานเกินกว่า 100 ปี 

 

1.5 ปัญหาการเสียอธิปไตยเหนือดินแดนของไทย

มีประเด็นให้พิจารณาดังนี้

1.5.1 ประเด็นดินแดนกว่า 4000 ไร่ รอบบริเวณเขาพระวิหาร (มิใช่ประเด็นเขาพระวิหาร) ที่มีการปักปันเขตแดนกันเรียบร้อยแล้ว ตามสนธิสัญญาปี คศ. 1904 ข้อ 1 แสดงให้เห็นว่า ทิวเขาดงรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทพระวิหาร ระบุเส้นเขตแดน อย่างชัดเจนว่าให้ใช้ "สันปันน้ำ" อ่านต่อที่นี่ แต่เพราะเหตุใดใครเป็นคนทำให้ต้องปักเขตแดนกันใหม่ 

 

1.5.2 ประเด็นคนไทย 7 คน ถูกจับในดินแดนไทย เพราะชาวบ้านมีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ทั้งโฉนด นส.3 จ่ายภาษีให้รัฐมากว่า 30 ปี โดยไม่อาจเข้าทำมาหากินในที่ของตนได้หลังจากเหตุการณ์เขมรอพยพหนีตายจากการสู้รบกันเอง ยุคเขมร 3 ฝ่าย ไทยเมตตาให้พักพิงอาศัย หลังการสู้รบเขมรไม่ยอมกลับ ยึดครองถาวร โดยมีคนไทยให้การส่งเสริมแลกผลประโยชน์ ใครมีข้อมูลจะคัดค้านที่ดี ขอให้เสนอแนะ เพื่อการค้นคว้าต่อไป เหตุใดผู้ดูแลบ้านเมือง หลายคน จึงเห็นว่าเป็นดินเเดนของเขมร ทั้งที่อ้างว่า เป็นเขตแดนพิพาท

 

1.5.3 ประเด็นเขตแดนทางทะเล ที่กล่าวกันว่า มีบ่อน้ำมันจำนวนมหาศาล เป็นที่หมายปองของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะมหาอำนาจทางด้านน้ำมัน คำถามคือ การแบ่งปันเขตเเดน บนเขาพระวิหาร เกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเลหรือไม่อย่างไร ใครว่ามีแรงจูงใจเพียงพอ ยกมือขึ้นครับ

 

ติดตามข้อ 1.6 ในบันทึก "ระดมความคิดทางการเมือง-3

 

โดยถือกติกาว่า

1. ใช้ถ้อยคำให้สุภาพที่สุด

2. ไม่ว่ากล่าวใครเป็นรายบุคคล แต่เสนอแนะปัญหาในภาพรวม

3. เขียนด้วยความเมตตาต่อกัน เพื่อช่วยชาติบ้านเมืองของเราให้ดีขึ้นเป็นหลัก