
วันนี้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้อ่านเรื่องราวของการทำงานของสมองซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาการเรียนรู้ให้เกิดกับผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ จึงมีบันทึกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคคลต่างๆ ที่มีความสนใจ ช่วยเติมเต็มให้กันและกัน
นักวิทยาศาสตร์ด้านสมอง (neuroscientist) ได้ค้นพบว่าปัจจัยที่ทำให้มนุษย์ฉลาด คือ การที่เซลล์สมองต่อเชื่อมกันเป็นวงจรประสาท (neural circuit) ยิ่งเซลล์เหล่านี้ต่อเชื่อมกันเป็นวงจรและจัดระเบียบได้ดีมากเท่าใด ทำให้ประสิทธิภาพของสมองมีมากขึ้นเท่านั้น นั้นคือทำให้มนุษย์ฉลาดมากขึ้น นั้นเอง
คำถามต่อไปก็คือ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เซลล์สมองเหล่านี้มาเรียงเชื่อมต่อกันเป็นวงจรที่สมบูรณ์ คำตอบก็คือ การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ การกระตุ้นและท้าทายความคิดการฝึกแก้ปัญหาและฝึกจินตนาการของมนุษย์ ดังนั้นถ้าอยากให้เด็กฉลาดก็ต้องจัดกิจกรรมที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 จะช่วยให้เด็กฉลาดได้
การทำงานของเซลล์สมองในส่วนต่างๆ ทำให้มนุษย์เรียนรู้สิ่งต่างๆ สามารถเก็บเกี่ยวข้อมูลรอบตัวและสร้างความรู้ขึ้นได้ เกิดการคิดขึ้นในสมอง หลังเิกิดความคิดก็มีการคิดค้นและมีผลผลิตเกิดขึ้น ยิ่งถ้าเด็กมีการใช้สมองเพื่อการเรียนรู้และการคิดมากเท่าไร เซลล์สมองจะสร้างเครือข่ายเส้นใยสมองใหม่ๆ แตกแขนงเชื่อมต่อกันมากยิ่งขึ้น ทำให้สมองมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยไปเพิ่มขนาดของเซลล์สมอง จำนวนเส้นใยสมองและจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมอง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง มีดังนี้
1. พันธุกรรม คือการถ่ายทอดความฉลาดจากพ่อและแม่ สมองของเด็กจะมาจากการกำหนดของลักษณะทางพันธุกรรมในเซลล์ของพ่อแม่ พ่อหรือแม่มีความสามารถโดดเด่นในเรื่องใด ลูกก็จะมีความสามารถในสิ่งนั้นด้วย
2. อาหาร เป็นปัจจัยสำคัญของการเจริญเติบโต ทั้งทางร่างกายและสมอง โดยเฉพาะในช่วงที่สมองกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเด็กอายุ 0-6 ขวบ การขาดสารอาหารทำให้เซลล์สมองเจริยเติบดตไม่เต็มที่
3. สิ่งแวดล้อม เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งมีผลอย่างมากสำหรับพัฒนาการของสมอง การที่เด็กได้อยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี จะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น สมองที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานมาก ย่อมได้รับความรู้และประสบการณ์มาก ทำให้เป็นคนฉลาดได้
ปัจจัย 3 ประการที่กล่าวถึงมี 2 ปัจจัยที่สามารถจัดเตรียมและสร้างเสริมให้เกิดขึ้นได้ คือ ปัจจัยเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจัยเรื่องพันธุกรรมเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากที่จะกำหนดกฏเกณฑ์ได้ให้เป็นอย่างที่ต้องการ ฉะนั้นการทำให้เด็กฉลาด จึงควรทำในสิ่งที่สามารถทำได้ ควรศึกษาวิธีีการต่างๆ ที่จะช่วยให้เด็กฉลาด หาทางสนับสนุนให้เด็กได้พัฒนาสมองเต็มตามศักยภาพของเด้กในแต่ละวัย พร้อมทั้งพัฒนาทางร่างกายและจิตใจถ้าพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องละเลยไม่สนใจหรือขาดความรู้ ความเข้าใจจะทำให้เด็กเสียโอกาสที่จะพัฒนาให้เป็นเด็กฉลาด หรือการปฏิบัติตัวที่ไม่ถูกต้องอาจทำลายความสามารถที่เด็กมีอยู่ให้หมดไปได้
สมองเป็นแรื่องซับซ้อนจริงๆ
การพัฒนาเด็กแต่ละคนเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง