๑๔ กุมภาพันธ์ "วันเสียตัวแห่งชาติ"
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐบาลไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา (ที่อาจถือได้ว่าเป็นวันแห่งความรักของพระพุทธศาสนา) โดยถือว่าเหตุการณ์สำคัญที่เหล่าพระสาวกทั้ง ๑.๒๕๐ รูป ได้กลับมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยความรักในพระองค์ หลังจากได้ออกไปเผยแพร่พระศาสนาโดยมิได้นัดหมายดังกล่าว เป็นสิ่งที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีอันบริสุทธิ์
วันกตัญญูแห่งชาตินี้ นอกจากจะมีขึ้นเพื่อเป็นการแสดงออกถึงวันแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของชาวพุทธแล้ว ยังมีขึ้นเพื่อส่งเสริมค่านิยมให้คนไทยยึดถือความกตัญญู โดยอาจมีการพูดคุย ส่งการ์ดอวยพร มอบของขวัญหรือช่อดอกไม้แก่ผู้มีพระคุณของเรา เป็นการแสดงความระลึกถึงพระคุณด้วยความหวังดีของผู้ให้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ การแสดงออกซึ่งน้ำใจหรือคำพูดก็ตาม
วันมาฆบูชา มักจะตกใกล้กับช่วง "เทศกาลวาเลนไทน์" อันเป็นเทศกาลวันแห่งความรักของคริสต์ศาสนา ซึ่งวัยรุ่นไทยบางกลุ่มมักยึดถือคติค่านิยมวันแห่งความรักในวันวาเลนไทน์ผิด ๆ โดยนิยมยึดถือกันว่าเป็นวันแห่งความรักของคนหนุ่มสาว หรือแม้กระทั่งถือว่าเป็น "วันเสียตัวแห่งชาติ" ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่านิยมทางจริยธรรมและศีลธรรมของวัยรุ่นไทย รัฐบาลไทยในสมัยนั้นจึงได้ประกาศให้วันมาฆบูชาเป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่เหมาะสมแก่วัยรุ่นไทย ให้หันมาสนใจกับความรักอันบริสุทธิ์ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน
แต่สิ่งรัฐบาลไทยได้ประกาศออกไม่นั้น คนไทยโดยเฉพาะวัยรุ่นนั้น ไม่รู้ว่า “ประเทศไทยมี "วันกตัญญูแห่งชาติ" จะไปโทษวัยรุ่นไม่ได้เนื่องจากภาครัฐเอง ก็ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ เรื่องดังกล่าว แต่ กลับไปประชาสัมพันธ์เรื่องวันวาเลนไทน์ นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวันแห่งความรัก อาทิเช่น จัดกิจกรรมการจดทะเบียนสมรส ยังสำนักงานที่เป็นมงคล แถมมีรางวัลให้ หรือ การแต่งงานแบบแปลกแหวกแนว แต่งงานใต้ทะเล ทำเหมือนคู่บ่าวสาวเป็นปลา หรือแต่งงานที่หน้าผา แถมนายทะเบียนยังตามไปจดทะเบียนถึงใต้น้ำ ฯลฯ ในปี๒๕๕๔ นี้ มีการขึ้นไปจดเบียนสมรสที่สูงที่สุดในโลก
นอกจากนั้นภาครัฐยังได้ออกมาแถลงเรื่องการผลการสำรวจเรื่องวัยรุ่นกับวันแห่งความรักที่มุ่งเรื่องการเสียตัว หรือออกมากวดขันวัยรุ่นเข้าโรงแรม รายการทีวีทุกช่องต่างเสนอข่าวกิจกรรมวันแห่งความรักอย่าอึกทึกครึกโครม
ในขณะที่วันมาฆบูชานั้น แถมจะไม่มีใครพูดถึง อย่างนี้ประเทศไทย มาประกาศให้วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ "วันเสียตัวแห่งชาติ" ดีไหม เพราะจะได้ไม่ต้องออกมากวดขันวัยรุ่นเข้าโรงแรม หรือมารณรงค์ป้องการท้องก่อนวัยอันสมควร หรือปัญหาเรื่องโรคเอดส์ ภาครัฐจะได้มีเวลาไปทำงานด้านอื่นที่มีประโยชน์ต่อคนไทยทั้งประเทศ
มาชม
คมในมุมคิดนะครับ...
ที่ว่า"วันเสียตัวแห่งชาติ"...ผมนึกถึง...วันแห่งการเสียอัตตาในความหมายพุทธธรรม...
“รักตัวเรา” เท่าใดรักให้ทั่ว
“รักครอบครัว” ทุกคราพาอบอุ่น
รับผิดชอบกอปรเกื้อและเจือจุน
เป็นต้นทุนแนวทางแห่งสังคม
สวัสดีครับอาจารย์umi
ถ้าคิดได้ว่า "...วันแห่งการเสียอัตตาในความหมายพุทธธรรม" สังคมไทยคงมีความสุขมากๆๆน่ะครับ
สวัสดีครับโสภณ เปียสนิท
ไม่ว่าอยู่ดินแดนทั่วแคว้นไหน
จะไกลใกล้เพียงใดในสยาม
หรือคนไกลต่างประเทศเขตนิยาม
พบแต่เรื่องดีงามจากหัวใจ
เรียน คุณฤทธิชัย ผมน้องใหม่เพิ่งนำเสนอแนวคิด ผ่าน เว็บ http://www.nature-dhama.ob.tc ใคร่ขอแรงสนับสนุน และเสนอแนวคิด เป็นพระคุณยิ่ง
สวัสดีครับประทีป วัฒนสิทธิ์
ขอบคุณที่แนะนำเว็ป http://www.nature-dhama.ob.tc ตามไปเชียร์และให้กำลังครับ