สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง Researchers find U.S. "Diabetes Belt" = "(นักวิจัย) พบแถบโรคเบาหวาน (ในสหรัฐฯ)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
"คนใต้" ในที่นี้หมายถึงคนแถบตะวันออกเฉียงใต้ (Southeastern) ของสหรัฐ ไม่ใช่ของไทย, ส่วนศัพท์คำว่า 'belt' = เข็มขัด ในที่นี้หมายถึงแถบหรือส่วนของโลกหรือประเทศ
  • [ belt ] > [ เบ๊ว - t ] > http://www.thefreedictionary.com/belt > noun = เข็มขัด สายพาน อาณาบริเวณ เขต; verb = คาดเข็มขัด โบยตี (สมัยก่อนใช้เข็มขัดหนังตี); adjective (belted) = ซึ่งคาดเข็มขัด
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนตอนใต้ของสหรัฐฯ เป็นโรคเบาหวาน และสโตรค (stroke = กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต) มากกว่าส่วนอื่น
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ คนแถบนี้ชอบกินอาหารทอด โดยเฉพาะปลาทะเลทอดมากเป็นพิเศษ, น้ำหนักเกินหรืออ้วนมากกว่า, ใช้ชีวิตแบบนั่งๆ นอนๆ-ไม่ออกแรงออกกำลัง (sedentary) มากกว่า, คนสูงอายุเกิน 65 ปีมากกว่า, และมีประชากรผิวดำหรือที่ควรเรียกให้สุภาพว่า "อาฟริกัน-อเมริกัน (African American)" มากกว่า
.
คนที่ดูหนังหรือดูข่าวมากๆ คงจะเข้าใจว่า คนอาฟริกัน-อเมริกันแข็งแรงแบบนักกีฬา ทว่า... นั่นเป็นส่วนน้อย
.
สถิติที่ผ่านมาพบว่า คนอาฟริกัน-อเมริกันส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาเฉลี่ยต่ำกว่าคนผิวขาว-เชื้อสายเอเชีย-หรือมาจากอเมริกากลาง-ใต้ (hispanic), น้ำหนักเกินหรืออ้วนง่ายกว่า, เป็นโรคความดันเลือดสูง-เบาหวาน-โรคหัวใจ-มะเร็งสูงกว่าประชากรทั่วไป 
.
การศึกษาในจีนพบว่า คนทางตะวันออกเฉียงเหนือ หรือปักกิ่งและบริเวณใกล้เคียงมีความดันเลือดสูงมากกว่าส่วนอื่นๆ เนื่องจากกินอาหารทอดมาก-กินเกลือมาก-กินผักผลไม้น้อยกว่าทางตอนใต้
.
คนอเมริกัน 310.95 ล้านคนเป็นเบาหวานเกือบ 26 ล้านคน = 8.4% หรือ 100 คนเป็นเบาหวาประมาณ 8 คน [ Census ]
.
ค่ารักษาเบาหวานในสหรัฐฯ = $100 billion = $100 พันล้าน = $100,000 ล้าน = 3 ล้านล้านบาท/ปี, หรือคิดเป็นเงิน 115,385 บาท/คน/ปี
.
โรคเบาหวานเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ ไตเสื่อม-ไตวาย และมะเร็งหลายชนิดในระยะยาว
.
คนอเมริกันทางใต้เป็นเบาหวานเกือบ 12% สูงกว่าประชากรทั่วไป (8.4%), ผู้เชี่ยวชาญประมาณการณ์ว่า ถ้าปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ได้ จะป้องกันเบาหวานได้เกือบ 1/3
.
 การศึกษาใหม่พบว่า 'belt' หรือบริเวณที่มีความชุกของโรคสูงในสหรัฐฯ เป็นทางตะวันออกเฉียงใต้หลายโรค ทั้งเบาหวาน สโตรค (กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก-ตับตัน), และโรคหัวใจ
.
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เบาหวานเป็น 1 ใน "โรคนักฆ่าเงียบ (silent killer diseases)" คือ ตัวโรคไม่ค่อยมีอาการ แต่ถ้าทิ้งไว้นานโดยไม่รักษา หรือคนไข้ไม่ร่วมมือในการรักษาให้ต่อเนื่อง จะพบอาการจากโรคแทรกซ้อนมากมาย
.
โรคอื่นที่พบว่า เป็นนักฆ่าเงียบ คือ ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอลในเลือดสูง, การรักษาโรคเหล่านี้มีลักษณะคล้ายกับการฉีดวัคซีน หรือลงทุนป้องกันโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
.
วิธีป้องกันกลุ่มโรคนักฆ่าเงียบที่สำคัญได้แก่ ไม่กินมากเกิน (เพื่อป้องกันน้ำหนักเกิน-อ้วน-หรือได้รับเกลือมากเกิน), ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ-ไม่นั่งนานเกิน 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง, นอนให้พอเป็นประจำ, และตรวจคัดกรอง (เช่น วัดความดันเลือด ตรวจเช็คเบาหวาน ฯลฯ)
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

 > [ Twitter ]                             

  • Thank Reuters > SOURCE: bit.ly/dRrpRc American Journal of Preventive Medicine, online March 8, 2011. 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 8 มีนาคม 2554.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.