ภาพลักษณ์ของเยาวชนที่เปลี่ยนไป
ปัจจุบันเยาวชนกำลังมีปัญหา ในอนาคตอันใกล้นี้สังคมจะเปลี่ยนไปในทางที่ที่เรียกว่าวิกฤตทางวัฒนธรรม เยาวชนซึ่งเป็นเจนนาเรชั่นใหม่ จะเปลี่ยนสังคมไทยให้เลวร้ายลง ศีลธรรมไม่มีทางจะกลับมาได้ ท่านพุทธทาสท่านกล่าวว่า ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ เรามองไปในอนาคตข้างหน้าก็สิ้นหวังจริง ๆ ตัวเร่งความวินาศนี้ก็คือความเจริญทางด้านการสื่อสารนี่เอง การสื่อสารเป็นของดี แต่คนนำไปใช้ในทางไม่ดี โดยเฉพาะสื่อสิ่งลามก ความจริงแล้วสิ่งที่ไม่ดีมีอีกมากมาย ณ ที่นี้ขอเน้นเฉพาะสื่อลามก เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเยาวชนอย่างมาก เมื่อสัก 20-30 ปีที่แล้วจะหาสื่อเหล่านี้ได้ยากมาก คนที่จะเข้าถึงสื่อเหล่านี้ก็จะมีแต่ผู้ชาย สื่อก็เป็นข้อเขียนธรรมดา ๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็เข้าถึงสื่อลามกได้พอ ๆ กัน สมัยก่อนคำพังเพยเกี่ยวกับผู้หญิงและผู้ชายมีอยู่ว่า ดูผู้หญิงให้ดูความอาย ดูผู้ชายให้ดูความกล้าหาญ ลูกผู้หญิงถูกอบรมสั่งสอนให้เป็นผู้สุภาพเรียบร้อย เป็นแม่บ้านแม่เรือน รักนวลสงวนตัว มีคุณสมบัติของความอาย ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา การเดิน การนั่ง การนอน และการสวมเสื้อผ้าที่มิดชิดและอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเรียกว่ากุลสตรีได้อย่างเต็มปาก เป็นคุณสมบัติของความเป็นแม่ที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมอันดีงามไปสู่ลูก แต่เดี๋ยวนี้ผู้หญิง(เยาวชนรุ่นใหม่) ไม่มีความอาย ที่ไม่อายเพราะอิทธิพลของสื่อที่ไม่สะท้อนถึงความอ่อนหวาน หรือความเขินอาย ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา หรือแม้แต่หนังและละครต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้หญิงที่สามารถข้าถึงสื่อลามกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ เหล่านี้จึงทำให้เกิดปัญหาชู้สาวในวัยเรียน การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ เมื่อเยาวชนหรือคนในสังคมส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงสื่อลามกได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ โลกหรือสังคมจึงวุ่นวายด้วยกามราคะ ละเลยขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยไปอย่างน่าเสียดาย นิยามความรักคงจะพ่ายแพ้ต่อความใคร่ไปโดยปริยาย บางคนสามารถมีเพศสัมพันธุ์กันเพียงแค่พอใจในรูปร่างหน้าดา เสร็จแล้วก็จากกันไป โดยไม่มีอะไรผูกพันต่อกัน
อันที่จริงการมีเพศสัมพันธุ์น่าจะเกิดจากความรักที่สุกงอม มีความคุ้นเคยห่วงหา อาทร สงเคราะห์ช่วยเหลือกัน ดูแลกัน จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่แท้จริง อย่างนี้การมีเพศสัมพันธุ์หมายถึงการส่งผ่านความรักด้วยภาษากาย ย่อมจะมีความสุขอย่างมิรู้คลาย แต่ถ้ามีเพศสัมพันธุ์ต่อกันโดยมิได้รักกันก็เท่ากับว่าสมประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย จึงเป็นแค่การบำบัดความใคร่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง ในกรณีหลังนี้ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาสังคม เพราะเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่าย หาเป็นเช่นนั้นไม่ ถ้าอย่างนั้นศาสนาพุทธคงไม่บัญญัติศีลข้อสามขึ้นมาหรอก เพราะท่านรู้ดีว่ากามราคะมีอำนาจทำลายความสงบสุขของมวลมนุษย์และหมู่สัตว์อยากที่จะทัดทานได้
การมีเพศสัมพันธุ์เป็นกิเลศตัณหาที่ยากจะถ่ายถอนออกไปจากใจ เรียกว่าครั้งเดียวไม่เคยพอ ถ้าอย่างนี้เป็นปัญหาไหม พ่อบ้านไปมีกิ๊ก กลับบ้านไม่ตรงเวลา เงินทองขาดมือ แม่บ้านวิตกกังวล ขาดความไว้วางใจ ทะเลาะเบาะแว้ง ลูกท้อแท้ขาดกำลังใจ ออกจากบ้านไปมั่วสุมติดยาเสพติด เป็นผู้หญิงก็มีพฤติกรรมชู้สาวจนตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ในที่สุดครอบครัวก็ล่มสลาย
มีคนต้องสังเวยชีวิตเพราะอำนาจกามราคะอย่างมากมาย
