"ประชาไท" ออนไลน์ ตีพิมพ์เรื่อง "iLaw: ผลวิจัย TDRI เสนอเลิกโทษจำคุกในความผิดที่ไม่จำเป็น", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง และขอแนะนำให้อ่านต้นฉบับที่ลิ้งค์นี้ครับ

ประเทศไทยใช้งบประมาณในระบบยุติธรรมสูง (ศาล อัยการ ตำรวจ ราชฑัณฑ์) = 1.26% GDP (ราคาผลผลิตรวมของประเทศ) และใช้คนมาก 400:แสน (บุคลากร 400 คนต่อประชากร 100,000 คน) สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ

ผลคือ ทำให้คนในชาติต้องเหนื่อยกับการเสียภาษีมากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติลดลง และมีข้อมูลที่คนไทยควรรู้ดังต่อไปนี้
.
(1). คดีค้างในศาล = มากกว่า 100,000 คดี
.
(2). นักโทษเกินระดับพอดีของเรือนจำ = 70%
.
(3). ต้นทุนโดยเฉลี่ยที่ต้องใช้ต่อคดี > ชั้นตำรวจ = 15,798 บาท; ชั้นอัยการ = 8,325 บาท, การลงโทษจำคุก 55,704 บาท; การคุมประพฤติ = 9,573 บาท
.
อาจารย์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รอบประธาน TDRI แนะนำทางออก เพื่อเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส (แห่งการพัฒนา) ได้แก่
.
(1). เพิ่มค่าปรับ ซึ่งเดิมต่ำเกินจริง เพื่อลดการจำคุก > เพื่อประหยัด และเป็นการชดใช้ความเสียหายให้กับสังคมโดยรวม เช่น เมาแล้วขับน่าจะปรับให้แรง น่าจะมีการตรวจแอลกอฮอล์คนไข้อุบัติเหตุที่โรงพยาบาล ฯลฯ
.
(2). ส่งเสริมกระบวนการคุมประพฤติแทนจำคุกบางส่วน (ไม่ใช่ทั้งหมด) > เพื่อประหยัด
.
ผู้เขียนขอเรียนเสนอแนวทางการลงโทษ โดยให้ทำดีชดเชยความเสียหายให้กับสังคมโดยรวมเพิ่มเติมได้แก่
.
ผู้ต้องหาหรือผู้ถูกคุมประพฤติ > น่าจะมีกลไกให้โอกาสบริจาคให้มูลนิธิการกุศลที่รัฐกำหนด เช่น น่าจะมีโอกาสบริจาคให้มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาเด็กยากจน กองทุนเพื่อส่งเสริม "เมาไม่ขับ-ง่วงไม่ขับ" ฯลฯ เพื่อแสดงความสำนึกผิด
.
เรื่องนี้คนไทยควรสนใจ เพราะกระบวนการยุติธรรมที่ "เรียบ-ง่าย-ประหยัด-ยุติธรรม" มากขึ้น จะทำให้คนไทยลำบากจากการเสียภาษีน้อยลง
.
ข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีคนคุกต่อหัวประชากรสูงที่สุด รองลงไป คือ ไทย
.
เรียนมาด้วยความเคารพ > แนะนำให้อ่าน
.......................................
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์