อีกไม่กี่วันแล้วที่พวกเราจะได้ไปลุ้นการสอบของเจ้าหยก ลูกสาวคนโต มันเป็นอะไรที่สนุกและมีความสุขกันดี มีความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตื่นเต้น อยากรู้ มีหวัง สารพัดเลยล่ะครับ

ที่มาที่ไปก็คือ น้องหยกเค้าเรียนชั้นป.6 ต้องสอบเข้า ม.1 และพวกเราก็ได้ช่วยกันสารพัดตามแบบฉบับที่เค้าทำกัน การเตรียมตัวการสอบก็ทำมาได้ประมาณ 6 เดือนเลย

 

เราเลือกที่จะไปติวในโรงเรียนกวดวิชาที่อยู่ในวัฒนธรรมเดียวกันกับโรงเรียนที่มุ่งหวัง

 มีสไตล์การสอนแบบเดียวกับโรงเรียนที่เราจะไปเข้าเรียน เพราะเชื่อว่า แนวการสอนกับแนวข้อสอบจะไปในแนวเดียวกัน คือ โอกาสมากกว่าที่อื่น

 

ทุกครั้งที่กลับจากติว ก็ได้ประเมินการเรียนรู้เป็นประจำและทำมาโดยลำดับ

จากการที่ได้มีโอกาสเห็น สัมผัสกับเพื่อนๆ ที่จะต้องไปสอบแข่งขันกันเข้าเรียน

ก็มองเห็นว่า หลายคนที่ไปติวด้วยกัน คนที่มีโอกาสสอบได้ก็ประมาณ 30 % น่ะ

 

ข้อดีอีกอันหนึ่งของการส่งลูกไปติวในสถานที่ที่เราจะไปเรียนก็คือการได้ทดสอบว่าลูกอยู่ได้ ชอบแนวการสอนแบบนี้หรือเปล่า เข้ากันกับเพื่อนๆ แบบนี้ได้หรือเปล่าด้วย

 

พูดถึงเรื่องเรียนพิเศษ ตรงนี้สำคัญมากเลย ผมคิดว่าหัวใจความสำเร็จอยู่ที่เด็ก การเรียนพิเศษด้านวิชาการไม่ใช่สิ่งวิเศษสิ่งเดียวที่มีในเมืองไทยนะ หากเค้าชอบด้านอื่นเราควรส่งเสริมให้เค้าเรียนพิเศษเช่นกันแต่เป็นด้านที่เค้าชอบ แบบนี้น่าจะทำให้รอยยิ้มเกิดกันทั้งครอบครัวนะ

เพราะผลสุดท้ายแล้ว เจ้าลูกหัวแก้วหัวแหวนจะได้เป็นหมออย่างที่คุณแม่คาดหวัง

 หากเค้าไม่ชอบก็จะต้องถูกจองจำกับอาชีพไปตลอดชีวิต เป็นทุกข์ตลอดชีวิต

กลับกันถ้าเค้าได้เรียนในสิ่งที่เค้ารัก ประกอบอาชีพที่เค้ารัก สุดท้ายแล้วล้มเหลว เค้าก็ยังล้มเหลวบนสิ่งที่เค้ารัก มันดีกว่ามั๊ย