
สหกรณ์เป็นองค์กรหนึ่งของประชาชนที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้อุดมการณ์สหกรณ์ เพื่อช่วยเหลือตนเองร่วมกันในหมู่พี่น้องประชาชนที่มีความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจของตน โดยเฉพาะปํญหาความเดือดร้อนด้านปัจจัยสี่ที่มีไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพเป็นเบื้องต้น และพัฒนาต่อยอดไปสู่ระดับความต้องการที่สูงขึ้นอย่างเป็นธรรมโดยการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันของบรรดาสมาชิกและสหกรณ์ในขบวนการ
เป็นที่ยอมรับแล้วว่าสหกรณ์เป็นสถาบันหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของโครงสร้างทางสังคมแม้ว่าสหกรณ์จะเป็นสถาบันเศรษฐกิจเฉพาะกิจหรือระบบเศรษฐกิจรูปพิเศษ เป็นเศรษฐกิจสายกลางทางเลือกหนึ่งของประชาชน และมีอำนาจเพียงน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับ ระบบเศรษฐกิจกระแสหลักของประเทศ(ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี) แต่ก็มีการพัฒนามาโดยลำดับโดยการต่อสู้กับเศรษฐกิจ กระแสอย่างโชกโชนบางคนถึงกับเปรียบสหกรณ์เป็นเหมือนลูกเมียน้อยที่รัฐบาลไม่ค่อยจะเห็นถึง ความสำคัญมากนักแต่ก็มีสหกรณ์จำนวนมากที่มีความเข้มแข็งสามารถยืนหยัดบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก และก็มีไม่น้อยที่ถูกระบบเศรษฐกิจทุนเสรีนิยมกระแสหลักเข้าครอบงำ โจมตีทั้งที่รู้สึกตัวและไม่รู้สึกตัว โดยเฉพาะยุคโลกาภิวัฒน์ ที่นำเอาเทคโนโลยีสาระสนเทศเข้ามาใช้ในการพัฒนาประเทศ ทำให้เกิดความสะดวกสบาย มีความทันสมัยคนสหกรณ์จำนวนมากต่างหลงใหลกับความสะดวกสบายและทันสมัยและนำเข้ามาใช้กับสหกรณ์โดยไม่ได้พิจารณาอย่างแยบคาย และรอบคอบ จนทำให้สหกรณ์กลับถูกครอบงำด้วยแนวคิดบริโภคนิยม วัตถุนิยมมองเงินกำไรและรายได้คือความมั่งคั่งมาก กว่าความเป็นมนุษย์ซึ่งมีวัฒนธรรมที่มีชีวิต จนในที่สุดเกิดข้อบกพร่องและการทุจริต ขึ้นกับสหกรณ์เป็นจำนวนมาก
แนวคิดความเป็นธรรมาภิบาลที่องค์กรโลกบาล(กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) เจ้าหนี้เงินกู้ของประเทศไทย กำหนดเงื่อนไขให้ประเทศผู้กู้ต้องมี ธรรมมาภิบาลเริ่มต้นจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10ก็ยึดหลักธรรมาภิบาลในการพัฒนาส่งผลให้รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานภาคราชการจะต้องนำหลักธรรมาภิบาลมาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม เกิดโครงการ ราชกรไทยใสสะอาดและมีทำแผนป้องกันการทุจริตของแต่ละหน่วยงานและ หนีไม่พ้นการแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์จึงเกิดขึ้นตามสมัยนิยม กล่าวคือ หน่วยงานที่ดูแลกับกับส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จำเป็นที่จะต้องนำเอาหลักธรรมาภิบาลมาเป็นเครื่องมือใช้กับสหกรณ์ต่าง ๆในความรับผิดชอบเพื่อสร้างความเป็นธรรมในดำเนินการบริหารจัดการสหกรณ์ลดปัญหาการทุจริต ปกป้องสิทธิของสมาชิก สหกรณ์และให้สหกรณ์มีความมั่นคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ และได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ ตามแผน พัฒนาการสหกรณ์ ฉบับที่ 2(พ.ศ.2550 -2554) เช่น ยุทธศาสตร์ที่ 3พัฒนาขีดความสามารถของสหกรณ์ ให้เป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล มีธรรมาภิบาล โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนแผน โดยมีเป้าประสงค์สำคัญ คือสหกรณ์มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลมีความมั่นคงและเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของสมาชิกได้อย่างยั่งยืน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ได้จัดทำคู่มือ การสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์เพื่อให้สหกรณ์ได้นำธรรมาภิบาลมาเป็นเครื่องมือในดำเนินการสหกรณ์เป็นการส่งเสริมให้ สหกรณ์มีระบบการดำเนินการที่มีระสิทธิภาพเปิดเผยโปร่งใส มีความรับผิดชอบและมีการตรวจสอบทางการบริหารจัดการการเงินและการบัญชีอย่างถี่ถ้วนโดยมีคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่เข้มแข็งเพื่อออกนโยบาย และ แผนงานพร้อมทั้งปฏิบัติตามนโยบายและแผนงานได้อย่างเหมาะสมนอกจากนี้สหกรณ์จะต้อง มีคณะผู้ตรวจสอบที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงเพื่อปกป้องผลประโยชน์และสิทธิของสมาชิกเป้าหมายลึกก็คือต้องการให้การทุจริตในขบวนการสหกรณ์ลดลง
จากการทบทวนถึงระบบคุณธรรม และการมีธรรมาภิบาลในสหกรณ์จากประวัติการก่อเกิดสหกรณ์ในอดีตจะเห็นได้ว่าตั้งแต่มีการริเริ่มทดลองตั้งสหกรณ์ของบิดาสหกรณ์โลก คือโรเบิร์ต โอเวน(Robert Owen, ค.ศ.1771-1858)มูลเหตุเกิดจากการที่คนงานกรรมกรผู้ใช้แรงงานไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นการถูกบังคับให้ทำงานหนักมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน การมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ขาดแคลนและขาดคุณภาพชีวิตทีดี การใช้คูปองซื้อสินค้าที่จำเป็นในการบริโภคที่มีคุณภาพต่ำโดยไม่มีทางเลือกจากร้านค้าที่เจ้าของ โรงงานเป็นเจ้าของ โอเวนจึงเกิดแนวคิดที่จะจัดหาสินค้ามาขายให้คนงานในโรงงานของเขาโดยยึดหลักสินค้าที่นำมาขายต้องเป็น “สินค้าที่ดี มีคุณภาพ” และนำมาขายในราคาต่ำ “พอคุ้มทุน” นั่นหมายถึงการทำธุรกิจแบบสหกรณ์ต้นกำเนิดเกิดจากแนวคิดของโอเวน คือ พอคุ้มทุน วัตถุประสงค์ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์ มิใช่เพื่อแสวงหากำไร นอกจากนี้ผลกำไรของโรงงานของเขา โรเบิร์ต โอเวน ยังประกาศว่าธุรกิจทุกอย่างของเขาต้องการกำไรเพียง 5 % เท่านั้นกำไรที่เหลือเขายินดีใช้ให้หมดไปกับการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของกรรมกรในโรงงานของเขานับว่าเป็นการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง โดยทำการค้าแบบไม่แสวงหำไร
ยุคการจัดตั้ง ร้านสหกรณ์รอชเดล จะเห็นว่าร้านสหกรณ์ของรอชเดลก็เน้นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ ขายของดีบริสุทธิ์ไม่ปลอมปน และไม่โกงตาชั่ง ขายตามราคาตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าบริโภคที่จำเป็นที่แพงลิ่ว ซ้ำมีคุณภาพปลอมปน สมาชิกคนใด ซื้อสินค้าไปบริโภคมาก ทำให้สหกรณ์มีส่วนเกินมากคณะกรรมการฯ ก็คิดหาวิธีกำจัดกำไร โดยให้กรรมการไปช่วยกันคิดหาแนวทาง จนในที่สุด ชาร์ลส์ เฮาวัท(Charles Howarth,ค.ศ.1818-1868)ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯร้านสหกรณ์รอชเดล ก็คิดวิธีการคืนเงินส่วนเกินจากการขาย ในรูปของ”เงินเฉลี่ยคืนตามส่วนซื้อ”อย่างเป็นธรรมและถือใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้
นอกจากนี้ ค่านิยมสหกรณ์ (Cooperative Values)ซึ่งแบ่งเป็นค่านิยมพื้นฐาน และค่านิยมทางจริยธรรมของสหกรณ์เป็นสิ่งที่ชาวสหกรณ์ทั่วโลกนิยมถือปฏิบัติกันเป็นสากล จะเห็นได้ว่าค่านิยมในการดำเนินงานของสหกรณ์แฝงไปด้วยคุณธรรม และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ตามเอกสารเผยแพร่ขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA)ซึ่งได้แก่
“สหกรณ์อยู่บนพื้นฐานแห่งค่านิยมของ การช่วยตนเองความรับผิดชอบต่อตนเอง ความเป็นประชาธิปไตย ความเสมอภาคความเที่ยงธรรม และความเป็นเอกภาพสมาชิกสหกรณ์เชื่อมั่นในค่านิยมทางจริยธรรมแห่งความสุจริต ความเปิดเผยความรับผิดชอบต่อสังคมและความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นโดยสืบทอดประเพณีปฏิบัติของผู้ริเริ่มการสหกรณ์”
ค่านิยมพื้นฐาน การช่วยตนเอง ความรับผิดชอบต่อตนเอง ประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วม
ความเสมอภาคความเที่ยงธรรม และความเป็นเอกภาพ
ค่านิยมทางจริยธรรม ความสุจริต ความเปิดเผย ความรับผิดชอบต่อสังคม และความเอาใจใส่ต่อผู้อื่น
ในส่วนของหลักการสหกรณ์ ที่ทุกสหกรณ์ใช้เป็นหลักปฏิบัติและเป็นที่มาของกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบต่าง ๆ ของสหกรณ์ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วหลักการสากลทั้ง 7 ประการก็สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลทั้งสิ้นและสหกรณ์ก็ได้นำมาถือใช้ปฏิบัติก่อนที่ องค์กรโลกบาล จะนำ หลักธรรมาภิบาลมาบังคับให้กับองค์กรต่าง ๆของประเทศกำลังพัฒนาถือปฏิบัติ ซึ่งได้แก่
หลักการที่ 1 การเปิดรับสมาชิกโดยทั่วไปตามความสมัครใจ 2 การควบคุมโดยสมาชิกอย่างเป็นประชาธิปไตย 3 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก 4 การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ 5 การให้การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร 6 การร่วมมือระหว่างสหกรณ์ และ 7 ความเอาใจใส่ต่อชุมชน
การสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์
การบริหารจัดการสหกรณ์ที่ดีมีธรรมาภิบาลนั้นสหกรณ์เองจะต้องสร้างความสมดุลย์ โดยการเชื่อม องค์ประกอบ 3ด้านภายในสหกรณ์เข้าด้วยกัน คือ ด้านสมาชิกผู้ใช้บริการ ด้านการจัดการธุรกิจ และด้านการบริหาร งานสหกรณ์ให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและมีความมั่นคง โดยส่งเสริมให้ทั้ง 3 องค์ประกอบยืนอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลทั้ง 6 ประการ คือ
1. หลักนิติธรรม สหกรณ์จะต้อง มีการกำหนด ทบทวนระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ รวมถึงการขอแก้ไข เพิ่มเติมปรับปรุงกฎหมายสหกรณ์ ที่ต้องถือใช้ปฏิบัติ ให้ ทันสมัยและเป็นธรรมเป็นที่ยอมรับของ บรรดาสมาชิก และสมาชิกมีความยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎกติกาเหล่านั้น โดยถือว่าเป็นกฎกติกาและกฏหมายที่ใช้ปฏิบัติร่วมกันโดยปราศจากการทำตามอำเภอใจหรืออำนาจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อำนาจเพียงฝ่ายเดียว
2. หลักคุณธรรม สหกรณ์จะต้องดำเนินการโดยการยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยรณรงค์ให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสียซึ่งได้แก่สมาชิกคณะกรรมการดำเนินการ พนักงานฝ่ายจัดการ และผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ยึดถือคุณธรรมสหกรณ์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นตัวอย่างได้แก่ ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทนมีระเบียบวินัย มีความจริงใจและสุจริต จนเป็นนิสัย
3. หลักความโปร่งใส เป็นหลักการที่ใช้ในการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนใน สหกรณ์สหกรณ์จะต้องปรับปรุงกลไกการทำงานให้มีความโปร่งใส เปิดเผยโดยเฉพาะการรายงานข้อมูลทางการเงินและบัญชีที่ละเอียดถี่ถ้วนถูกต้องเป็นจริงให้สมาชิกทราบจัดให้คณะผู้ตรวจการสอบ กิจการสหกรณ์ที่มีอิสระในการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้สหกรณ์จะต้อง ถือปฏิบัติ ตามหลักการสหกรณ์ ที่ 5 การให้การศึกษา การฝึกอบรม และข่าวสาร อย่างจริงจัง สหกรณ์ต้องให้การศึกษาอบรมและข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เปิดช่องทางให้สมาชิกเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกและรวดเร็ว
4. หลักการมีส่วนร่วม สหกรณ์จะต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมดังที่ได้กำหนดหลักปฏิบัติไว้ ในหลักการสหกรณ์ที่ 3 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก เป็นการเปิด
โอกาสให้สมาชิกสหกรณ์มี ส่วนรับรู้และเสนอข้อคิดเห็นในการคิดตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ๆ ของสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องการทำธุรกิจของสหกรณ์จะต้องส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติร่วมรับผลที่เกิดจากการปฏิบัติและร่วมกันแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องต่าง ๆที่จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์
5. หลักความรับผิดชอบ ทุกฝ่ายในสหกรณ์จะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันในกิจการทั้งปวงของ สหกรณ์ที่ได้ร่วมมือกันทั้งทางกาย วาจา และใจ หลักการที่2 การควบคุมโดยสมาชิก จะละเลยไม่ได้เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบการทำงานของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดการธุรกิจ หรือฝ่ายบริหารโดยคณะกรรมการดำเนินการจะต้องถุกควบคุมและรับผิดชอบโดยสมาชิก และเนื่องจาก
สหกรณ์มีการปกครองตนเองและความเป็นอิสระ ตามหลัการสหกรณ์ที่ 4คนในขบวนการสหกรณ์จะต้อง
มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และรับผิดชอบต่อสังคมด้วยตามค่านิยมสหกรณ์ และหลักการสหกรณ์ที่ 7 ความเอาใจใส่ต่อชุมชน สหกรณ์ต้องตระหนักถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อชุมชนที่สหกรณ์นั้นๆ ตั้งอยู่ การทำธุรกิจที่ไม่ทำลายธรรมชาติและสภาพแวดล้อมไม่เอาเปรียบชุมชน แบ่งปันส่วนเกินที่ได้จากการทำธุรกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ให้ชุมชนที่สหกรณ์ตั้งอยู่
6. หลักความคุ้มค่า การบริหารจัดการสหกรณ์ต้องคำนึงถึงทุนที่มีในสหกรณ์ ทั้งส่วนที่เป็น เงินทุน ทุนทางทรัพย์สิน และทุนทางปัญญาหรือทุนมนุษย์สหกรณ์จะต้องทำให้เกิดประโยชน์แก่บรรดา สมาชิกโดยส่วนรวมอย่างเป็นธรรม เน้นความประหยัด ใช้สิ่งของอย่างคุ้มค่าจัดหาสินค้าและบริการ จำเป็นและมีคุณภาพ มาขายในราคาพอคุ้มทุนไม่แสวงหากำไร แต่ทำเพื่อประโยชน์ของสมาชิกโดย ส่วนรวมไม่เน้นกำไรแต่ต้องชนะใจสมาชิก
