วันนี้ กลับถึงบ้านได้ทันมีโอกาส ดูเปาบุ้นจิ้น ฉากเกือบสุดท้าย..เนื้อเรื่องตอนนี้ท่านเปาถูกฮ่องเต้ปลดออกจากตำแหน่งกลายเป็นสามัญชนและยังต้องย้ายออกจากที่พักไปอยู่ที่อื่น..เหล่าลูกน้องต่างก็เสียใจและอยากจะขอติดตามท่านเปา ไม่อยากอยู่ทำงานที่ศาลไคฟงนี้อีก ดูฉากนี้แล้วทำให้ฉันเกิดไอเดียคิดถึงเรื่องที่เมื่อตอนบ่ายวันนี้ได้เข้าฟังการบรรยายเรื่องการเขียนJob Descriptionขึ้นมา โดยเฉพาะตรงที่ท่านอาจารย์เน้นให้พยายามแยกการวิเคราะห์ระหว่าง”งาน”กับ”คนผู้ปฏิบัติงาน”ให้ออก…ตอนเรียนยอมรับว่า ..งงๆ..เบลอๆ..ก็เลยอยากทดลองเขียนการแยกคนกับงานโดยยึดตามความเข้าใจของตัวเอง ดังนี้(ถูกผิดอย่างไรพี่มอมพี่ปิ่งพี่เล็กช่วยชี้แนะด้วยค่ะ)
งาน
ตำแหน่งงาน: หัวหน้า/ผู้ปกครองศาลไคฟง
วัตถุประสงค์ : เป็นการมอบหมายและใช้อำนาจของฮ่องเต้ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ของขุนนางในการทำงานด้านบริหารและด้านตุลาการให้แก่ประชากรในเขตเมืองไคฟง
หน้าที่ความรับผิดชอบ: – งานไต่สวนพิจารณาคดี -งานกำหนดนโยบายและบริหารจัดการบุคลากรภายในศาลไคฟง
ผลลัพธ์ของงาน: ชาวเมืองไคฟงมีความพึงพอใจต่อการปกครองและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
คน ตัวบุคคล : เปาบุ้นจิ้น
สไตล์การทำงาน : ซื่อตรง ยึดถือความจริงและความยุติธรรม ไม่คอรัปชั่นหรือละเว้นการปฏิบัติ
แนวคิดในการทำงาน :จะตั้งใจทำงานเพื่อรับใช้ฮ่องเต้ให้ดีที่สุด ,ค้นหาจุดดีในตัวคนและเปิดโอกาสให้เขานำออกมาใช้
ผลการปฏิบัติงานของคน : เปาบุ้นจิ้น ตัดสินคดีที่สำคัญและท้าทายความสามารถมากมายนับไม่ถ้วน,เป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ที่ได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นบุคคลตัวอย่างของการพิทักษ์ความยุติธรรม
•ท่านเปาบุ้นจิ้น กล่าวเปิดใจกับเหล่าลูกน้องคนสนิทก่อนที่จะอำลาออกจากศาลไคฟงไปเพียงลำพัง ว่า ”ข้าไม่ได้เสียใจที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง แต่เสียดายที่จะไม่ได้มีโอกาสทำงานรับใช้องค์ฮ่องเต้ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนต่างพระเนตรพระกรรณอีกต่อไปแล้ว…ศาลไคฟงอาจไม่มีเปาบุ้นจิ้นได้ แต่ศาลไคฟงไม่อาจขาดเสียซึ่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมได้” •วาทะนี้ทำให้ลูกน้องที่รักเปาบุ้นจิ้นมากตัดสินใจอยู่ทำงานต่อที่ศาลไคฟงเพื่อพยายามรักษาอุดมการณ์หรือแนวคิดในการทำงานของท่านเปาให้คงอยู่ต่อไป
• ฉันเองคงต้องคิดทบทวนถึงการเขียนJDใหม่ด้วยความตั้งใจ,ไม่คิดก็อปปี้หรือเพียงทำผ่านๆไปไม่ใส่ใจ,แต่ถึงอย่างไรก็ตามขอสัญญาว่าเสร็จภายในกำหนดแน่นอนค่ะพี่มอม……. By : seangja m(^O^)m
ตอนฟังอาจารย์พูดถึงเรื่องแยกงานกับคน แว๊บในใจขึ้นมาเรื่องแยกรูปนาม(กรรมฐาน) แล้วก็แว๊บ(ปรุงแต่ง)ต่ออีกว่าถ้าเราเอาเรื่อง Competency มาใช้ได้จริงๆคนจะมีความสุขกับการทำงานขึ้นเยอะ
งานและคนแยกได้ตั้งแต่ชื่อแล้วค่ะ แต่เมื่อเอาคนไปไว้ในตำแหน่งงานมันจะมีกิเลศติดตัวคนมาด้วยเช่น ความขี้เกียจ ขยัน ชอบ ไม่ชอบ เกียจขี้หน้า อิจฉา แปลอย่างนี้จะพอไหวไหมคะ?
เราต้องแยก "งาน" กับ "คน" ให้ออกก่อน
บางทีการเขียน JD ครั้งนี้ เราคงต้องเดินออกจากตำแหน่งงานที่เราอยู่ แล้วหันกลับไปมองดูว่า จริงๆแล้วงานนั้นๆควรมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างโดยอาจจะต้องนำวิสัยทัศน์และพันธกิจของสถาบันฯมาเป็นส่วนหนึ่งในการทบทวนด้วย
แต่สิ่งที่ท้าทายอย่างหนึ่งก็คือ เราสามารถยอมรับได้หรือไม่ หากพบว่างานที่เราเคยทำหรือคิดว่าเป็นงานของเราอยู่เป็นประจำนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของงานนั้นจริงๆ หรือ พบว่าเรายังไม่ได้ทำงานซึ่งเป็นงานจริงๆของเรา
อย่างไรก็ตาม ขอลงนามสัญญาร่วมกันกับ seangja ด้วยคนละกันว่า เสร็จภายในกำหนดแน่นอนคะ
ดีใจจังที่มีเรื่อง JD มาให้อ่านด้วย
ชอบที่ คุณ moomi เขียนว่า "แต่สิ่งที่ท้าทายอย่างหนึ่งก็คือ เราสามารถยอมรับได้หรือไม่ หากพบว่างานที่เราเคยทำหรือคิดว่าเป็นงานของเราอยู่เป็นประจำนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของงานนั้นจริงๆ หรือ พบว่าเรายังไม่ได้ทำงานซึ่งเป็นงานจริงๆของเรา" จะได้เป็นโอกาสที่มาดูว่าอะไรคือความซ้ำซ้อน และอะไรที่ยังไม่มีเจ้าภาพจริงๆ