เป็นครั้งแรกที่ ดร.ป๊อป ได้เตรียมสอนวิชา Exercise & Psychomotor System ในภาคบรรยาย และการทำปฏิบัติการเรื่อง Reaction time อย่างเต็มรูปแบบ แก่ นศพ. ม.ธรรมศาสตร์ ที่จัดการเรียนรู้เป็นวิชาเลือก เน้นการเรียนรู้แบบฝึกปฏิบัติจริง พร้อมแทรกการบรรยายเนื้อหาไม่เกิน 1 ชม. เช่น แต่งตัวพร้อมออกกำลังกาย ออกกำลังกายตลอด 3 สัปดาห์โดยขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์ เป็นต้น
ผมต้องขอบพระคุณ อ.ไถ้ออน และคุณสุปรีชา ที่ให้คำแนะนำถึงเครื่องมือ Reaction time และ Psychomotor อื่นๆ ตอนได้ทุนเรียนโทที่คณะวิทย์ ม.มหิดล ทำให้ผมเตรียมสอนครั้งนี้ได้อย่างสนุกสนาน
เริ่มจากการทบทวนความรู้ว่า Exercise มีที่มาภาษากรีกแปลว่า Unlock to Move (ขอบพระคุณ อ.ถนัด ผู้เชี่ยวชาญกายภาพบำบัดด้านออกกำลังกาย ที่แนะนำ) ซึ่ง นศพ. สามารถแยกการฝึกหัดตนเองหรือคนอื่นๆ ในการออกกำลังทางร่างกาย (Physical exercise) ทางจิต/สมอง (Mental/Brain exercise) และทางจิตวิญญาณ (Spiritual exercise) ซึ่งค้นคว้าต่อที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Exercise http://en.wikipedia.org/wiki/Mental_exercise http://en.wikipedia.org/wiki/Spiritual_practice
ปัจจุบันสังคมไทยนิยมออกกำลังทางร่างกายเพื่อให้สุขภาพองค์รวมดีขึ้น แต่การออกกำลังเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางจิต เช่น แยกแยะความรู้สึกที่ไวหรือช้า และปรับตัวในการใช้ความรู้สึกสัมผัส มองเห็น ได้ยิน ทรงท่า ตำแหน่งข้อต่อ สู่การรู้คิดและความเข้าใจในการใช้การจัดการสถานการณ์ชีวิตผ่านสมองได้อย่างเหมาะสม รวมถึงพัฒนาสุขภาวะทางจิตวิญญาณ เช่น ใช้ความสามารถของตนเองในการทำประโยชน์ต่อสังคมอย่างมีความสุข เป็นต้น
สำหรับ Psychomotor คือ การเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของสมองในด้านการรู้คิดและทักษะการทำงานของร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหว สหสัมพันธ์ การหยิบจับ ความคล่องแคล่ว ความแข็งแรง ความทนทาน ความยืดหยุ่น เป็นต้น หากเหม่อลอยและไม่มีทักษะที่ดีข้างต้น อาจส่งผลให้เกิดทุกขภาวะทางจิต ที่เรียกว่า Psychomotor retardation และ agitation ได้ ซึ่งอาจมีผลจากการเรียนรู้ที่ไม่เหมาะสมจากระบบ Limbic ที่เชื่อมโยงกับ Mirror Neuron ในการควบคุมและจัดการอารมณ์ขณะกระทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตด้วยการรับข้อมูลจากการสื่อสารภาษาท่าทางหรือคำพูดกับตนเองและผู้อื่น
ส่วนการวัดประสิทธิผลของ Psychomotor นั้นมีหลายรูปแบบและหลายปัจจัยที่ต้องควบคุมขณะวัดผลก่อนและหลังเข้าร่วมสถานการณ์ชีวิตต่างๆ ได้แก่ สิ่งแวดล้อมภายในตัวตนของผู้ถูกวัดและผู้วัด (เช่น สมาธิ ความสนใจจดจ่อ ท่าทางขณะวัด การใช้มือข้างถนัด น้ำเสียงที่เตือน ความไวในการแสดงออกทำกิจกรรม) สิ่งแวดล้อมภายนอกตัวตนของผู้ถูกวัดและผู้วัด (เช่น รูปแบบกิจกรรมที่ให้ทำ ระยะเวลาที่ใช้ สถานที่ที่เงียบหรือหันเหความสนใจง่าย) และความต่อเนื่อง-ความคงที่ของการออกกำลังทางร่างกาย หรือ จิต หรือ จิตวิญญาณ หรือทั้งหมดพร้อมกัน ณ เวลานั้น
นั้นคือ อ้างจากบทเรียนของ อ.เจริญ กระบวนรัตน์ ที่แนะนำว่า การเคลื่อนไหวออกแรงทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (งานบ้าน งานอดิเรก งานอาชีพ การเดินทาง) อย่างกระฉับกระเฉง เป็นจุดเริ่มต้นของการเพิ่มทักษะการเคลื่อนไหวเพื่อสุขภาพ (มีความหนัก มีช่วงเวลาที่ต่อเนื่อง มีความถี่ และมีความสม่ำเสมอ) หรือการเพิ่มทักษะการเคลื่อนไหวเน้นสมรรถภาพทางการกีฬา
ลองคลิกทดสอบการใช้พลังงานกิจกรรมทางกายของท่านจาก http://dopah.anamai.moph.go.th/menu_detail.php?id=39
ในฐานปฎิบัติการ แบ่ง นศพ. ออกเป็น 6 กลุ่มๆ ละ 6-7 คน มีเวลาปฏิบัติการกลุ่มละ 10 นาทีต่อหนึ่งฐาน และวนฐานต่างๆ ให้ครบตามเวลาที่กำหนดทั้งหมด 1.30 ชม. เพื่อสรุปบทเรียนอีก 30 นาที
สังเกตว่า นศพ. ได้เรียนรู้อย่างตื้นเต้น สนุกสนาน และผ่อนคลาย จากการจัดกิจกรรมแบบ Active Learning นศพ.มากกว่า 80% จดจ่อกับการทดสอมสมรรถภาพของระบบการเคลื่อนไหวของตนเอง อีก 20% ก็ใช้เวลากับการทำปฏิบัติการบวกกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ ในกลุ่ม-ต่างกลุ่ม และเมื่อซักถามตัวแทนนักศึกษาแต่ละกลุ่ม ก็พบว่า Psychomotor ก่อนและหลัง Exercise มีความไวขึ้นและมีชีพจรเต้นเร็วขึ้นในทุกฐานกิจกรรมของ นศพ. มากกว่า 60% อีก 40% มีความไวขึ้นลงในแต่ละฐานกิจกรรม ซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจัยของการควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกของตัวผู้วัดและผู้ถูกวัด โดยเฉพาะความตั้งใจออกแรงกายแรงใจในกิจกรรมฐานต่างๆ และไม่หันเหความสนใจต่อสิ่งเร้าอื่นๆ ขณะทำกิจกรรม Exercise ได้แก่
- การวัดความเร็วตอบสนองของการมองเห็นด้วยมือข้างถนัดใน 5 ครั้งเฉลี่ยก่อนหลังการเดินไปมา 6 นาที
- การวัดจำนวนการเคาะนิ้วข้างถนัดและจำนวนความผิดพลาดของมือข้างถนัดที่สั่นขณะแทงเหล็กลงรูขนาดใหญ่ไปเล็กก่อนหลังการทำ Sit-Up 20 ครั้ง
- การวัดเวลาที่มือสองข้างทำคว่ำหงายสลับกันหรือ Diadochokinesia (10 รอบ) + แตะนิ้วโป้งกับนิ้วอื่นๆ สลับกันหรือ Finger-thumb opposition (10 รอบ) ก่อนและหลังการจับคู่ไพ่ดอกหรือตัวเลขเหมือนกัน (27 คู่)
- การวัดเวลาในการเขียนเลข 1-10 อย่างรวดเร็วก่อนและหลังร้องเพลงชาติไทยดังๆ
- การวัดชีพจรก่อนหลังการวิ่งอยู่กับที่นาน 2 นาที
- การวัดจำนวนก้าวด้วย Pedometer ก่อนและหลังนั่งสมาธิเงียบ 5 นาที และนั่งสมาธิขณะเพื่อนตะโกนเสียงดังอีก 5 นาที
สรุปบทเรียนนี้ด้วย การคิดทบทวนตนเองว่า "เราจะออกกำลังกาย จิต วิญญาณ อย่างไร ให้เกิดความสามารถและความสุขอย่างต่อเนื่องและมีสุขภาพดี"