การปกครองและกำกับการดำเนินการสหกรณ์ที่ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม ถูกต้อง ดีงาม มีความยุติธรรม ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลีกเลี่ยงทุจริต ทำธุรกิจพอคุ้มทุน เกื้อหนุนสมาชิก ให้มีความเป็นอยู่ที่สันติสุข



สหกรณ์เป็นองค์กรหนึ่งของประชาชนที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้อุดมการณ์สหกรณ์  เพื่อช่วยเหลือตนเองร่วมกันในหมู่พี่น้องประชาชนที่มีความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องเศรษฐกิจของตน โดยเฉพาะปํญหาความเดือดร้อนด้านปัจจัยสี่ที่มีไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพเป็นเบื้องต้น และพัฒนาต่อยอดไปสู่ระดับความต้องการที่สูงขึ้นอย่างเป็นธรรมโดยการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันของบรรดาสมาชิกและสหกรณ์ในขบวนการ

           เป็นที่ยอมรับแล้วว่าสหกรณ์เป็นสถาบันหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของโครงสร้างทางสังคมแม้ว่าสหกรณ์จะเป็นสถาบันเศรษฐกิจเฉพาะกิจหรือระบบเศรษฐกิจรูปพิเศษ  เป็นเศรษฐกิจสายกลางทางเลือกหนึ่งของประชาชน และมีอำนาจเพียงน้อยนิดเมื่อเปรียบเทียบกับ ระบบเศรษฐกิจกระแสหลักของประเทศ(ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี) แต่ก็มีการพัฒนามาโดยลำดับโดยการต่อสู้กับเศรษฐกิจ กระแสอย่างโชกโชนบางคนถึงกับเปรียบสหกรณ์เป็นเหมือนลูกเมียน้อยที่รัฐบาลไม่ค่อยจะเห็นถึง ความสำคัญมากนักแต่ก็มีสหกรณ์จำนวนมากที่มีความเข้มแข็งสามารถยืนหยัดบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก  และก็มีไม่น้อยที่ถูกระบบเศรษฐกิจทุนเสรีนิยมกระแสหลักเข้าครอบงำ โจมตีทั้งที่รู้สึกตัวและไม่รู้สึกตัว โดยเฉพาะยุคโลกาภิวัฒน์ ที่นำเอาเทคโนโลยีสาระสนเทศเข้ามาใช้ในการพัฒนาประเทศ ทำให้เกิดความสะดวกสบาย มีความทันสมัยคนสหกรณ์จำนวนมากต่างหลงใหลกับความสะดวกสบายและทันสมัยและนำเข้ามาใช้กับสหกรณ์โดยไม่ได้พิจารณาอย่างแยบคาย และรอบคอบ จนทำให้สหกรณ์กลับถูกครอบงำด้วยแนวคิดบริโภคนิยม วัตถุนิยมมองเงินกำไรและรายได้คือความมั่งคั่งมาก กว่าความเป็นมนุษย์ซึ่งมีวัฒนธรรมที่มีชีวิต   จนในที่สุดเกิดข้อบกพร่องและการทุจริต ขึ้นกับสหกรณ์เป็นจำนวนมาก

           แนวคิดความเป็นธรรมาภิบาลที่องค์กรโลกบาล(กองทุนการเงินระหว่างประเทศ) เจ้าหนี้เงินกู้ของประเทศไทย กำหนดเงื่อนไขให้ประเทศผู้กู้ต้องมี ธรรมมาภิบาลเริ่มต้นจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10ก็ยึดหลักธรรมาภิบาลในการพัฒนาส่งผลให้รัฐบาลกำหนดให้หน่วยงานภาคราชการจะต้องนำหลักธรรมาภิบาลมาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม เกิดโครงการ ราชกรไทยใสสะอาดและมีทำแผนป้องกันการทุจริตของแต่ละหน่วยงานและ หนีไม่พ้นการแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์จึงเกิดขึ้นตามสมัยนิยม กล่าวคือ หน่วยงานที่ดูแลกับกับส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์  จำเป็นที่จะต้องนำเอาหลักธรรมาภิบาลมาเป็นเครื่องมือใช้กับสหกรณ์ต่าง ๆในความรับผิดชอบเพื่อสร้างความเป็นธรรมในดำเนินการบริหารจัดการสหกรณ์ลดปัญหาการทุจริต ปกป้องสิทธิของสมาชิก สหกรณ์และให้สหกรณ์มีความมั่นคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์  และได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ ตามแผน พัฒนาการสหกรณ์ ฉบับที่ 2(พ.ศ.2550 -2554)  เช่น ยุทธศาสตร์ที่ 3พัฒนาขีดความสามารถของสหกรณ์ ให้เป็นองค์การที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล มีธรรมาภิบาล โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนแผน โดยมีเป้าประสงค์สำคัญ คือสหกรณ์มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลมีความมั่นคงและเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของสมาชิกได้อย่างยั่งยืน และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ได้จัดทำคู่มือ การสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์เพื่อให้สหกรณ์ได้นำธรรมาภิบาลมาเป็นเครื่องมือในดำเนินการสหกรณ์เป็นการส่งเสริมให้ สหกรณ์มีระบบการดำเนินการที่มีระสิทธิภาพเปิดเผยโปร่งใส มีความรับผิดชอบและมีการตรวจสอบทางการบริหารจัดการการเงินและการบัญชีอย่างถี่ถ้วนโดยมีคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่เข้มแข็งเพื่อออกนโยบาย และ แผนงานพร้อมทั้งปฏิบัติตามนโยบายและแผนงานได้อย่างเหมาะสมนอกจากนี้สหกรณ์จะต้อง มีคณะผู้ตรวจสอบที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงเพื่อปกป้องผลประโยชน์และสิทธิของสมาชิกเป้าหมายลึกก็คือต้องการให้การทุจริตในขบวนการสหกรณ์ลดลง

