ปัจจบันทรัพยากรธรรมชาติของโลกลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ความต้องการใช้ทรัพยากรของมนุษย์กลับเพิ่มจำนวนขึ้น อาจะเป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ล้วนต้องพึ่งพาอาศัยพลังงานมากขึ้นในทุกๆ กิจกรรม ส่งผลให้เกิดปัญหาใหญ่ๆ ตามมา ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาพลังงานที่วิกฤติไปทั่วทุกมุมโลก แม้ปัจจุบันทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการคิดค้นเครื่องมือต่างๆ ขึ้นมากมาย แต่กลับพบว่า เครื่องมือที่สำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้โลกผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างยั่งยืน คือเครื่องมือที่เรียกว่า “จิตสำนึกเพื่อสิ่งแวดล้อม” (Eco Mind)
“Green” และ “ECO” เป็นคำที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย ความเป็นจริงจะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจคำ 2 คำนี้อย่างถูกต้องเหมือนน้องๆ เยาวชนกว่า 800 คน จาก 7 โรงเรียนในจังหวัดระยอง ที่ได้รับโอกาสดีๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรมนิทรรศการและประชาสัมพันธ์สัญจร “ปิโตรแคมป์ สู่แชมป์ปิโตร ปี53” ที่จัดขึ้นในวันที่ 1-4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกลุ่มปตท.เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
เมื่อต้นเดือน พ.ย.2553 กลุ่ม ปตท. ได้จัดกิจกรรมนิทรรศการและประชาสัมพันธ์สัญจร “ปิโตรแคมป์ สู่แชมป์ปิโตรปี 53” เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดระยองได้เรียนรู้และเข้าใจในเรื่องของปิโตรเลียมและปิโตรเคมีมากขึ้น โดยมีการสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ที่อยู่รอบๆ ตัวเรามากมายอย่างคาดไม่ถึง รวมถึงการปลูกจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านรูปแบบของสถานีการเรียนรู้ต่างๆ 4 สถานี ได้แก่
1.สถานีปิโตรเลียมขุมทรัพย์ขับเคลื่อนโลก
2. สถานีกว่าจะเป็นปิโตรเคมี
3.สถานีมหัศจรรย์แห่งพอลิเมอร์
4.สถานี Green & Eco ทางออกสู่อนาคต
ล้วนแต่เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่กลุ่มปตท.ยึดเป็นแนวคิดหลักของนิทรรศการสัญจรมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการนำความรู้ด้านปิโตรเลียม ปิโตรเคมีมาผนวกรวมกับแนวความคิดเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางกลุ่มปตท.ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกคนควรให้ความสนใจ โดยมีนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดอย่างใกล้ชิด
“น้องพีท” นายธนพล เธียรประมุข นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา กล่าวว่า วันนี้ได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับปิโตรเลียมและปิโตรเคมีมากมายจากพี่ๆ วิทยากร แต่ที่ชอบที่สุดคือเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่นคำว่า “GREEN” กับคำว่า “ECO” ที่ก่อนหน้านี้คิดว่าเข้าใจดีแล้วว่าเป็นคำที่เป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้ ของสิ่งแวดล้อม แต่จริงๆ แล้วมันมีความหมายมากกว่านั้น และคำว่า Eco ก็ไม่ได้ย่อมาจาก Ecology ที่หมายถึงระบบนิเวศเพียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงเรื่องเศรษฐศาสตร์ (Economic) ไว้ด้วย เป็นครั้งแรกที่ทำให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของคำ 2 คำนี้ คือถ้าเราห่วงแต่เรื่องเศรษฐศาสตร์ ห่วงแต่เรื่องขายของ ปากท้องของตัวเอง สิ่งแวดล้อมก็จะแย่ลงเหมือนที่เป็นอยู่ขณะนี้ แต่ถ้าเราสนใจแต่เรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ก็ขายไม่ได้ เราเองก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นการมองทั้ง 2 เรื่องไปพร้อมๆกันจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
น้องทิพวรรณ จันดีแก้ว น้องเรียนชั้น ม.4/1 โรงเรียนระยองวิทยาคม ปากน้ำ ที่วันนี้ได้รับรู้ว่าตัวเองสร้างภาระให้กับโลกใบนี้แค่ไหน “วันนี้หนูเพิ่งรู้ว่าทุกอย่างที่เราทำ ล้วนมีส่วนทำให้โลกร้อนทั้งสิ้น แค่กินกล้วย 1 ผล ก็จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ออกมาถึง 80 กรัม และการใช้โทรศัพท์นานๆ การส่งข้อความ SMS หรือแม้แต่เล่นคอมพิวเตอร์ ก็มีผลทำให้โลกร้อนด้วยเหมือนกัน หนูว่าเด็กไทยเล่นคอมพิวเตอร์มากเกินไป ถ้าเด็กไทยลดการเล่นคอมพิวเตอร์ลงวันละ 2 ชั่วโมงก็จะช่วยลดโลกร้อนได้มากเลย หรือถ้าวิธีนี้ยังทำไม่ได้ ก็ทำแค่ล้างมือแล้วปล่อยให้แห้งเอง ทุกคนก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว ง่ายใช่ไหมคะ”
ส่วนน้องเฟรนด์ นางสาวณัฐพร ปลาทิพย์ตานนท์ นักเรียน ชั้น ม.6 โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา พูดถึงกิจกรรมนิทรรศการสัญจรครั้งนี้ว่า ประทับใจกิจกรรมทุกฐาน เพราะแต่ละฐานทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับปิโตรเลียมปิโตรเคมี รู้ถึงแหล่งที่มา การนำมาใช้ประโยชน์ และยังรู้ถึงผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมและปิโตรเคมีว่ามีอะไรบ้าง และประโยชน์ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยเฉพาะเรื่องของพลาสติก ที่มีอยู่ 6 ชนิดหลักๆ และมีชนิดย่อยๆ อีกเป็นร้อยๆ ชนิด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละประเภท ที่สำคัญวันนี้ได้รู้ว่ามีพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ เพียงแค่นำไปฝังดิน นั่นคือ พลาสติก PLA (Polylactic Acid) ที่ถือเป็นพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ ไม่เหมือนพลาสติกแบบอื่นที่กว่าจะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปี ที่สำคัญคือสามารถนำความรู้ที่ได้วันนี้ไปบอกต่อเพื่อนๆ พี่น้อง และพ่อแม่ได้ บอกให้ได้รู้จักวิธีการรักษาโลก ด้วยการใช้ของทุกชนิดให้คุ้มค่าก่อนทิ้งก็พอ
และเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ด้านปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco Design)ในเชิงลึก กลุ่ม ปตท.จะทำการคัดเลือกนักเรียน จำนวน 56 คน จาก 7 โรงเรียนที่เข้าร่วมนิทรรศการสัญจร ไปเข้าค่าย “ปิโตรแคมป์ สู่แชมป์ปิโตร ปี53” เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตบางขุนเทียน ก่อนเฟ้นหาเยาวชนคนเก่งและดี ให้ได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีต่อไป พร้อมรับทุนการศึกษา 4 แสนบาทจากกลุ่มปตท. ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับรุ่นพี่ 8 คนที่เคยได้รับโอกาสดีๆจากกลุ่มปตท. ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
กิจกรรมฐาน 2
ถ่ายรูปรวม