พระเสโทชุ่มพักตร์ ท่วมองค์ก็มิทรงย่อท้อ ทั้งนี้ก็เพื่อก่อประโยชน์สุขแห่งราษฎรเป็นที่ตั้ง
เนื่องในวันมหามงคลของชาวราชภัฏเชียงใหม่ วันที่ ๑๔
กุมภาพันธ์ เป็นวันคล้ายวันแห่งการสถาปนาสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ
เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดยพระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนาม
"ราชภัฏ" แก่สถาบัน เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๕
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่จึงถือเอาวันนี้เป็นวันแห่งเกียรติยศของชาวราชภัฏเชียงใหม่
และจัดเฉลิมฉลองเทิดไท้พระองค์ตั้งแต่บัดนั้นมิเคยขาด
นอกจากนั้นยังได้รับพระราชทานตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์
ให้เป็นตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศอีกด้วย
พวกเราชาวราชภัฏทั้งหลายต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้
สำหรับ วันที่ ๑๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ นี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ได้จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่องานว่า
"ราชภัฏเชียงใหม่เทิดไท้ ๘๔ พรรษา มหาราชันย์
พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน" ซึ่งจัดงาน ๓ วัน ระหว่าง วันที่
๑๓-๑๕ กุมภาพันธ์ ศกนี้
ผมได้รับมอบหมายให้เรียบเรียงคำกล่าวถวายราชสดุดีและถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในการดังกล่าวนี้
โดยหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
เป็นผู้แทนชาวราชภัฏเชียงใหม่ และพสกนิกรชาวเชียงใหม่
ขึ้นกล่าวถวายราชสดุดี
เพื่อเป็นประโยชน์แห่งการเรียนรู้แก่นักศึกษา ประชาชน ผู้สนใจทั่วไป
ในการเรียบเรียงคำกล่าวถวายราชสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ผมจึงได้อัญเชิญมาบันทึกไว้เป็นตัวอย่าง ในด้านรูปแบบการเรียบเรียง
และตัวอย่างการใช้ภาษาไทยที่เป็นแบบอย่างอันประณีต
เพื่อจะได้นำไปใช้และนอกเหนือจากทั้งหมดทั้งปวง ก็คือ
เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดี ของพวกเราชาวไทยทั้งมวลครับ

คำกล่าวถวายราชสดุดี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช
วันจันทร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์
พุทธศักราช ๒๕๕๔
...................................
ขอเดชะ
ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า หม่อมหลวงปนัดดา
ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในนามบรรดาคณาจารย์
นักศึกษา บุคลากรทุกฝ่ายของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
และประชาชนทุกหมู่เหล่า มีความปิติเป็นอย่างยิ่ง
ที่ได้มาชุมนุมพร้อมกัน ณ มณฑลพิธีแห่งนี้
เพื่อร่วมใจสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ในงาน
“ราชภัฏเชียงใหม่เทิดไท้ ๘๔ พรรษามหาราชันย์
พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”
เนื่องในโอกาสวันแห่งการสถาปนาฐานะขึ้นเป็น
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในวโรกาสครบรอบพระชนมายุวาร ๘๔ พรรษา ในปีพุทธศักราช
๒๕๕๔
เหล่าอาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย
ล้วนประจักษ์ชัดและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ที่ใต้ฝ่าละอองธุลี พระบาท ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ
ก่อเกิดคุณูปการอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติและประชาชาชนโดยตลอดแห่งรัชสมัยในไอศูยร์สมบัติกว่า
๖๐ ปี
ด้วยทรงมั่นในพระราชปณิธานที่ตรัสไว้เป็นปฐมบรมราชโองการว่า “เราจักครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ทรงถึงพร้อมด้วย
พระวิริยะ ความเพียรเข้มแข็ง
พระปัญญาบารมีกล้าแกร่งเป็นที่ประจักษ์
