โมเดลการพัฒนาจากถ้อยคำนั้นๆ เป็นปลายทางของผู้สร้าง แต่เป็นต้นทางของผู้เรียนรู้ เป็นรูปแบบ ที่เราต้องนำมาสร้างให้เกิดกระบวนการด้วยเนื้อหาและน้ำเนื้อหัวใจชีวิตเราเอง

ตำบลชายคลอง
นายไข่เคว็ด บ้านโคกหม้อ *
http://www.oknation.net/blog/khokmaw

เพราะว่า… เรามีชีวิต

 
            

เราต่างต้องการความสุข…
ความสุขแห่งชีวิตเป็นสิ่งปรารถนาของคนเรา การแสวงหาความสุขจึงมีหลากหลาย เป้าหมายประสงค์คือต้องการเติมเต็มความรู้สึกที่คิดว่า “ตนเองพร่อง”  นั่นเป็นเพราะธรรมชาติของมนุษย์มองว่าตนเองขาดหายจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงพึงแสวงหามาใส่ไว้ในตน  โลกคือหมู่สัตว์จึงเป็นในรู้สึกว่า “โลกนี้พร่องอยู่เสมอ”


 ที่เป็นดังกล่าวเพราะว่า… เรามีชีวิต


 ชีวิต คือการเป็นอยู่ในขณะๆ มีสภาพไหวเคลื่อน เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไหวเคลื่อนทั้งในลักษณะหยาบและในลักษณะละเอียด  เมื่อใดจิตใจรู้สึกทุกข์ และรู้สึกสุข (ขณิกสุข-สุขเพียงบางขณะ) เป็นไปในลักษณะหยาบ เมื่อใดจิตใจรู้สึกไม่สุขไม่ทุกข์ ดำรงอยู่อย่างเท่าทัน ไม่ไหวคลอนไปตามอารมณ์เป็นไปในลักษณะละเอียด


 ความเป็นอยู่ จึงมีสองลักษณะนี้
 ลักษณะหยาบและละเอียดนี้เป็นชะตากรรมที่จะทำให้การดำรงชีวิตของคนเราดำเนินไปอย่างนั้นๆ
จึงเรียกว่า วิถีชีวิต


 การกำหนดวางเป้าประสงค์ชีวิตตามแรงใจปรารถนา ตามความต้องการขั้นพื้นฐาน หรือใฝ่ฝันใดๆ
จึงสบทางกันที่ตรง “วิถี” นั่นเอง


 ดังนั้น การสร้างหรือแสวงหาความสุขแห่งชีวิตจึงเกิดหลากหลายบนความหยาบหรือละเอียดที่คนเราเป็นอยู่ในขณะๆ


 การดิ้นรนต่อสู้  ศักดิ์ศรี อิสรภาพ สิทธิ เสรีภาพ ฯลฯ  จึงถูกหยิบยกมาเป็นบริบทหลักของการดำรงสถานะเพื่อบอกเล่าความเป็นตัวตนของตนของคนเราแต่ละคน   และเกิดการ “สร้างทาง” จากสำนึกรู้และกระบวนการจัดการความรู้ตามสติปัญญา ศรัทธาเชื่อมั่นที่ตนเองมีอยู่ในกมลขันธ์


 เราจึงเห็นว่า โลกนี้โกลาหล เพราะหมู่สัตว์ต่างอยู่ในทฤษฎีโกลาหลที่ต่างจัดวางความเป็นระเบียบแก่ชีวิตและสังคม โลก


 โมเดลการพัฒนาจึงถูกนำเสนอออกมาเป็นฉากๆ อย่างกับภาพยนตร์บนผืนจอและเป็นขบวนอย่างกับรถไฟ   ทั้งหมดสวนทางไปมาอย่างกับอยู่ในสนามเด็กเล่น   ฮาวทูถ้อยคำสำเร็จรูปจึงเต้นรำอยู่บนวอลล์ กระดาษแห่งธุรกิจค้าปลีกค้าย่อยและขายส่งกลิ่นน้ำหมึกผสมกลิ่นชีวิตบนแผงหนังสือทั้งในห้าง ข้างร้านชำ ริมฟุตบาท ป้ายรถเมล์ และในศาสนสถาน


 ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคนเรานั้นเป็นมนุษย์ผู้แสวงหา และไม่ปรากฏสิ่งอื่นใดเลยที่จะเป็นคุณเครื่องอุปกรณ์แก่ชีวิตเท่ากับการเริ่มต้นการตั้งต้นเรียนรู้สรรพสิ่งทั้งหลายด้วยหัวใจชีวิตของตนเอง


 โมเดลการพัฒนาจากถ้อยคำนั้นๆ  เป็นปลายทางของผู้สร้าง แต่เป็นต้นทางของผู้เรียนรู้ เป็นรูปแบบ ที่เราต้องนำมาสร้างให้เกิดกระบวนการด้วยเนื้อหาและน้ำเนื้อหัวใจชีวิตเราเอง


 การถึงฝั่งอย่างไรนั้น เราคือผู้เป็นเอง


 เพราะว่า… เรามีชีวิต จึงได้นำเสนอประเด็นการเรียนรู้ทางสู่ชีวิตที่สมดุลและมีความสุข ซึ่งเป็นประมวลประสบการณ์เรียนรู้ของคนเรา ชาวบ้านๆ ส่วนหนึ่งที่ตั้งต้นเรียนรู้ด้วยวัฒนธรรมการเรียนรู้ใหม่ กระบวนการเรียนรู้ใหม่ และบรรยากาศการเรียนรู้ใหม่  สังเคราะห์องค์ความรู้ดังกล่าวนี้โดยสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน และได้นำไปสร้างกระบวนการเรียนรู้แก่ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นโดยการจัดการศึกษาทางเลือกแนวใหม่ของการอุดมศึกษาไทย


 ประเด็นหลักคือเป็นเพียงหนึ่งรูปแบบที่ไม่ใช่สิ่งสำเร็จรูป แต่เป็นต้นทางให้เกิดกระบวนการเรียน รู้จักตนเองในด้านรากเหง้าชีวิตที่เป็นทุนชีวิต เรียนรู้ทุนทรัพยากร ทุนปัญญา ทุนทางสังคม และเรียนรู้สถานภาพตนเองด้านรายได้ เงินออม รายจ่าย เพื่อนำวิเคราะห์กำหนดทำแผนชีวิต แผนอาชีพ แผนการเงิน และแผนสุขภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเองอย่างบูรณาการและเป็นระบบ


 ผลสนองตอบย่อมเกิดจากทางปฏิบัติที่ลงมือเรียนรู้ปฏิบัติดีแล้วอย่างเป็นขั้นตอนด้วยความเข้าใจและมุ่งมั่นด้วยพันธะชีวิต

 
 เพราะว่า… เรามีชีวิต  การแสวงหามรรคาเพื่อนำไปสู่ชีวิตที่มีความสุขจึงเป็นหน้าที่ การเป็นอยู่ด้วยความทุกข์ไม่ใช่หน้าที่  พันธะชีวิตที่ถึงพร้อมคือการเดินไปบนมรรคาที่พร้อมมูล


 เพราะว่า… เรามีชีวิต  ขอรักคือการเป็นอยู่ซึ่งกันและกันได้ดำเนินอยู่กับทุกคน

 

------------------------------------------------------------------------------------------
* อาจารย์ประจำ สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน (มหาวิทยาลัยชีวิต) www.life.ac.th

** ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกใน Bcause magazine ฉบับเดือนมกราคม ๒๕๕๔

โดยกลุ่มเขียนข้าว มหาวิทยาลัยรามคำแหง  นางสาวศุภวัลย์ ชูมี  บรรณาธิการ