           จากการทบทวนถึงระบบคุณธรรม และการมีธรรมาภิบาลในสหกรณ์จากประวัติการก่อเกิดสหกรณ์ในอดีตจะเห็นได้ว่าตั้งแต่มีการริเริ่มทดลองตั้งสหกรณ์ของบิดาสหกรณ์โลก คือโรเบิร์ต โอเวน(Robert Owen, ค.ศ.1771-1858)มูลเหตุเกิดจากการที่คนงานกรรมกรผู้ใช้แรงงานไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นการถูกบังคับให้ทำงานหนักมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน การมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ขาดแคลนและขาดคุณภาพชีวิตทีดี การใช้คูปองซื้อสินค้าที่จำเป็นในการบริโภคที่มีคุณภาพต่ำโดยไม่มีทางเลือกจากร้านค้าที่เจ้าของ โรงงานเป็นเจ้าของ  โอเวนจึงเกิดแนวคิดที่จะจัดหาสินค้ามาขายให้คนงานในโรงงานของเขาโดยยึดหลักสินค้าที่นำมาขายต้องเป็น “สินค้าที่ดี มีคุณภาพ” และนำมาขายในราคาต่ำ   “พอคุ้มทุน”  นั่นหมายถึงการทำธุรกิจแบบสหกรณ์ต้นกำเนิดเกิดจากแนวคิดของโอเวน คือ พอคุ้มทุน วัตถุประสงค์ก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเพื่อนมนุษย์ มิใช่เพื่อแสวงหากำไร นอกจากนี้ผลกำไรของโรงงานของเขา     โรเบิร์ต โอเวน ยังประกาศว่าธุรกิจทุกอย่างของเขาต้องการกำไรเพียง 5 % เท่านั้นกำไรที่เหลือเขายินดีใช้ให้หมดไปกับการสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของกรรมกรในโรงงานของเขานับว่าเป็นการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง  โดยทำการค้าแบบไม่แสวงหำไร       

           ยุคการจัดตั้ง ร้านสหกรณ์รอชเดล จะเห็นว่าร้านสหกรณ์ของรอชเดลก็เน้นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ ขายของดีบริสุทธิ์ไม่ปลอมปน และไม่โกงตาชั่ง ขายตามราคาตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าบริโภคที่จำเป็นที่แพงลิ่ว ซ้ำมีคุณภาพปลอมปน สมาชิกคนใด ซื้อสินค้าไปบริโภคมาก ทำให้สหกรณ์มีส่วนเกินมากคณะกรรมการฯ ก็คิดหาวิธีกำจัดกำไร โดยให้กรรมการไปช่วยกันคิดหาแนวทาง  จนในที่สุด ชาร์ลส์ เฮาวัท(Charles Howarth,ค.ศ.1818-1868)ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯร้านสหกรณ์รอชเดล ก็คิดวิธีการคืนเงินส่วนเกินจากการขาย ในรูปของ”เงินเฉลี่ยคืนตามส่วนซื้อ”อย่างเป็นธรรมและถือใช้กันมาจนถึงปัจจุบันนี้

           นอกจากนี้ ค่านิยมสหกรณ์ (Cooperative Values)ซึ่งแบ่งเป็นค่านิยมพื้นฐาน และค่านิยมทางจริยธรรมของสหกรณ์เป็นสิ่งที่ชาวสหกรณ์ทั่วโลกนิยมถือปฏิบัติกันเป็นสากล จะเห็นได้ว่าค่านิยมในการดำเนินงานของสหกรณ์แฝงไปด้วยคุณธรรม และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล  ตามเอกสารเผยแพร่ขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA)ซึ่งได้แก่

