ยังคงอยู่ที่โรงไฟฟ้าบางประกงครับ หลังจากฟังบรรยายจาก "คุณเอื้อ" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นคิวของ "คุณอำนวย" หรือ FA ของที่นี่ ซึ่งพยายามชี้ให้เห็นถึงการนำนโยบาย "ใช้ KM" ลงไปสู่การปฏิบัติจริง ตัวอย่างหนึ่งคือ การจัดตั้ง CFT ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกล่าวถึงเมื่อตอนที่แล้ว CFT ก็คือ Cross Functional Team หมายถึง คณะทำงานเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ของกลุ่มสายงานเดียวกัน (ความหมายนี้ผมแปลเอาเอง เพราะจดไม่ทัน ตั้งใจฟังมากไปหน่อย) เช่น CFT ของสายงานหม้อต้ม CFT ของสายงานไฟฟ้า เป็นต้น (เรื่องของโรงไฟฟ้าไม่ค่อยถนัด) ทางทีม FA ได้บรรยายเรื่องอื่นๆ เช่น Model ผีเสื้อ ซึ่งเป็น Model ที่ใช้ในการอธิบายให้พนักงานเข้าใจพื้นฐานของการนำ KM มาใช้ในองค์กร

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการนำ KM ไปใช้จริง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่ คือ การกำหนด สิ่งที่ อาจารย์วิจารณ์ เรียกว่า "Knowledge Vision" แต่ผมอยากเรียกว่า "KM Vision" จากการไปเห็นของจริงผมคิดว่าการจะใช้ระบบอะไรก็ตาม หากอยากประสบความสำเร็จ "การกำหนดวิสัยทัศน์ควรเป็นวิสัยทัศน์ที่ผู้ปฏิบัติเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างชัดเจนหรือเป็นรูปธรรม" เช่น ที่โรงไฟฟ้าบางประกง วิสัยทัศน์หรือจุดมุ่งหมายของการใช้ KM ที่มีต่อผู้ปฏิบัติคือ "ความปลอดภัย" ซึ่งก็หมายถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติเอง ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยไปหา พ่อ แม่ ลูก ภรรยา หรือ สามี ผมชอบที่ท่านผู้บริหารของที่นี่พูดว่า "คนที่นี่ไม่ได้สวมหมวกนิรภัยเวลาทำงานเพราะเป็นไปตาม ISO ข้อใด หากแต่ทุกคนตระหนักดีว่าสวมแล้วจะปลอดภัย" ฟังแล้วต้องบอกว่าแฝงไว้ด้วยข้อคิดมากมาย องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ที่ชอบนำระบบมาตรฐานมาใช้ ผมคิดว่าหากทำให้พนักงานคิดได้แบบนี้รับรองได้ว่า คำว่า "หางานมาให้เพิ่มอีกแล้ว" "งานประจำก็เยอะแล้ว ยังจะ........" "ได้เวลาตรวจระบบ.....แล้ว มาปลูกผักกันเถอะ"

ประเด็นสุดท้ายที่ผมชอบก็คือ คำขวัญ (หรือไม่) ของโรงไฟฟ้าก็คือ "ตอบแทนหน่วยงานด้วยประสบการณ์ที่ท่านมี" ฟังดูง่ายๆ ครับ แต่ก็แฝงหลักคิดการทำงานน่าดู เป็นการสร้าง "วัฒนธรรม" เลยก็ว่าได้ และเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินไปหากทุกคนพยายามเปิดใจ อย่างไรก็ตามในทางปฎิบัติอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเป็นเรื่องของการตอบแทน หากคนไม่เข้าใจจริงอาจถูกมองว่าเป็นการทวงบุญคุณ ซึ่งก็อาจจะมีคำถามตามมาอีก เช่น "แล้วหน่วยงานให้อะไรเราบ้าง นอกจากเงินเดือน ซึ่งเราก็ทำงานตามเงินเดือนที่จ้างแล้ว" เป็นต้น ซึ่งใช้บรรทัดฐานทางการตลาดมาคิด (อ่านเรื่อง KM0040 : บรรทัดฐานทางสังคมกับบรรทัดฐานทางการตลาด : http://gotoknow.org/blog/kidkom/424183 ) ดังนั้นการตั้งคำขวัญลักษณะนี้ ในหน่วยงานของเราอาจต้องศึกษาปัญหาที่เป้นอยู่ในขณะนี้ก่อน ไม่งั้นอาจกลายเป็นอีกประเด็นไป

ผมสรุปที่ทีม FA ของโรงไฟฟ้าบางประกง นำ KM มาใช้ได้ประมาณนี้เลยแล้วกันครับ

๑) คุณเอื้อ หรือผู้บริหารต้องมีนโยบายสนับสนุน

๒) มีโครงสร้างมารองรับ เช่น KM Office หรือ คณะ CFT เป็นต้น

๓) มองหา Knowledge Vision หรือ KM Vision

๔) หาเครื่องมือ KM ที่เหมาะสมมาใช้ (ที่นี่เลือกใช้ BAR, AAR และ Story Telling รายละเอียดจะค่อยๆ เขียนถึง)

๕) ทุกคนในองค์กร (๑๐๐%) ต้องมีพื้นฐานเรื่อง KM หมายถึงการจัดอบรมให้วิทยากร

๖) สร้างวิทยากร KM รุ่นใหม่

๗) จัดเวทีสร้างความภูมิใจให้ผู้นำ KM ไปใช้ เช่น KM Forum

๘) จัดทำเครื่องมือจัดเก็บ Knowledge ในที่นี้คือ เว็บไซต์ KM

ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้หมายความว่าทุกองค์กรหรือหน่วยงานจะต้องทำตามนี้ เพราะแต่ละที่บริบทไม่เหมือนกัน ประเด็นสำคัญคือ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมและช่วยกันคิดครับ ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิด Team Learning ยังไม่จบนะครับ