ทรงพระเมตตารักประชาชนดั่งบิดารักบุตร
เป็นพระมหากรุณาธิคุณถึงที่สุดแก่พสกนิกรทั่วหล้า
ที่เสด็จเยี่ยมเยียนประชาทุกแห่งหน
และทรงดลอำนวยประโยชน์แก้ไขความทุกข์ร้อน
ไม่เว้นแม้ในถิ่นทุรกันดาร แม้จะทรงงานตรากตรำพระวรกายสุดแสนเหนื่อยหนัก
พระเสโทชุ่มพักตร์ ท่วมองค์ก็มิทรงย่อท้อ
ทั้งนี้ก็เพื่อก่อประโยชน์สุขแห่งราษฎรเป็นที่ตั้ง
ยามราษฎรทุกข์ร้อน ก็ทรงทุกข์ร้อนด้วย พร้อมทั้งทรงช่วยผ่อนคลายแก้ไข
น้ำพระทัยของพระองค์ดั่งมหาชลาธารที่ไหลหลั่ง
ยังสายให้ความชุ่มเย็นแก่พสกนิกรมิเคยเหือดแห้ง
นับเป็นบุญแห่งปวงไทยยิ่งแท้ที่ได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารบารมีของพระองค์
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงมีพระอัจฉริยภาพและ
พระปรีชาสามารถ ลึกซึ้งเลิศล้ำหลากหลายศาสตร์
ทรงคิดทฤษฎีหลักการสร้างสรรค์เป็นโครงการพระราชดำริ
นับกว่าสองพันโครงการ เป็นที่ประจักษ์แจ้งแห่งพระปรีชาสามารถ
ที่ครอบคลุมกระบวนการพัฒนาหลายหลากสาขา
พระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้เป็นแนวคิด แนวปฏิบัติ
เป็นประจักษ์ชัดสมควรแก่การสรรเสริญพระเกียรติคุณยกย่อง
ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เป็น “พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”
โดยแท้จริง พระราชกรณียกิจทั้งปวงทุกสิ่งที่กล่าวมานั้น
ก่อเกิดคุณประโยชน์อเนกอนันต์ยิ่งใหญ่
ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยให้ดีขึ้นอย่าง
กว้างขวาง
และนำความร่มเย็นเป็นอยู่อย่างผาสุกยั่งยืนแก่ประชาชนโดยถ้วนหน้า
เหล่าบรรดาคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ด้วยทรงพระราชทานนาม “ราชภัฏ”
และตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ ให้เป็นตราแห่งมหาวิทยาลัย
ยังความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้
จึงได้พร้อมใจแสดงความสำนึกใน
พระมหากรุณาธิคุณ ถือเอาวันมหามงคลวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี
เป็นวันแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏ
และพร้อมใจแสดงออกถึงความจงรักภักดี
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายราชสดุดีแด่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
นับแต่นั้นต่อเนื่องมามิได้ขาด ด้วยตระหนักในบทบาทหน้าที่
จึงขอปฏิบัติงานถวายอย่างเต็มสติกำลัง ตามรอยพระยุคลบาท
ให้สมกับที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย
ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นที่พึ่งแห่งปวงชน
ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพสกนิกรทั้งหลาย มีความสำนึกใน
พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น จึงพร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดี
เทิดพระเกียรติใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
ให้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นราชาเหนือราชาทั้งปวง
เป็นครูแห่งแผ่นดิน และ เป็นฉัตรแก้วร่มเกล้ามิ่งขวัญ
ของไพร่ฟ้าทั่วแผ่นดิน
ในวโรกาสอันเป็นมหามงคลนี้
ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเป็นผู้แทนพสกนิกรทั้งหลาย ณ
ที่นี้ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล
ด้วยความจงรักภักดี
ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล
โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงถึงพร้อมสมบูรณ์ด้วยจตุรพิธพรชัย ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
พระเกียรติคุณเพิ่มพูนแผ่ไพศาล ทรงพระเกษมสำราญ
สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตราบนิรันดร์กาลเทอญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ขอเดชะ
ขอ พระ องค์ ทรง พระ เจริญ อยู่ ยิ่ง ยืนนาน ทรงพระ สำราญ ตลอดกาล ตลอดไป