           “สหกรณ์อยู่บนพื้นฐานแห่งค่านิยมของ การช่วยตนเองความรับผิดชอบต่อตนเอง ความเป็นประชาธิปไตย ความเสมอภาคความเที่ยงธรรม และความเป็นเอกภาพสมาชิกสหกรณ์เชื่อมั่นในค่านิยมทางจริยธรรมแห่งความสุจริต ความเปิดเผยความรับผิดชอบต่อสังคมและความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นโดยสืบทอดประเพณีปฏิบัติของผู้ริเริ่มการสหกรณ์”

ค่านิยมพื้นฐาน การช่วยตนเอง ความรับผิดชอบต่อตนเอง  ประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วม

ความเสมอภาคความเที่ยงธรรม  และความเป็นเอกภาพ

ค่านิยมทางจริยธรรม ความสุจริต    ความเปิดเผย ความรับผิดชอบต่อสังคม  และความเอาใจใส่ต่อผู้อื่น

           ในส่วนของหลักการสหกรณ์ ที่ทุกสหกรณ์ใช้เป็นหลักปฏิบัติและเป็นที่มาของกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบต่าง ๆ ของสหกรณ์ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วหลักการสากลทั้ง 7 ประการก็สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลทั้งสิ้นและสหกรณ์ก็ได้นำมาถือใช้ปฏิบัติก่อนที่ องค์กรโลกบาล จะนำ หลักธรรมาภิบาลมาบังคับให้กับองค์กรต่าง ๆของประเทศกำลังพัฒนาถือปฏิบัติ  ซึ่งได้แก่

หลักการที่ 1  การเปิดรับสมาชิกโดยทั่วไปตามความสมัครใจ  2  การควบคุมโดยสมาชิกอย่างเป็นประชาธิปไตย  3  การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก   4 การปกครองตนเองและความเป็นอิสระ    5 การให้การศึกษา การฝึกอบรม  และข่าวสาร   6  การร่วมมือระหว่างสหกรณ์  และ 7 ความเอาใจใส่ต่อชุมชน

 การสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์

                         การบริหารจัดการสหกรณ์ที่ดีมีธรรมาภิบาลนั้นสหกรณ์เองจะต้องสร้างความสมดุลย์ โดยการเชื่อม องค์ประกอบ 3ด้านภายในสหกรณ์เข้าด้วยกัน คือ ด้านสมาชิกผู้ใช้บริการ ด้านการจัดการธุรกิจ และด้านการบริหาร งานสหกรณ์ให้ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและมีความมั่นคง  โดยส่งเสริมให้ทั้ง 3 องค์ประกอบยืนอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลทั้ง 6 ประการ คือ

         1. หลักนิติธรรม  สหกรณ์จะต้อง มีการกำหนด ทบทวนระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ รวมถึงการขอแก้ไข เพิ่มเติมปรับปรุงกฎหมายสหกรณ์ ที่ต้องถือใช้ปฏิบัติ ให้ ทันสมัยและเป็นธรรมเป็นที่ยอมรับของ บรรดาสมาชิก และสมาชิกมีความยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎกติกาเหล่านั้น  โดยถือว่าเป็นกฎกติกาและกฏหมายที่ใช้ปฏิบัติร่วมกันโดยปราศจากการทำตามอำเภอใจหรืออำนาจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้อำนาจเพียงฝ่ายเดียว

           2. หลักคุณธรรม สหกรณ์จะต้องดำเนินการโดยการยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยรณรงค์ให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสียซึ่งได้แก่สมาชิกคณะกรรมการดำเนินการ  พนักงานฝ่ายจัดการ และผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ยึดถือคุณธรรมสหกรณ์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นตัวอย่างได้แก่  ความขยัน  ประหยัด ซื่อสัตย์  อดทนมีระเบียบวินัย มีความจริงใจและสุจริต จนเป็นนิสัย

         3. หลักความโปร่งใส เป็นหลักการที่ใช้ในการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนใน สหกรณ์สหกรณ์จะต้องปรับปรุงกลไกการทำงานให้มีความโปร่งใส เปิดเผยโดยเฉพาะการรายงานข้อมูลทางการเงินและบัญชีที่ละเอียดถี่ถ้วนถูกต้องเป็นจริงให้สมาชิกทราบจัดให้คณะผู้ตรวจการสอบ กิจการสหกรณ์ที่มีอิสระในการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้อย่างแท้จริง  นอกจากนี้สหกรณ์จะต้อง ถือปฏิบัติ ตามหลักการสหกรณ์ ที่ 5 การให้การศึกษา การฝึกอบรม  และข่าวสาร อย่างจริงจัง สหกรณ์ต้องให้การศึกษาอบรมและข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย  เปิดช่องทางให้สมาชิกเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกและรวดเร็ว

