โปรดเข้าใจนะครับว่าขั้นตอนเหล่านี้คือเราซ้อมสร้างภาพฝัน สร้างวิสัยทัศน์ และสร้างตัวชี้วัด ในมุมมองนักวิชาการ เป็นการซ้อมทำ เพื่อจะรู้ว่า เวลาทำจริงกับชุมชนนั้นจะเกิดปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง จะได้วางแผนได้ ทั้งหมดนี้เป็นการวางแผนก่อนลงพื้นที่จริง

     โดยก่อนการลงพื้นที่จริง จะมีการนัดเจอกันระหว่างสมาชิกทีม เพื่อสร้างความรู้จักกัน โดยการเจอกันครั้งแรก บรรยากาศก็ค่อนข้างเงียบเพราะยังไม่รู้จักกัน ก็จะคุยกันเฉพาะกลุ่ม หมอก็คุยกะหมอ สาสุขปี ๔ ก็คุยกันเอง เจอกันวันแรกก็คุยกันเรื่องทั่วไปเล็กน้อย ว่าจะทำอะไรยังไง แล้วก็มีการเวียนกระดาษขอชื่อและเบอร์โทร ก็ได้ใช้เวลาพบปะกันเล็กน้อย เพราะใช้เวลาไปส่วนใหญ่กับการพูดคุยในห้องรวมโดย ผ.อ.การฝึกภาคสนาม และรอง ผ.อ.ฝ่ายวิชาการฝึกภาคสนามได้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ฉนั้นในวันแรกก็เลยได้แค่ทำความรู้จักกัน และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการสร้างกรอบแนวคิด โดยได้ศึกษากรอบแนวคิดดังต่อไปนี้

๑. Ecological Model of Health Outcome

๒. Kark ' s Model

๓. Epidemiologic Triangle

๔. Tip of Iceberg

๕. Determinant of Health

๖. Health Belife

๗. Precede Proceed

โดยกรอบแนวคิดเหล่านี้จะเป็นกรอบในการใช้ศึกษาชุมชน ทางทีมก็ฝากให้ทุกคนไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อที่จะมีประเด็นมาแลกเปลี่ยนกันในวันเลือกกรอบแนวคิด โดยภายหลังทางทีม๕ ลาดบัวขาวได้เลือกใช้กรอบ Kark's Model เพราะเป็นกรอบที่มองค่อนข้างครอบคลุม ที่มองความสัมพันธ์ ของระบบบริการสุขภาพ ทรัพยาการ สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ของชุมชนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานะสุขสุขภาพ และในขณะเดียวกันถ้าสถานะสุขภาพไม่สมดุลก็ส่งผลต่อสิ่งต่างๆที่กล่าวมาแล้วเช่นกัน และก็ยังใช้กรอบแนวคิดของ Ecogical Model of Health Outcome มามองชุมชนในระดับต่างๆ เพราะในชุนชนสังคม มันเป็นความสัมพันธ์ในหลายระดับเราก็ต้องมองให้ครอบคลุมในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศที่เป็นระดับนโยบาย

          หลังจากนั้นก็ได้เจอกันครั้งที่ ๒ มีกิจกรรมทำความรู้จักกัน โดยมีหัวหน้าทีมเป็นผู้เอื้ออำนวยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ โดยเกมส์นี้ มีกติกาอยู่ว่าให้เวลา ๕ นาทีให้ทุกคนไปถามชื่อเพื่อนร่วมทีมมาให้ได้เยอะที่สุด อย่างน้อยกิจกรรมนี้ก็ทำให้ผมได้รู้จักชื่อเล่นน้องๆ ปี ๓ เพิ่มขึ้น และสามารถจำชื่อจริงเพื่อนปี ๔ ได้ครับ พอกิจกรรมนี้เสร็จ ก็มีการแบ่งกลุ่มย่อยเป็น ๓ กลุ่ม แบ่งโดยการจับฉลากให้แต่ละกลุ่มคิดภาพฝันของชุมชนลาดบัวขาวว่า อยากให้ชุมชนลาดบัวขาวเป็นอย่างไรในอนาคต ให้วาดฝันในทุกๆ ด้าน พอแต่ละกลุ่มทำเสร็จก็ให้ออกมานำเสนอ แล้วนำเอาภาพฝันของทั้ง ๓ กลุ่มย่อยมาเป็น ภาพฝันของชุมชนลาดภาพ ดัง Mind Map

       

          จากภาพฝัน สมาชิกทีมลาดบัวขาวของเราก็ได้ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์ของชุมชนลาดบัวขาว เหตุผลที่สร้างวิสัยทัศน์คือ เป็นการรวมภาพฝันให้เป็นคำที่จำง่ายๆ โดยวิสัยทัศน์จะเป็นการรวมภาพฝันเป็นองค์ประกอบใหญ่ๆ ที่สามารถจัดเป็นกลุ่มเดียวกันได้ การสร้างวิสัยทัศน์ใช้เวลานานพอควร สุดท้ายก็ได้วิสัยทัศน์ที่สวยงาม ดังนี้ คือ

            พอได้ภาพฝันของ และสร้างเป้นวิสัยทัศน์ของชุมชนแล้ว ก็นำ ภาพฝันและวิสัยทัศน์นั้นมาดึงเป็นตัวชี้วัดออกมา โดยตัวชี้วัดบางตัวก็ดึงมาจากภาพฝันเลย เพราะสิ่งที่เป็นฝันของชุมชนบางตัวก็สร้างเป็นตัวชี้วัดชุมชนได้เลย โดยเราจะดูว่า สังคมดี สิ่งแวดล้อมดี สุขภาพดี เศรษฐกิจดี และการศึกษาดี จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ตัวอย่างตัวชี้วัดเช่น ตัวชี้วัดด้านสังคม >>สาธารณูปโภค ได้แก่
- ครัวเรือนที่มีไฟฟ้าใช้
- ครัวเรือนมีน้ำในการอุปโภคอย่างเพียงพอ จำแนกตามแหล่งที่มาของน้ำ (น้ำประปา น้ำบาดาล แหล่งน้ำจากธรรมชาติ)
- ครัวเรือนที่มีน้ำสะอาดบริโภคเพียงพอตลอดปี จำแนกตามแหล่งที่มาของน้ำ
- แหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตรเพียงพอตลอดปี
- ลานกิจกรรมที่มีการใช้ประโยชน์ในชุมชน

   พร้อมทั้งมีการหาเกณฑ์ตัวชี้วัดเหล่านี้ในระดับประเทศ ศึกษาตัวชี้วัดจาก จปฐ. และ จชช.๒ค.เพื่อดูว่าชุมชนผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดเหล่านี้หรือไม่
   หมายเหตุ****สำหรับคนที่มาอ่าน โปรดเข้าใจนะครับว่าขั้นตอนเหล่านี้คือเราซ้อมสร้างภาพฝัน สร้างวิสัยทัศน์ และสร้างตัวชี้วัด ในมุมมองนักวิชาการ เป็นการซ้อมทำ เพื่อจะรู้ว่า เวลาทำจริงกับชุมชนนั้นจะเกิดปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง จะได้วางแผนได้ ทั้งหมดนี้เป็นการวางแผนก่อนลงพื้นที่จริง