อ่านเล่น ๆ เบา ๆ กับหนังสือ รูปร่างขนาดเท่าก้อนอิฐ ชื่อหนังสือสั้น ๆ ว่า “ณ.” ที่มีนามปากกาของนักเขียนว่า “นิ้วกลม” ติ๋วมักจะหยิบขึ้นมาตอนที่ในหัวเต็มไปด้วย

“ขยะทางความคิด ติดเบรกด้วยลมหายใจไม่ทัน”

วันนี้ก็เช่นกันประโยคนี้ ที่นิ้วกลมเล่าถึงคนที่เก็บโทรศัพท์มือถือมาคืน ในตอน ณ สนามหลวง ในงานชุมนุมเรียกร้องต่าง ๆ กับประโยคที่ว่า

 

โดยพื้นฐานแล้วมนุษย์เรามีนิสัยเป็น “ผู้ให้” อยู่โดยธรรมชาติ แต่อาจด้วยอะไรบางอย่างที่ทำให้ในบางสถานการณ์ มนุษย์เลือกที่จะแปลงร่างเปลี่ยนใจกลายเป็น"ผู้เอาเปรียบ”

ก็เพราะคุณนิ้วกลมทำมือถือหาย แล้วมีคุณลุงท่านเอามาคืน ณ แหล่งชุมนุมชนขนาดนั้นทำให้คุณนิ้วกลมได้เห็น “คุณค่าของคนที่ไม่ฉวยโอกาส”

ประโยคสุดท้ายของเรื่องนี้เขียนไว้ว่า “คนที่ไม่ฉวยโอกาสนั้นน่ารักแค่ไหน”

 

นั่งนึกย้อนกับตนเอง “เออเหนาะ” คนเราว่ากันเป็นขณะ ๆ อยู่ที่มีสติในการใช้ชีวิตอยู่รึเปล่า

ถ้ามีสติก็พอจะประคองตนให้ยึดมั่น “ในศีลธรรม”

แต่ถ้าขาดสติก็ง่ายนักที่จะพลาด “โดนกิเลสครบงำ”

ก็กิเลสมันฉลาดซะขนาดนั้น คนที่ว่าฉลาด ๆ เป็นทาสของกิเลสก็มีให้เห็นอยู่เต็มโลก ขนาดคนเขียนดูไม่ค่อยจะฉลาดนัก ก็ยังเผลอโดนกิเลสมันครอบงำอยู่บ่อยครั้ง

เฮ่อ!

ช่วงนี้ในหัว ติดเบรกความคิดไม่ได้ในการ

“ออกแบบทำวารสารเรื่องเล่าจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ (ขอนแก่น) ว่าจะออกแบบปก ออกแบบรูปเล่ม ทำอย่างไร”

ถามตนเองว่า “ทำ ทำไม”

ตอบตรง ๆ แบบตรงใจค่ะว่า “ไม่รู้”

“รู้แต่เพียงฉัน หมดสิ้นรักเธอ เมื่อฉันหมดลม” อ้าวเผลอร้องเพลงซะงั้น

ก็รู้แต่เพียงว่า การทำงาน ณ ทุกวันนี้ หากเราเรียนรู้ที่จะ

“มองงานให้คือความสุข เราก็จะมีความสุขในการทำงาน”  

ก็ทุกข์มันมีอยู่เต็มโลก ในโลกนี้ไม่มีใครไม่ทุกข์เพราะทุกข์เป็นของโลก “จริงไหมค่ะ”

“เราหนีความโศก ความรำไร รำพัน ความไม่สบายกาย ความไมสบายใจ นั้นไม่พ้น”

งั้นก็อย่ามาพ่นทุกข์ใส่กันเลยเหนาะ

ขอให้พื้นที่นี้เป็นเพียงซอกเล็ก ๆ ของจักรวาล

ที่จะ “ผลิบานความสุขในการทำงานมาแบ่งปัน”