ตะวันลับฟ้า เมื่อตอนเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ใจหาย
ปลายท้องฟ้า กับแดดแรงๆ ช่างเหมือนใจจะขาด
ยังกังวล ว่าใครบางคน ที่ไม่อาจพบและเจอ
คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว
(เพลงคิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว)
กุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรักที่มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นมากมายในเดือนนี้ หลายคนหลายคู่เฝ้ารอคอยให้ถึงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เพื่อจะได้ฉลองความรัก แต่อีกหลายคนที่รู้สึกเศร้าในเดือนนี้

เมื่อต้นสัปดาห์ขณะที่ฉันกำลังทำงานพร้อม ๆ กับเปิดเฟสบุคไปด้วยนั้น เพื่อนของฉันเขียนสถานะในเฟสบุคว่า “ว่ากันว่า เวลา..เป็นยาวิเศษ สามารถรักษาเยียวยาทุกอย่างได้ ในขณะที่ ความรัก..เป็นยามหัศจรรย์ ทำให้เราสุขใจและทุกข์ใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วคิดว่าเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า”
ฉันสงสัยขึ้นมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของฉันคนนี้ จึงเขียนตอบไปในกระดานของเพื่อนว่า “แต่บางครั้งเวลาก็ยิ่งทำให้เราจมอยู่กับกองทุกข์นั้น เพราะเราไม่สามารถลืมทุกข์นั้นไปได้ แม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ทุกอย่างจึงอยู่ที่ใจเรา เวลาเป็นแค่ตัวช่วยเท่านั้น”
เพื่อนเขียนตอบกลับมาอีก “แล้วถ้าตัวเราเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงจะทำไงดี...”
ฉันถาม “มีเรื่องกังวลใจอะไรคุยกับเราได้นะ อาจเป็นที่คลายทุกข์ได้บ้าง.....”
เพื่อนตอบ “...ขอบใจ ถ้าบอกจะขำ เรื่องเดิมแต่เล่าใหม่ลองเดาดูสิ...กับคนใหม่”
เรื่องเดิมแต่เล่าใหม่...กับคนใหม่ ฉันนึกได้ทันที เรื่องคนรักที่จากไป เพื่อนของฉันคนนี้ เมื่อ ๒ ปีก่อน เธอเสียคนรักไปเพราะอุบัติเหตุ และมาปีนี้เธอก็เสียคนรักไปเช่นกัน
ฉันไม่ได้ถามอะไรต่อ ได้แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องของตัวเองเมื่อ ๒ ปีก่อน เช่นกัน เมื่อวันที่ ๙ เดือน ๙ ปี ๒๐๐๙ ฉันสูญเสียคนรักไปเพราะอุบัติเหตุ ณ ขณะที่รับข่าวใจฉันยังคิดว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก เพราะเราเคยรถคว่ำด้วยกันมาหลายครั้ง ยังไม่เป็นอะไร คราวนี้เขาคงไม่เป็นอะไรเช่นกัน ฉันพยายามคิดในทางที่ดี ฉันลางานและเดินทางไปหาเขาที่เชียงใหม่ในทันทีที่ได้รับข่าว เมื่อถึงโรงพยาบาลได้เห็นสภาพเขาที่นอนอยู่บนเตียง และพยาบาลได้บอกอาการของเขาให้ฉันฟัง ก้านสมองตาย!...ซึ่งทางแพทย์หมายถึงเขาตายแล้ว ในตอนนั้นฉันน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างผ่านเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว จนนาทีสุดท้ายที่หัวใจเขาอ่อนแรงลง ฉันยังจำภาพของเขาได้ดี ภาพสุดท้ายที่เขานอนอยู่บนเตียงโดยที่ไร้ลมหายใจ
ณ ตอนนั้นฉันหยุดร้องไห้ ฉันคิด...จะทำอย่างไรต่อไปดี พ่อแม่ของเขาที่กำลังเศร้า การดำเนินการเรื่องในโรงพยาบาล ฉันไม่มีเวลาเสียใจ ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ฉันลางานต่อทันที โทรศัพท์บอกหัวหน้าและเพื่อนอีก ๑ คนที่ทำงานด้วยกัน ฉันจัดการทุกอย่างจนงานศพเสร็จ แล้วฉันจึงเดินทางกลับไปทำงานเหมือนเดิม โดยที่อีกหลาย ๆ คนในที่ทำงานไม่มีใครรู้ ฉันใช้ชีวิตตามปกติ ทำงานตามปกติ ยอมรับว่าตอนนั้นมันมีก้อนเล็กๆจุกอยู่ที่คอตลอดเวลา อาจเพราะความเสียใจ เพราะที่ผ่านมาชีวิตของฉันมีแต่เขา ทั้งสุข เศร้า เหงา ดีใจ เสียใจ เขาเป็นผู้รับรู้อยู่ตลอดเวลา แต่พอไม่มีเขาทุกอย่างมันว่างเปล่า เวลาที่ไม่ทำงานฉันคิดถึงเขา และได้แต่บอกกับตัวเองว่าฉันไม่ได้สูญเสีย ฉันคิดว่ายังโชคดี ฉันยังมีตัวฉันอยู่ ยังมีงานให้ทำ ฉันเก็บเรื่องราวของเขาไว้ในใจลึกๆ ...

