เมือบันทึกก่อนได้กล่าวถึง "ปัญญาในไตรลักษณ์" การจะลึกซึ้งถึงปัญญาในไตรลักษณ์ได้นั้น มิใช่จะทำได้ง่าย ๆ  พระพุทธองค์ ให้แนวทางในการปฏิบัติ เพื่อให้ถึงซึ่งความสำเร็จ 4 ประการ เรียกว่า "อิทธิบาท 4"

อิทธิบาท 4 หมายถึงเครื่องให้ถึงซึ่งความสำเร็จ ได้แก่

1. ฉันทะ  คือจะต้องเกิดความพอใจและเข้าใจลึกซึ้งถึงเรื่องนั้น ๆ 

2. วิริยะ เมื่อเข้าใจ  เกิดความพอใจในสิ่งนั้นแล้ว ก็จะต้องพยายามทำสิ่งนั้นให้สำเร็จลุล่วง

3. จิตตะ  พยายามหรือวิริยะแล้วยังไม่พอ จะต้องมีความเอาใจฝักใฝ่และตามติดในสิ่งนั้น

4. วิมังสา เมื่อมีความฝักใฝ่ในสิ่งนั้นแล้ว ก็ต้องใช้ปัญญาใคร่ครวญ คือพิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผลในสิ่งนั้น

ทั้งหมดที่กล่าวมาตั้งแต่ เรื่อง  ทุกข์   ไตรสิกขา  กระทั่ง อิทธิบาท 4 ล้วนเป็นแก่นคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เราจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงสอนเป็นขั้นตอนอย่างเป็นระบบจริง ๆ หลักปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เพื่อเป็นหลักปฏิบัติ เพราะเมื่อพ้นทุกข์แล้ว ก็ต้องหมั่นขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการทำใจให้มี "พรหมวิหาร 4" ได้แก่

1. เมตตา  คือความรักที่อยากให้เขาเป็นสุข เกิดความรู้สึกเป็นมิตร ไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน  และไม่เกลียดใคร

2. กรุณา คือความปรารถนาที่จะช่วยให้เขาพ้นทุกข์ มีใจเผื่อแผ่ แม้ศัตรูก็ช่วย

3. มุทิตา  คือพลอยยินดี ถ้าเขาได้ดีมีความสุข

4. อุเบกขา คือวางใจเป็นกลาง ไม่ดีใจหรือเสียใจเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น แม้คนรักหรือศัตรูถึงซึ่งความวิบัติ

Wallpaper : ดอกบัวแสนสวย