หลักธรรมาภิบาล ในสหกรณ์จะเป็นจริงได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสหกรณ์และผู้ที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใดเช่นเดียวกับหลักศีลธรรมของศาสนาต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่กับพลังศรัทธาของศาสนิกชน แม้ว่าจะรู้ถึงหลักธรรมคำสั่งสอน จนสวดได้ท่องได้จนขึ้นใจแต่ถ้าไม่ได้นำมาปฏิบัติ ก็ไม่เกิดประโยชน์แต่ประการใดดังคำกล่าวที่ว่า “ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่นำมาปฏิบัติ” สำหรับขบวนการสหกรณ์แล้วยังไม่สายที่จะสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นดังที่กล่าวมาแล้วสหกรณ์มีสิ่งที่เป็นธรรมาภิบาลมาตั้งแต่ก่อเกิดการสหกรณ์อันได้แก่ ปรัชญาสหรณ์ อุดมการณ์ สหกรณ์ ค่านิยมสหกรณ์ หลักการสหกรณ์ วิธีการสหกรณ์ ตลอดรวมไปถึงคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณของชาวสหกรณ์ ขอเพียงแต่ให้ทุกฝ่ายในสหกรณ์นำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง
เข้มข้นเท่านั้น ความศรัทธาในสหกรณ์ก็จะเกิดขึ้นและอยู่ได้อย่างยั่งยืนสืบไป
ธรรมาภิบาลในสหกรณ์ คือการปกครองและกำกับการดำเนินการสหกรณ์ที่ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม ถูกต้องดีงาม มีความยุติธรรม ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลีกเลี่ยงทุจริตทำธุรกิจพอคุ้มทุน เกื้อหนุนสมาชิกให้มีความเป็นอยู่ที่สันติสุข ( สหกรณ์พอเพียง คือสหกรณ์ที่ทำธุรกิจแบบพอคุ้มทุน เน้นบริการสมาชิกเป็นหลักมิใช่แสวงหากำไร)
ชอบบทความที่คุณเขียน ร้อยเรียงเรื่องราวได้ดี กระชับ เข้าใจง่าย เราขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ
ด้วยความยินดียิ่งครับ และขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ
มีอะไรแนะนำผมยินดีรับฟัง ผมอยากเห็นสหกรณ์ที่แท้จริงเิกิดขึ้นในเมืองไทยมาก ๆ ครับ สังคมจะได้เผื่อแผ่กัน ที่ผ่านมาสหกรณ์ส่วนใหญ่ ที่ตั้งขึ้น ผู้บริหารและฝ่ายจัดการ ยังมีหัวใจเป็นทุนนิยม และทำให้สมาชิกไขว้เขวไปด้วย ครับ
บทความดีมาก ได้ความรู้และ....โดนใจจริงๆ..ขออนุญาตนำความรู้เผยแพร่เช่นกันนะ....เมื่อไหร่...สหกรณ์ไทยจะเจริญก้าวหน้า..โดยเป็นองค์กรที่เข้มแข็งเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกอย่างแท้จริง...ทั้งที่สหกรณ์ไทยถือกำเนิดมาจะครบ 100 ปีแล้ว(ตอนนี้ 96 ปี)นะ
คงยังอีกนานพอสมควรครับ ที่สหกรณ์ไทยจะสำเร็จอย่างยั่งยืน เหตุผลก็คือ สหกรณ์ไทย แต่หัวใจทุนนิยม คือ สหกรณ์ไทยอีกจำนวนมากยังทำธุรกิจเพื่อหวังกำไร หัวใจสหกรณ์ที่แท้จริงคือ ผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ต้องช่วยเหลือตนเองร่วมกัน ทำธุรกิจพอคุ้มทุน คือต้องไม่ขาดทุน และไม่เน้นกำไรมีส่วนเกินพอเหมาะพอควร ไม่ส่งเสริมการลงทุน(หุ้น)เพื่อแย่งชิงส่วนเกิน ไม่เก็งกำไรจากการถือหุ้น หรือเก็งกำไรจากการทำธุรกิจต่าง ๆของสหกรณ์ เน้นปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิก มากกว่าธุรกิจของสหกรณ์ มุ่งไปที่การลดปัญหาความเลื่อมล้ำที่สมาชิกได้รับผลกระทบจากระบบทุนนิยมเสรีสามาน โดยการนำหลักสหกรณ์ ค่านิยมของสหกรณ์มาปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจริงจัง มิใช่ปล่อยให้ธุรกิจสหกรณ์เลื่อนไหลไปตามกระแสทุนนิยมฯ ครับ
เขียนได้ดีมากครับ ชอบการเรียบเรียงบทความ เข้าถึงหลักคุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึก เข้าใจง่ายดีครับ
มีโอกาสคงได้พูดคุยกันนะครับ.