จนมาถึงวันที่ได้ฟังเรื่องของเพื่อน เพื่อนได้พบเหตุการณ์แบบเดียวกัน ๒ ครั้ง เธอคงปวดร้าวหลายเท่า ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งว่ากำลังสนทนาอยู่กับเพื่อน จึงปลอบใจเพื่อน
“เลือกเอาว่าจะจมกับทุกข์หรือจะลุกขึ้นมาสู้ ทุกข์มีอยู่ทุกขณะจิต อยู่ที่เราจะคิดถึงมันมากน้อยแค่ไหน ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค (มาแนวธรรมะนิดนึง)”
“ขอบใจนะก็ยังพอหายใจได้ สงบได้เยอะแล้ว แต่บางอารมณ์มีบ้าง ขำตัวเองทำบุญด้วยอะไร เจอแต่แบบนี้” เพื่อนตอบกลับมา
ฉันเชื่อว่าเพื่อนของฉันยังไหวอยู่ อาจมีบ้างที่อ่อนแอ แต่เพื่อนของฉันสามารถก้าวผ่านเรื่องร้าย ๆได้เสมอ เพราะเธอคิดในทางที่ดี
เวลาผ่านมาอีก ๓ วัน ฉันทำความสะอาดห้องเพื่อสะสางงานและกระดาษที่กองเกลื่อนห้อง ฉันพบกล่องที่เก็บไว้มานาน จนฉันลืมไปว่ามีกล่องนี้อยู่ ฉันเปิดกล่องออกดู สมุดบันทึกที่เขียนไว้เมื่อนานมาแล้วถูกเปิดออก ฉันอ่านมันทีละหน้า น้ำตาที่ไหนไม่รู้ไหลออกมาอีก บันทึกที่ฉันเคยเขียน มีอยู่หน้าหนึ่งแฟนเก่าของฉันเขียนถึงฉัน ทำให้ฉันคิดถึงเขาขึ้นมา ฉันร้องไห้ จากนั้นโทรหาแฟนคนปัจจุบัน เขาตกใจที่ได้ยินฉันร้องไห้ เมื่อเขารู้เรื่องราว เขาเข้าใจและปลอบใจฉัน เขาปรารถนาให้ฉันลืมเรื่องในอดีต ฉันวางสายจากเขา คิดในใจ ฉันช่างโชคดีที่มีคนเข้าใจ แต่ฉันยังร้องไห้ต่อ ร้องจนความรู้สึกที่มันอัดอั้นเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนั้นละลายหายไป…
ในวันนี้ฉันค้นพบแล้ว การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องไม่ดี มันเป็นการปลดปล่อยตัวเอง ถ้าคราวนั้นฉันร้องไห้ออกมาได้มากมายอย่างครั้งนี้ ฉันคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากมายไปนานแล้ว
ฉันขอบคุณเขาคนแรกที่เข้ามาในชีวิต ให้ฉันได้รักและรักฉัน
ขอบคุณเขาที่จากฉันไปทำให้ฉันได้พบความเข้มแข็ง
ขอบคุณที่กาลเวลาที่ยังไม่พรากชีวิตฉันไปจากฉัน ทำให้วันนี้ฉันยังอยู่และมองเห็นสิ่งต่างๆมากมายในวันนี้ และมีโอกาสได้พบกับรักครั้งใหม่ และคนที่สามารถดูแลฉันและเข้าใจฉันได้ดี...

ขอบคุณเธอจริง ๆ …เรื่องร้าย ๆ ที่ทำให้ใจเข้มแข็ง
จักขอ เป็นกำลังใจ ให้อีกครั้ง เป็นพลัง และความหวัง ตั้งต้นใหม่
กาลเวลา จักเป็นครู เรียนรู้ไป วัฏฏะไหล ว่ายเกิดดับ กลับเป็นจริง
ขอฝึกฝน ดลจิต ให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นแรง แห่งธารธรรม นำไสว
ชนะอื่นใด ไม่เท่า ชนะใจ ตนเองให้ เปลี่ยนโลกได้ ด้วยมือเรา....อ้อยเปรี้ยว
ขอบคุณคุณอ้อยเปรี้ยว ขอเก็บเกี่ยวกลอนนี้ไปฝากเพื่อนจะได้ไหมคะ