         4. หลักการมีส่วนร่วม สหกรณ์จะต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกเข้ามามีส่วนร่วมดังที่ได้กำหนดหลักปฏิบัติไว้ ในหลักการสหกรณ์ที่ 3 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจโดยสมาชิก เป็นการเปิด

โอกาสให้สมาชิกสหกรณ์มี ส่วนรับรู้และเสนอข้อคิดเห็นในการคิดตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ๆ ของสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องการทำธุรกิจของสหกรณ์จะต้องส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติร่วมรับผลที่เกิดจากการปฏิบัติและร่วมกันแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องต่าง ๆที่จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์

         5. หลักความรับผิดชอบ ทุกฝ่ายในสหกรณ์จะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันในกิจการทั้งปวงของ สหกรณ์ที่ได้ร่วมมือกันทั้งทางกาย วาจา และใจ  หลักการที่2  การควบคุมโดยสมาชิก จะละเลยไม่ได้เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบการทำงานของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายจัดการธุรกิจ หรือฝ่ายบริหารโดยคณะกรรมการดำเนินการจะต้องถุกควบคุมและรับผิดชอบโดยสมาชิก และเนื่องจาก

สหกรณ์มีการปกครองตนเองและความเป็นอิสระ ตามหลัการสหกรณ์ที่ 4คนในขบวนการสหกรณ์จะต้อง

มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และรับผิดชอบต่อสังคมด้วยตามค่านิยมสหกรณ์ และหลักการสหกรณ์ที่ 7  ความเอาใจใส่ต่อชุมชน สหกรณ์ต้องตระหนักถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อชุมชนที่สหกรณ์นั้นๆ ตั้งอยู่ การทำธุรกิจที่ไม่ทำลายธรรมชาติและสภาพแวดล้อมไม่เอาเปรียบชุมชน แบ่งปันส่วนเกินที่ได้จากการทำธุรกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ให้ชุมชนที่สหกรณ์ตั้งอยู่

         6. หลักความคุ้มค่า การบริหารจัดการสหกรณ์ต้องคำนึงถึงทุนที่มีในสหกรณ์ ทั้งส่วนที่เป็น เงินทุน ทุนทางทรัพย์สิน และทุนทางปัญญาหรือทุนมนุษย์สหกรณ์จะต้องทำให้เกิดประโยชน์แก่บรรดา สมาชิกโดยส่วนรวมอย่างเป็นธรรม  เน้นความประหยัด ใช้สิ่งของอย่างคุ้มค่าจัดหาสินค้าและบริการ จำเป็นและมีคุณภาพ มาขายในราคาพอคุ้มทุนไม่แสวงหากำไร แต่ทำเพื่อประโยชน์ของสมาชิกโดย ส่วนรวมไม่เน้นกำไรแต่ต้องชนะใจสมาชิก 

           หลักธรรมาภิบาล ในสหกรณ์จะเป็นจริงได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสหกรณ์และผู้ที่มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใดเช่นเดียวกับหลักศีลธรรมของศาสนาต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่กับพลังศรัทธาของศาสนิกชน แม้ว่าจะรู้ถึงหลักธรรมคำสั่งสอน จนสวดได้ท่องได้จนขึ้นใจแต่ถ้าไม่ได้นำมาปฏิบัติ ก็ไม่เกิดประโยชน์แต่ประการใดดังคำกล่าวที่ว่า “ธรรมใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่นำมาปฏิบัติ” สำหรับขบวนการสหกรณ์แล้วยังไม่สายที่จะสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นดังที่กล่าวมาแล้วสหกรณ์มีสิ่งที่เป็นธรรมาภิบาลมาตั้งแต่ก่อเกิดการสหกรณ์อันได้แก่ ปรัชญาสหรณ์ อุดมการณ์ สหกรณ์ ค่านิยมสหกรณ์ หลักการสหกรณ์  วิธีการสหกรณ์ ตลอดรวมไปถึงคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณของชาวสหกรณ์ ขอเพียงแต่ให้ทุกฝ่ายในสหกรณ์นำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง

เข้มข้นเท่านั้น  ความศรัทธาในสหกรณ์ก็จะเกิดขึ้นและอยู่ได้อย่างยั่งยืนสืบไป

         ธรรมาภิบาลในสหกรณ์  คือการปกครองและกำกับการดำเนินการสหกรณ์ที่ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม ถูกต้องดีงาม มีความยุติธรรม ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลีกเลี่ยงทุจริตทำธุรกิจพอคุ้มทุน เกื้อหนุนสมาชิกให้มีความเป็นอยู่ที่สันติสุข    ( สหกรณ์พอเพียง คือสหกรณ์ที่ทำธุรกิจแบบพอคุ้มทุน เน้นบริการสมาชิกเป็นหลักมิใช่แสวงหากำไร)