ธรรมะเยียวยา
เช้าวานนี้หลังจากเสร็จภารกิจการงานบ้านเเล้วมีสิ่งที่วางเเผนไว้ที่จะทำคือไปเยี่ยมหลานที่ป่วยมา admit อยู่ที่หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล ก่อนหน้าที่จะเเวะไปที่ชั้น 10 ที่เป็นที่ตั้งของหอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ ได้ขึ้นไปที่หน่วยเพื่อไปหยิบของที่ลืมไว้ หลังจากนั้นนั่งเล่นสักพักในใจเหมือนกับจะรออะไรสักอย่าง ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่ารออะไร  ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น กริ๊ง! กริ๊ง!   ต้นสายคือคนไข้ระยะสุดท้ายที่ร่วม ดูแลกับท่านอาจารย์หมอศรีเวียง คนไข้ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย รักษามาตั้งเเต่ปี 52 เเต่โชคไม่ดีโรคไม่ตอบสนองต่อยา ตอนนี้ภาวะเเทรกซ้อนนอกจากตัวมะเร็งเเล้วมีปัญหาว่าต้องถ่ายอุจจาระทางหน้าท้อง(colostomy) หนักกว่านั้นเธอ ไม่สามารถปัสสาวะเองได้ต้องทำเจาะรูและใส่สายสวนบริเวณส่วนบนของกระเพาะปัสสาวะ(suprapubic cystostomy)เพื่อระบายปัสสาวะออก เเละยังมีปัญหาเรื่องความปวดเเต่ช่วงนี้ก็สามารถควบคุมได้ด้วยยามอร์ฟิน เเต่ที่น่าเสียดายคือคนไข้อายุยังน้อย เป็นลูกสาวคนกลาง คนเดียวของครอบครัว พี่ชายบวชได้ 14 พรรษาเเล้วส่วนน้องชายก็บวชตามพี่ชาย คนไข้คือคนที่ดูแลพ่อเเม่
                  ฉันเเวะไปเยี่ยมน้องครั้งที่สอง หลังจากครั้งเเรกไปกับท่านอาจารย์หมอศรีเวียง  case นี้ไม่ได้รับ consult โดยตรง จากเเพทย์เเต่ได้เข้ามาดูเพราะคนไข้ปวดมากขณะที่กลับไปอยู่ที่บ้าน หลังจากนั้นไม่นาน ที่อาจารย์ไปเยี่ยมที่บ้านเเละช่วยปรับยาจนสามารถควบคุมความปวดได้ คนไข้กลับมีปัญหาติดเชื้อจึงต้องมานอนโรงพยาบาล เหตุนี้นี่เองที่มีโอกาสได้รู้จักคนไข้  ครั้งที่สองที่ไปเยี่ยมโดยตั้งใจเอาหนังสือธรรมะพระไพศาล ไปฝากน้องอ่านตามที่อาจารย์ฝากไว้  เฉยๆ เพราะคนไข้อยู่ในความดูแลของทีมสูติซึ่งทีม Palliative care เข้มเเข็งเเล้ว จึงคิดว่าคงไม่ได้ลงเยอะ เเต่วันที่ไปน้องเขามีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเล่าให้เราฟังจากที่ว่าจะเอาหนังสือไปให้ จึงกลายเป็นไปนั่งฟังน้องเขาเล่าเรื่องราวชีวิต ฉันเองนั่งฟังด้วยความตั้งใจ ระหว่างฟังก็เห็นถึงความเข้มเเข็งของเขา เห็นถึงการต่อสู้กับโรคที่ระหว่างทางที่ผ่านมาไม่ธรรมดา หลายครั้งที่ท้อ ร้องไห้ ทำไมต้องเป็นเรา ขณะที่ความตายนั้นรออยู่เบื้องหน้า ยอมรับว่าวันนี้เริ่มยอมรับ เเต่ไม่ทั้งหมด ยังบอกกับมะเร็งว่ามาอยู่ด้วยกันก็อย่าทำร้ายกันมากนัก พูดพลางเอ่ยขึ้นว่าอยากไปทำบุญ เเม่อยากให้ทำบุญทุกวัน ฉันเลยบอกว่า วันนี้พี่ก็จะพาคนไข้ทำบุญเเต่เขายังไม่พร้อมจึงนัดหมายวันใหม่
         เเละวันนี้ก็ถึงวันนัดหมายที่น้องเขาพร้อมเเละบังเอิญหรือเทวดาดลให้ฉันมาโรงพยาบาล ซึ่งเมื่อรู้ว่าน้องเขาอยากทำบุญวันนี้ฉันเลยไม่รอช้า รีบหยิบชุดสีสังฆทานที่ซื้อมา stock ไว้ที่หน่วยเพื่อให้คนไข้ได้บูชาเอาไปถวายพระ
 
                       สังฆทาน บริการไว้สำหรับครอบครัวเเละผู้ป่วยระยะสุดท้ายบูชาไปถวาย
ฉันเดินลงมานั่งรอที่หอผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ พร้อมสังฆทาน เเละวันนี้ที่ถือว่ามีความสำคัญอีกวันสำหรับฉันคือเป็นวันครบรอบเเต่งงาน ตั้งใจจะทำบุญอยู่เเล้วเเละได้เตรียมของจะไปวัดไว้เเล้ว แต่นี่ฉันคิดว่าเป็นอีกบุญหนึ่งเเละเชื่อว่าจะเป็นมงคลกับตัวเองที่ได้ทำบุญร่วมกับคนไข้ ได้พาคนไข้มาถึงบุญ  วันนี้พระอาจารย์ที่มา รับสังฆทานเป็นพระหนุ่ม บวชได้ 3พรรษาท่านมาเฝ้าหลวงปู่ที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเหมือนกัน  เเต่ว่าเทศนาเนี่ยสุดยอด ท่านสอนตั้งเเต่ให้น้องนั่งสมาธิเเผ่ส่วนบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร ถือศีล คนในครอบครัวก็ช่วยกันถือศีลส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวร มะเร็งเป้นโรคกรรม เขามาอยู่กับเราเเล้วก็จะไปพร้อมเราเพราะฉะนั้นอย่าโกรธเขา ให้คิดว่าเขาคือเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่ง ให้ฝึกภาวนาเเละการที่เราฝึกบ่อยๆ จะทำให้เรามีสติเมื่อวันนั้นมาถึง จิตเราตั้งมั่นเเต่สิ่งดีดีก็จะไปในภพภูมิที่ดี  หลังคุยสักพักท่านให้ฉันนำอาราธนาศีล เรื่องราวที่ท่านสอนวันนี้ล้วนเเล้วเเต่มีค่า ใช้เวลาในการฟังเทศนาเกือบสองชั่วโมง ธรรมะจัดสรรค์วันนี้อิ่มใจ อิ่มบุญจนลืมทานข้าวเที่ยง ส่วนสังฆทานเเละปัจจัยวันนี้ ท่านบอกว่าให้นำไปทำบุญหยอดกล่องร่วมกองทุนช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธ ถือว่าวันนี้เราได้บุญสองต่อ