พอเพียง ยามของแพง

 

 

                                  

                                     (ภาพประกอบจาก Internet)

      ช่วงนี้ไปทางไหน ใครๆ ก็บ่นว่าของแพง ได้ยินแล้วท่านคิดอย่างไรครับ แพงปกติ หรือแพงไม่ปกติ างท่านอาจสงสัย อะไรคือ แพงปกติ หรือ แพงไม่ปกติ แต่จะแพงแบบไหน ยังไงก็ทำเอาแย่เหมือนกัน เอาเป็นว่า ถามเพื่อชวนท่านผู้อ่านคิดกันเล่นๆ ครับ แพงปกติ ก็คือ สินค้าที่แพงอย่างมีเหตุมีผล ผู้คนยอมรับได้ เช่น ช่วงนี้หน้าแล้ง มะนาวขาดตลาด เพราะมีผลผลิตออกมาน้อย ประกอบกับมีคนกินส้มตำกันมากกว่าปกติ มีความต้องการมะนาวลูกโตๆ เพื่อนำมาปรุงรสส้มตำ ให้ทั้งเผ็ดทั้งเปรี้ยวถึงทรวง และกินกับไก่ย่างร้อนๆ (อ่านแล้วอย่าพึ่งน้ำลายไหลนะครับ) มะนาวจึงขยับราคาสูงขึ้น จากลูกละสองบาท เป็นลูกละสองบาทห้าสิบหรือสามบาท แล้วพอถึงช่วงหน้าฝนที่มะนาวมีผลผลิตออกมามากขึ้น ราคาก็ปรับลดลงตามเดิม  ส่วน แพงไม่ปกติ ก็คือ สินค้าที่ขึ้นราคาอย่างไม่สมเหตุสมผล จนคนซื้อก็พากันบ่นว่าทำไมแพงจัง แถมยังคนขายเองก็ยังบ่นผสมโรงเห็นด้วย ว่าทำไมตนเองก็ขายแพง แบบงง ๆ เหมือนกัน ว่าเพราะอะไรถึงขายแพง รู้ได้แต่ว่ารับมาแพง ยิ่งต่อมือมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น แล้วพากันก็ยิ้มแบบแห้ง ๆ ถึงความแพงที่ไม่เห็นด้วยทั้งคนขายคนซื้อ 

      สินค้าและบริการสมัยนี้แปลกครับ บางอย่างเคยขายมาเป็นปกติ เดี๋ยวนี้บางวันมีวางขาย บางวันกลับหายเกลี้ยง ไม่แน่ไม่นอน ผลุบๆ โผล่ๆ จนผู้คนพากันคลางแคลงสงสัย รู้สึกไม่ชอบมาพากล ว่าคงมีคนได้ผลประโยชน์ และบางทีทางการก็ประกาศล่วงหน้าว่า ต่อไปนี้อาจจะมีสินค้าอีกหลายรายการ ที่กำลังจ่อคิวขอขึ้นราคา ไม่รู้ว่าจะอั้นได้แค่ไหน ทำเอาวัดใจกันทั้งคนซื้อคนขาย ที่มีความจำเป็นต้องใช้สินค้าดังกล่าว ว่าควรจะหาซื้อเก็บไว้ หรือควรเก็บกักไว้รอขายนิดๆ  เพราะเขาสะกิดมาว่าราคาจะขึ้น จะว่าไปตอนนี้มีอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่าขายแพงผิดกฎหมาย คือขายเกินราคา แต่ก็ไม่มีปัญญาจะจัดการอย่างไร ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกกำลังเงินของคนซื้อ โดยเฉพาะท่านที่ฝันอยากเป็นเศรษฐีใหม่ นั่นคือ ล็อตเตอรี่ แปลกดีประเทศไทย ซึ่งน่าจะจัดให้เป็นสินค้าราคาลอยตัวมากกว่า

      เหตุการณ์ที่สินค้าพากันขึ้นราคา จนหน้ามืด สำหรับท่านที่ฝากชีวิตไว้กับตลาดทั้งหมด ที่อะไรก็ต้องซื้อตั้งแต่ตื่นเช้าตรู่ยันเข้านอน คงไม่พ้นต้องเดือดร้อนกันถ้วนหน้าครับ เพราะทั้งข้าวปลา อาหารการกิน พากันแพงได้แพงดี คงต้องวอนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบรีบออกมาแก้ไข ไม่ใช่แก้ตัว อย่าลืมว่า "ความมั่นคงของการบริหาร นั้นอยู่ที่การอยู่ดีกินดีของประชาชน" ไม่ใช่อยู่ที่ "โฆษณาแสนสวยหรู แต่ความเป็นอยู่ของประชาชนแสนย่ำแย่" บางทีก็อาจแห่กันมาประท้วง อย่างนี้ก็ยุ่งเหมือนกันครับ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจึงควรทบทวนบทบาท ในการแก้ไขปัญหาว่า ถูกต้อง ถูกทิศ และถูกทางหรือยัง  ไม่ว่าจะทบทวนตัวเอง หรือทบทวนระบบการทำงาน เพราะตอนนี้ชาวบ้านกำลังช่วยลุ้น ไม่งั้นแล้วคงไม่รอดกันทั้งสองฝ่าย

      เทศกาลสินค้าแพง ค่าแรงไม่กระเตื้องอย่างนี้ ผมว่า จะซื้ออะไร คงต้องใคร่ครวญให้ดี อะไรที่ไม่จำเป็น ก็อย่าไปพิไรซื้อ สำหรับท่านที่โชคดี มีที่มีทางที่มีน้ำมีท่า การกลับไปพลิกฟื้นผืนดิน ปลูกพืชผลทางการเกษตร ก็เข้าท่านะครับ ทำให้พึ่งพาตัวเองได้ มีผลผลิตเป็นของตนเอง มีมากก็สามารถจำหน่าย มีโอกาสได้เป็นผู้ขายกับเขาบ้าง หลังจากที่ซื้อเขามานาน ส่วนท่านที่มีที่ดินน้อยๆ การปลูกผักสวนครัว ผักกระถาง ไว้กินเองก็เข้าที ได้ผักปลอดสารพิษ ช่วยประหยัดเศรษฐกิจในครัวเรือน ช่วงนี้ การใช้ชีวิตแบบเพียง พอดี มีเหตุผล รู้ตน รู้ประมาณ จะทำให้เราผ่านวิกฤติของแพง ยิ้มออกได้บ้าง แม้ว่าตอนนี้อาจจะเป็นยิ้มแห้งๆ ไปบ้าง ขอให้กำลังใจ คนไทยรักกันครับ