ขอนิยามคำก่อนสักนิดครับ โครงการในที่นี้ผมตั้งใจจะหมายถึงโครงการอะไรก็ได้ จะเป็นงานวิจัย หรืองานพัฒนา ส่วนคำว่างบประมาณ ตั้งใจจะหมายถึงงบประมาณที่ขอจากแหล่งอื่น ที่ไม่ใช่กระเป๋าตัวเอง โดยสรุป ที่ว่า ทำโครงการด้วยงบประมาณ 0 บาท ก็คือทำโครงการโดยไม่ได้ของบประมาณจากแหล่งใดๆ ฟังดูแปลกๆ แต่มีนัยบางอย่างแฝงอยู่ครับ
ผมใช้วิธีนี้บ่อยมาก ในสองนัย อย่างแรกคือทำโดยให้คนอื่นทำ กับอีกอย่างหนึ่งคือเป็นช่วงพัฒนาความคิด แล้วค่อยหาแหล่งทุนทีหลัง โดยสรุปก็คือ จริงๆ แล้วงานอะไรมันก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น แต่ใช้อย่างไรเท่านั้นเอง ขยายความดังต่อไปนี้ครับ
วิธีแรก ผมอยากเห็นสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น แต่มันเกินกำลังที่จะทำด้วยตัวเอง ผมก็ต้องวางแผนเป็นขั้นตอน ขั้นแรกดูว่าใครที่จะทำงานนี้ได้ เข้าไปทำความรู้จักกับเขา ทำให้เขาคิดอย่างที่เราคิด สนับสนุนทางวิชาการและความคิด กระตุ้นให้เขาคิดที่จะทำโครงการนั้น รอจนเขาทำโครงการ คอยดูอยู่ห่างๆ ไม่กระโตกกระตาก พูดชื่นชมในสิ่งที่เขาทำ แนะนำในสิ่งที่เราเห็นว่ายังขาด เข้าช่วยในสิ่งที่เขาขอความช่วยเหลือ
วิธีนี้ไม่ยาก อย่างเช่นเราต้องการเห็นอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในองค์กร แต่เราเองคงทำไม่ได้เพราะไม่ได้มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง สมมติว่าต้องเป็นระดับหัวหน้าองค์กร ซึ่งเราไม่ได้เป็น เราก็หาโอกาสพูดเปรยๆ กับหัวหน้า ว่าสิ่งนี้น่าทำนะ อาจต้องพูดหลายครั้ง ตอบคำถามหลายอย่าง เพื่อให้เขาเห็นด้วย จนเขาคล้อยตามแล้ว เขาก็สั่งการทำ เราก็ต้องเงียบไว้ ถ้าเขาใช้คนอื่นทำก็สบายเรา ไม่ต้องเหนื่อย ไปทำเรื่องอื่นต่อได้อีก ถ้าเขาใช้เราทำ อย่างนี้เหนื่อยหน่อย ต้องออกหน้าด้วย ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วผมจะปฏิเสธ บอกว่าคนโน้นก็ทำได้ ให้เขาทำจะดีกว่า เอาละ หลายคนเริ่มรู้สึกแล้วว่าแล้วเราได้อะไร ก็ได้งานไงครับ อ้าว ก็ไม่ได้ลงมือทำ คนอื่นได้งานไปทำ ได้หน้าได้ตาไป ลองตอบตัวเองว่าต้องการให้งานเกิด หรือต้องการให้ตัวเองเกิด
วิธีที่สอง ผมอยากเห็นสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น แต่มันเกินกำลังที่จะทำด้วยตัวเองตามลำพัง ผมก็ต้องวางแผนเป็นขั้นตอน ขั้นแรกดูว่าใครที่จะช่วยทำงานนี้ได้ เข้าไปทำความรู้จักกับเขา ทำให้เขาคิดอย่างที่เราคิด ชวนให้เขามาวางแผนทำงานร่วมกัน สนับสนุนทางวิชาการและความคิด กระตุ้นให้เขาคิดที่จะทำโครงการนั้น ต้องรอจนแน่ใจว่าเขาจะเอาจริงกับเรา โดยการที่เรายังไม่ขยับก่อน ถ้าเขามากระตุ้นเราให้ทำ เข้าทางแล้วครับ สนับสนุนให้เขาเขียนโครงการ เสนอโครงการขอทุน โดยเราร่วมด้วย จะเป็นระดับไหนก็ได้ ถ้าได้ทุน ก็ทำกันเต็มที่ ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ถือเป็นประสบการณ์ แต่สิ่งที่ได้แน่ คือมิตรภาพและเครือข่าย เราสามารถคิดและทำงานอื่นร่วมกันได้อีก ดูเหมือนว่าวิธีนี้เราก็ไม่ค่อยจะได้อะไรเลยนะ อย่าลืมครับ เราต้องการให้งานเกิด ไม่ใช่ให้เราเกิด
อย่างที่บอกครับ ผมใช้วิธีนี้บ่อยมาก และก็เกิดงานอย่างที่คิดไว้ไม่น้อย แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าผมอยู่เบื้องหลัง นั่นแหละครับที่ผมต้องการ ผมจะหลบไปปลูกต้นไม้ ทำสวน ทำงานอดิเรกที่ชอบเมื่อไหร่ก็ได้ สบายดีเสียอีก แต่ถ้าห่วงว่าเจ้านายจะไม่เห็นว่าเราทำอะไร ก็หาอะไรทำเป็นของตัวเองบ้างพอเป็นพิธีครับ
นั่นพูดอย่างเสียดสีสักนิด จริงๆ แล้วการเสนอความเห็นมีค่ามากสำหรับคนที่ให้ค่ากับความคิดครับ เราต้องเลือกคนที่จะทำงานด้วย คนนั้นต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม แล้วเขาจะเห็นค่าของเราอย่างมาก ยกย่อง นับถือ ให้เกียรติ และนั่นเป็นสิ่งที่ได้กลับมา เราสามารถขึ้นเป็นระดับหัวหน้าได้ไม่ยากโดยวิธีนี้ การที่เราไม่ต้องทำเองไปเสียทุกอย่าง คือไม่เข้าไปอยู่ข้างในเสียทีเดียว ทำให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดกว่า เหมือนมองดูห่างๆ จะเห็นว่าอะไรเกิดขึ้นรอบๆ ได้ชัดเจน แล้วเราก็สามารถเตือนเขาได้ คำเตือนย่อมมีค่ามากสำหรับคนที่มีธรรมะในใจ