ใครจะเห็น

 

                “เธอเกิดมาจากกองถ่านรึ”   เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นมาหนูได้แต่มองเพื่อนอย่างงง ๆ ไม่มีคำตอบจากหนู  เป็นเพียงแต่น้ำตามันล้มขอบดวงตาออกมาไหลรินลงสู่โหนกแก้มทั้งสองข้าง  แล้วหนูก็เดินหนีไปหนูยินแต่เสียงหัวเราะเยาะแว่วอยู่ในหูหนูเดินคิดถึงคำถามประโยคนี้ซึ่งเป็นคำตอบเดียวกันแต่หนูไม่มีคำตอบให้ใครเลยสักครั้งเดียว  หนูได้แค่คิดว่าทำไม  ทำไมฉันต้องเกิดมาดำด้วยและอยู่ร่วมโลกกับเขาไม่ได้หรือ  ฉันผิดมากไหมที่ฉันดำ  คำถามและคำล้อเลียนทุกคำมันทำให้หนูต้องเก็บมาคิดทำให้หนูต้องเศร้าใจและเป็นปมด้อยในชีวิตของหนูอย่างที่สุด  ทั้ง ๆ ที่หนูเป็นเด็กที่ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน  ไม่เคยแก่งแย่งชิงดีกับใครเลย  ในความคิดของหนู  หนูคิดว่าหนูมีความเก่งและฉลาดพอสมควรแต่กลับกลายเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก  หนูเป็นเด็กขาดความมั่นใจ  เป็นเพราะความดำและความขี้เหร่ของหนู  และหนูรู้สึกว่าไม่ว่าจะในสายตาของเด็กและผู้ใหญ่หนูไม่เคยทำอะไรเป็นที่พอใจหรืออยู่ในสายตาของใครเลย

                “ครูว่าแล้วเธอจะต้องออกไปรับอีก  เธอไม่ต้องออกไปรับหรอกนะ  ให้ดาวเฉิดเขาไปรับดีกว่า  เธอไม่เหมาะ”  เสียงตะโกนดังมาข้างหลัง  หนูชะงักทันทีที่ได้ยินเสียง  ทั้ง ๆ ที่หนูไม่เคยคิดที่จะออกไปรับเกียรติบัตรใบนั้นเลยแม้แต่น้อย  แต่เป็นเพราะเพื่อนออกมาบอกว่าให้ออกไปรับแทนเขาแต่หนูไม่ทราบความจริงว่าเขาต้องการลองใจเท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่เพื่อนคนนั้นเขาได้รับคำสั่งมาจากครูแล้วว่าให้ขึ้นไปรับเองแต่เพื่อนเขาอยากให้หนูโดนครูด่า

                หนูรู้ไม่เท่าทันเพื่อนนั่นเอง  จากเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่หนูน้อยได้รับทำให้เจ็บปวดและเสียใจเป็นที่สุด  แม้ในบางครั้งเขาได้มอบหมายให้ไปทำงานแทนเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนในการประชุมสภานักเรียนเพื่อนำกิจกรรมต่าง ๆ ของห้องเรียนหนูคนนี้ก็ทำได้ดีมาก  ๆ เป็นที่ยอมรับของครูที่ปรึกษา  สภานักเรียนและคณะกรรมการสภานักเรียน  แต่เมื่อเขากลับมาที่ห้องเรียนนำเสนอครูประจำชั้นและเพื่อนร่วมห้อง ครูประจำชั้นก็พูดว่า “เอาหล่ะที่เธอไปทำมาก็ดีแล้วแต่ครูว่าให้ดาวเฉิดเขารับผิดชอบแทนเธอแล้วกันนะเพราะเขาคล่องตัวกว่าเธอเยอะเลย”

                ในบางครั้งแอบได้ยินเสมอว่ามีเพื่อนๆ  พูดว่าหลอกใช้มันไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่คนอื่นเขาไม่ทำกันให้มันทำให้ตายเพราะมันอยากทำ  มีครั้งหนึ่งเขาถูกหลอกใช้ให้นำนันทนาการเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ในโรงเรียน เขาทำได้ดีเพราะทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมต่างก็มีความสุขสนุกสนานแต่หัวหน้าชั้นที่เป็นคนให้เขาไปทำแทนกลับบอกว่าก็อย่างงั้น ๆ แหละ ใคร ๆ ก็ทำได้

                บางครั้งเป็นคนคิดร่วมกับกลุ่มเพื่อน ๆ ซื้อของมอบให้ครูประจำชั้นในวันครู  ในทางกลับกันในวันที่ครูมองของที่ระลึกให้กับนักเรียนในชั้นเรียนครูกลับบอกว่า “เธอไม่ต้องเอานะเพราะของมีไม่พอเอาไว้วันหลังแล้วกันนะ” คุณครูขาครูจะทราบไหมว่าหนูรู้สึกอย่างไร  ทำไมต้องเป็นหนูความรู้สึกเหล่านี้มันฝังลึกลงไปในใจจนยากที่จะเยียวยา  มีอยู่ครั้งหนึ่งที่โดดเรียนครูเรียกมาดุด่าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนผิดอะไรเลยเป็นเพราะดาวเฉิดเยยาไปฟ้องว่าหนูด่าดาวเฉิด “ครูทำไมไม่เข้าใจหนูบ้าง   ทำไมครูถึงดูเหมือนจะเอาใจและรู้ใจดาวเฉิดทุกอย่างจนทำให้หนูคิดว่า  เพราะดาวเฉิดสวยอย่างนั้นหรือ  หนูไม่อยากดูถูกความคิดของครูหรอกนะค่ะหนูขอโทษ”  หนูได้แต่ครุ่นคิดในใจ  หนูสงสารตัวเองเป็นที่สุด 

                เด็กน้อยผู้นี้เขาไม่ต้องการอะไรมากนอกจากความคิดของเขาไม่เคยทำอะไรเพื่อหวังสิ่งตอบแทนนอกเสียจากความจริงในต่อกันความเข้าใจกัน  มีใจความตอนหนึ่งที่เด็กน้อยผู้นี้เขียนไว้ว่า “ในชีวิตหนูจะมีใครเห็นบ้างไหมว่าหนูตั้งใจทำแต่สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว  แต่เมื่อไหร่ใครจะเห็นและใครจะเข้าใจหนู  หนูอยากให้มีคนเห็นความจริงใจหนูบ้าง”

                จากเรื่องที่เด็กน้อยเขียนทำให้ได้ข้อคิดว่าในเรื่องที่ครูคิดว่าเล็กน้อยสำหรับผู้ใหญ่แต่จริงแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ สำหรับเด็กเลยทีเดียว