สมดุลความชื้น (The Moisture Balances) จากการควบคุมสภาวะเปียกและสภาวะแห้งภายในตัวอาคารให้สมดุล ทำให้ไม่เกิดความชื้นสะสม จะทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค

พูดถึงแหล่งความชื้น ก็ได้คิดอีกเรื่อง ตึกที่ไปค้นหาทางแก้ปัญหาแล้วเจอปัญหาเพิ่มขึ้น ได้ความรู้เพิ่มมามากมุมแห่งนี้ แม้จะอยู่ที่ชั้นล่างแต่หลังคาตึกนี้เป็นแอ่งสามารถรับปริมาณน้ำฝนสะสมบนหลังคาได้ น้ำฝนบนหลังคาจะเป็นแหล่งพาความชื้นมาให้ชั้นนี้ด้วยหรือเปล่าก็เป็นเรื่องต้้องหาความรู้อยู่เหมือนกัน จะได้รู้ว่ามีทางจัดการเรื่องเปียก-แห้งที่ไหนบ้างได้ครบจุด

มีคนบอกว่า  “พื้นที่หลังคาสามารถสะสมน้ำฝนได้เป็นปริมาณหลายร้อยถึงหลายพันกิโลกรัมต่อพื้นที่หนึ่งตารางเมตร หรือประมาณได้เป็นตัวเลขเท่ากับ ๒๐๐ ปอนด์ต่อตารางฟุต ผนังโดยทั่วไปสามารถรับภาระความชื้นได้ประมาณ ๒๕-๔๐% และปริมาณ น้ำฝนนี้เพียงจำนวนเล็กน้อยถ้ารั่วซึมเข้าสู่อาคารก็จะเกิดความเสียหายขึ้น ได้ในเวลาต่อมา”

ที่มุมหนึ่งเหนือระเบียงตึกชั้นนี้ มีตะไคร่น้ำเกาะในยามหน้าฝน ทำให้นึกถึงความเป็นไปได้ที่น้ำฝนจะเป็นแหล่งส่งความชื้นให้ตึกแห่งนี้ตรงจุดที่มีตะไคร่น้ำนี้อยู่ในซีกตึกด้านเดียวกับที่คนไข้วัณโรคนอนอยู่ด้วยซิ

มีวิีธีไหนบ้างนะที่สามารถช่วยบอกได้ว่าปริมาณน้ำฝนที่รั่ว-ไหล ซึม ๑ หยดต่อชั่วโมงจะเป็นสาเหตุให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้เร็วแค่ไหน ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับตัวอาคารได้เร็วแค่ไหน ใครรู้แบ่งปันความรู้มาหน่อยนะ

เรื่องไอน้ำที่ระเหยจากน้ำขังใต้ตึกซึ่งเป็นแหล่งให้ความชื้นที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ก็เหมือนกัน แพร่ความชื้นเข้ามาในอาคารด้วยอัตราระเหยอย่างไรต่อวัน เหมือนที่มีคนพบในที่อื่นๆหรือเปล่าที่ว่า “ดินที่อยู่บริเวณฐานรากที่เปียกชื้นหรือไม่มีสิ่งปกคลุมจะมีไอน้ำระเหย ไปในอัตรา ๑๐๐-๕๐๐ กรัมต่อตารางเมตรต่อวัน หรือเฉลี่ย ๔๐๐ กรัมต่อตารางเมตรต่อวัน(ข้อมูลสำรวจจาก ๖๐ แหล่ง)”

ไม่น่าเชื่อเลยว่าในหลักการควบคุมการติดเชื้อที่โรงพยาบาลต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง จะซ่อนเรื่องราวมากมายที่สอนให้ใส่ใจรายละเอียดอีกหลายเรื่อง

การที่จะสร้างอาคารแห่งหนึ่งให้มีความสมบูรณ์ในแง่ความปลอดภัยของผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อจากอากาศ ต้องใส่ใจในรายละเอียดและมองให้เห็นการใช้สอยพื้นที่ การแบ่งพื้นที่เปียก-แห้ง การจัดการความเปียก ความสัมพันธ์ระหว่างลม-ความร้อน-ความชื้น

การออกแบบระบบปรับอากาศและการออกแบบโครงสร้างของอาคารจึงสามารถเอื้อต่อการควบคุมหรือการจัดการกับความชื้นและลดความเสี่ยงของปัญหาที่เกิดจากความชื้นได้อย่างประหยัดที่สุด ซึ่งจะป้องกันความเสียหายจากความชื้นในส่วนที่เกี่ยวกับการสะสมเชื้อโรคได้สมดุลที่สุด

สมดุลความชื้น (The Moisture Balances) จากการควบคุมสภาวะเปียกและสภาวะแห้งภายในตัวอาคารให้สมดุล ทำให้ไม่เกิดความชื้นสะสม

จะไม่มีปัญหาเกี่ยวเนื่องกับความชื้นเกิดขึ้น ถ้าให้ความสนใจกับปริมาณและช่วงเวลาสะสมของความชื้นของแต่ละที่

จะไม่มีปัญหาสะสมมากมายจนเกิดปัญหาซ้ำซากและแก้ยาก ถ้าทุกคนที่ใช้สอยพื้นที่นั้นๆ สนใจสภาวะเปียก ปริมาณของน้ำฝนที่ไหลซึมและถูกดูดซึมเข้ามาในส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร  สนใจข้อเสียในส่วนที่มีสภาวะเปียกเกิดขึ้น คุณภาพของระบบท่อต่างๆ  สนใจการจัดการหุ้มฉนวนบริเวณข้อต่อต่างๆของอุปกรณ์ทำความเย็นที่อาจจะทำได้ไม่ดี  สนใจทิศทางของหน้าต่างที่มักจะมีจุดที่เกี่ยวข้องกับการรั่ว การไหลของอากาศและไอน้ำในอากาศ เมื่ออาคารถูกสร้างขึ้นมาและเข้าไปใช้สอยแล้ว

ตามรอยลมมาถึงวันนี้ เข้าใจซึ้งขึ้นว่าทำไมบรรพบุรุษจึงใช้คำเรียกสถานที่รับคนไข้ไว้รักษาว่า  “โรงพยาบาล”  แล้วละ ก็มันเป็นเหมือนบ้านอีกแห่งที่พยาบาลเป็นเจ้าของ และเป็นแม่บ้านเลยนะนี่