ในประวัติศาสตร์ สวัสดี เป็นคำที่เกิดใหม่  เพิ่งจะเริ่มใช้กันเมื่อประมาณ  ๕๐ กว่าปีมานี่เอง  คือ พ.ศ. ๒๔๘๔  ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม  เป็นนายกรัฐมนตรี  มีนโยบาย ที่จะนำประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ  จึงบัญญัติตั้งวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ ขึ้น เพื่อผลักดันชาติให้พัฒนาสถาพร  มีการปลูกสร้างค่านิยมแบบใหม่ๆ ขึ้น ในส่วนผู้บริหารหรือรัฐบาลเองก็จัดตั้งรัฐนิยม  เพื่อเป็นตัวอย่างแก่ประชาชน  และในด้านภาษาศาสตร์  ก็มีการปรับปรุง  เช่นบัญญัติศัพท์ใหม่ๆ  เพื่อกระตุ้นเตือนใจคนไทยในชาติให้กระตือรือร้น คิดปรับปรุงตนเอง  แม้คำทักทายเมื่อพบปะกันก็ต้องใช้ให้แสดงถึงความมีวัฒนธรรม   อย่างฝรั่งก็มี "กู๊ด กู๊ดนั่นกู๊ดนี่ ซึ่งก็แปลว่าดีนั่นเอง ผู้บัญญัติศัพท์สำหรับทักทายของคนไทยก็คงจะอาศัยเหตุนี้เป็นหลัก จึงเลือกเอาสำเนียงเสียงว่า ดี ดี อย่างสวัสดี, มีดี, ยินดี, มาเป็นแบบ

    

    ทราบว่า...ผู้บัญญัติคำนี้  ท่านเป็นครูเก่า  มียศเป็นขุนนาง  คือ  พระยาอุปกิตศิลปสาร  (นิ่ม  กาญจนชีวะ)  เป็นผู้คิดคำว่า  "สวัสดี"  ขึ้นใช้ทักทายยามพบปะกัน  เมื่อแรกราว  พ.ศ.  ๒๔๗๗-๒๔๗๘  และ  ได้มอบคำว่า  "สวัสดี"  นี้ให้นิสิตอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้ทักทายครูก่อน  เมื่อพบครูครั้งแรกไม่ว่าที่ไหน  โปรดกล่าวคำนำหน้าว่า  "สวัสดี"  ครูจะปลาบปลื้มเป็นทวีคูณ

 

                                ที่สุดครูฝากคำประจำชาติ

                         ใช้เป็นพากษ์ปราศรัยในทุกที่

                          ถ้าพบครูหรือใครไขวจี

                          "สวัสดี" ปราศรัยทั่วไปเทอญ

 

      คำว่า  "สวัสดี"  จึงเป็น "มนต์ประจำตัว" ที่ศักดิ์สิทธิ์  มีฤทธิ์ทางเสริมสร้างเสน่ห์และไมตรีจิตมิตรภาพต่อกัน  หลังจากนั้นกรรมการชำระปทานุกรม  และกรรมการโปรแกรมวิทยุกระจายเสียงก็นำไปใช้ด้วย  เป็นเหตุให้คำนี้เป็นที่นิยมใช้กันจนติดปาก และแพร่หลายไปทั่วประเทศ  สืบมาจนทุกวันนี้

     ซึ่งนับว่าท่านบัญญัติได้ดีมาก  และสังคมไทยก็ยินยอมน้อมรับมาจนทุกวันนี้  คำว่า  "สวัสดี"  ได้กลายเป็นถ้อยคำฮิตติดปากของคนในเมืองไทย  แม้ในวงการภาพยนตร์สร้างสิ่งบันเทิงก็ยังใช้เป็นชื่อภาพยนตร์  เช่น  "สวัสดีคุณครู"  เป็นต้น ทำให้มองเห็นว่า  "สวัสดี"  คำนี้  คงจะสืบเนื่องซาบซึ้งและตรึงตราอยู่ในสำนึกของคนไทยไปอีกนานฯ

   

  • อ้างอิงจากเทศนาวาไรตี้ พระพิจิตรธรรมพาที (ชัยวัฒน์ ธมฺมวฑฺฒโน) วัดประยุรวงศาวาส