ถ้าอย่างนั้นเราควรจะทำอย่างไรกับปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน
ราคะเป็นธิดาแห่งมาร เราต้องรู้ว่ามารไม่เคยปรารถนาดีกับมนุษย์ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าท่านชนะมารด้วยการค้นหาที่อยู่แห่งมาร ท่านจึงตรัสว่า “ดูก่อนพญามาร บัดนี้เราได้รู้ต้นเค้าที่อยู่ของเจ้าแล้ว เราได้หักยอดเรือน รื้อเรือนของเจ้าแล้ว เพราะแท้ที่จริงเจ้าเกิดจากการดำริคำนึงถึงนั่นเอง เมื่อเราไม่ดำหริคำนึงถึง เจ้าก็ไร้ซึ่งบัลลังค์ที่จะพำนักอาศัยอีกต่อไป และเจ้าก็ไม่มีอำนาจเหนือเรา บัญชาการเราไม่ได้”
การดำหริ ก็คือการคิดคำนึงถึงราคะ การไม่รู้เท่าทันความคิดก็เท่ากับขาดสติลุ่มหลงในมายาแห่งราคะ การได้รับการกระตุ้นจากสื่อลามก ที่มากับเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร โดยเฉาพะอินเตอร์เน็ต ตัณหาราคะจึงทับทวีขึ้น อยากรู้อยากลอง จนเป็นปัญหาสังคมที่บั่นทอนจารีต ประเพณีอันดีงาม ทำลายอนาคตของเยาวชนอย่างไม่เคยมีมาก่อน
สื่อลามกเป็นด้านลบของสังคม เพราะสังคมมีทั้งด้านดีและไม่ดี อินเตอร์เน็ตก็เหมือนกันมีทั้งด้านดีและไม่ดี สำคัญอยู่ที่เราจะเลือกด้านไหนที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ปัญหาตรงนี้คงไม่พูดถึงเฉพาะเด็กและเยาวชน แม้แต่ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน ถ้าดูสื่อลามกจิตใจก็ตกต่ำทันที เรื่องนี้ไม่ต้องถึงสื่อลามก แม้พระพุทธเจ้าท่านยังเตือนให้พระสงฆ์เมื่อต้องพบปะกับสตรียังไม่ให้มองเลย ถ้าต้องมองก็อย่าพูดด้วย ถ้าต้องพูดก็พูดแต่น้อยเสร็จธุระแล้วให้รีบไป แสดงว่าราคะมีอำนาจมหาศาลจริง ๆ ทุกครั้งที่เราเปิด อินเตอร์เน็ต เราก็ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจที่จะไม่เข้าไปในเว็บ ที่เป็นสื่อลามก เพราะจะทำให้จิตใจตกต่ำ ระส่ำไปด้วยอำนาจของราคะ สูญเสียมาตรฐานการครองตนตามหลักศีลธรรมอันดี ดูสื่อลามกเท่ากับทำร้ายตัวเอง(บางครั้งทำร้ายผู้อื่น เช่น ข่มขืนแล้วฆ่า) เป็นการบั่นทอนศีลธรรมอันดีออกจากใจ การดูสื่อลามกเป็นตัวเร่งให้เกิดการมีเพศสัมพันธุ์ทั้งที่ยังไม่พร้อม จึงเกิดปัญหาตามมา เช่น การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และเสี่ยงต่อการติดเอดส์ บางครั้งหมกมุ่นจนทิ้งการเรียน
พ่อแม่ควรให้คำแนะนำการค้นหาความรู้ทางอินเตอร์เน็ต ว่าอะไรควรไม่ควรอย่างไรถ้าที่บ้านมีอินเตอร์เน็ต ควรตั้งโต๊ะคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องนั่งเล่น หรือมุมใดมุมหนึ่งที่เปิดเผยดีไหม ให้ลูกทำงานโดยที่พ่อ แม่ หรือคนอื่น ๆ สามารถสังเกตเห็นได้ว่าลูกกำลังเปิดเว็บไซด์อะไรอยู่
ครอบครัวควรส่งเสริมให้ลูก ๆ ทำกิจกรรมเกี่ยวกับศาสนา พาเข้าวัดทำบุญ หรือสนทนาธรรมกับพระสงฆ์ ตามกาลอันควร เป็นต้น
รัฐบาลควรเอาจริงกับการปิดเว็บลามกทั้งหลาย ปิดได้หรือไม่ได้ก็ต้องพยายามดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
ราคะเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง แต่ก็เป็นธรรม เป็นกฎธรรมชาติที่เรียกว่าพีชนิยาม ตามนัยนี้การมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นไปเพื่อดำรงวงตระกูลหรือเผ่าพันธุ์ การมีเพศสัมพันธุ์ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรมีอย่างมนุษย์ ซึ่งประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย มนุษย์ได้สร้างวัฒนธรรมเกี่ยวกับการครองเรือน เริ่มจากความรัก เอื้ออาทรต่อกัน มีการสู่ขอ มีการมั่นหมายและแต่งงาน เป็นการจัดระเบียบสังคม ซึ่งนิยมผัวเดียวเมียเดียว สังคมจึงเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ถ้าเป็นไปอย่างสัตว์ทั้งหลาย (แรงไป) แต่ก็อยากให้ตรองดูว่าสังคมจะวุ่นวายขนาดไหน
---------------------------------------------------------------------------------------------
บทความนี้เป็นแค่ความคิดหนึ่งที่อยากจะวิเคราะห์ปัญหาสังคม เพื่อแรกเปลี่ยน เรียนรู้ และนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกัน