ดิฉันไม่ทำตามที่บอกให้กดลิ้งค์ไปและโทรไปเช็คที่แบ๊งค์ที่ใช้บัตรเครดิตจริง ให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยตรวจสอบดู โล่งใจค่ะ..ไม่มีหนี้เงินจำนวนดังกล่าว

 

 

 

 

 

 

เมื่อไม่กี่วันก่อนมีโทรศัพท์แจ้งว่า.. 

ดิฉันเป็นหนี้ของธนาคารแห่งหนึ่ง 

ทั้งที่ไม่ได้เป็นลูกค้าธนาคารแห่งนั้น 

ฟังเสียงโทรศัพท์เป็นเสียงเดียวกับ 

๑๑๓๓ เวลาบอกเลขหมายที่เราขอให้ค้น 

ดิฉันกดวางหูโทรศัพท์มือถือทันที..
..

 

 

ก่อนหน้านี้..ประมาณเดือน ๒ เดือน 

ก็เจอโทรศัพท์แจ้งว่าเป็นหนี้ สามพันกว่าบาท 

ไม่ได้บอกว่าจากที่ไหน 

ดิฉันไม่ทำตามที่บอกให้กดลิ้งค์ไป

แต่กดวางหูโทรศัพท์

และโทรไปเช็คที่แบ๊งค์ที่ใช้บัตรเครดิตจริง

ให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยตรวจสอบดู

โล่งใจค่ะ..ไม่มีหนี้เงินจำนวนดังกล่าว 

เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเตือนให้ระวังและบอกว่าดิฉันทำถูก 

ที่ไม่ลิ้งค์หรือบอกข้อมูลใดๆไป อาจถูกโกงได้ 

.. 

 

ขอแถมเรื่องกลโกงทางอินเตอร์เน็ตแก๊งค์ต่างชาติ

เผื่อใครเจอให้ระวังที่แจ้งมาทางอีเมลล์ว่าถูกรางวัล

เขียนถามไปถามมาหลายครั้งก็จะให้โอนเงิน

หักเงินเราก่อนถึงจะรับรางวัลได้

เช็คไปที่บริษัทตัวแทนในไทยก็ไม่มีการแจกรางวัลใดๆ

..

 

ดิฉันเคยได้ยินและอ่านเรื่องกลโกงแบบนี้มาก่อน 

จึงหยิบยกประสบการณ์จริงมาเล่า 

ให้เห็นค่านิยมคนไทยที่เสื่อมอย่างแรง 

“ใครๆ ก็โกง ใครๆ ก็หลอก และมีลิ้งค์ให้อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.muslimthai.com/main/1428/content.php?category=92&id=14267

เรื่อง ปลอมเบอร์โทรหลอกโอนเงิน!

พร้อมทั้งฝากข้อคิดจาก “นิทานคุณธรรม” 

เรื่อง “กลโกงพ่อค้า” ด้วยค่ะ

..

 

 

นิทานธรรมะ – กลโกงพ่อค้า

Posted by admin in นิทานธรรมะ


ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตุวัน เมืองสาวัตถีได้ปรารภถึงพ่อค้าโกงผู้หนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานชาดกมาเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพ่อค้าอยู่เมืองพาราณสีมีชื่อว่า บัณฑิต เขาได้เข้าหุ้นทำการค้ากับพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า อติบัณฑิต วันหนึ่งพ่อค้าทั้งสองชวนกันบรรทุกสินค้าด้วยเกวียน 500 เล่มไปขายที่ชายแดนแห่งหนึ่ง ได้กำไรกลับมาอย่างงาม เมื่อกลับมาถึงเมืองพาราณสีแล้ว ถึงเวลาแบ่งเงินกัน นายอติบัณฑิตบอกกับเพื่อนว่า
 

“นี่เพื่อนรัก เราว่าเราควรได้ส่วนแบ่งสองส่วนนะ”
“ทำไมล่ะเพื่อน”
พระโพธิสัตว์ในร่างพ่อค้าบัณฑิตถาม
“ก็เพราะเจ้าชื่อบัณฑิตเฉย ๆ ควรได้ส่วนเดียว ส่วนเราชื่ออติบัณฑิตก็ควรจะได้สองส่วน”
อติบัณฑิตตอบ ทำเอาพระโพธิสัตว์ถึงกับอึ้งไปและบอกว่า
“ทั้งทุนรอน และพาหนะขนของเราสองคนออกเท่าๆ กัน แล้วเวลาแบ่ง    กันทำไมถึงได้ไม่เท่ากันล่ะ ข้าไม่เข้าใจ”นายบัณฑิตบอก
“เพื่อความเป็นธรรม เราหาคนกลางมาตัดสินดีกว่า ท่านรุกขเทวดาน่าจะดีที่สุด เราไปหาท่านกันเถอะ”

 

นายอติบัณฑิตบอกแล้วพานายบัณฑิตไปหารุกขเทวดาที่ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งที่ท้าย หมู่บ้าน ซึ่งนายอติบัณฑิตได้ใช้เล่ห์ให้พ่อของตนเองไปแอบอยู่ในโพรงไม้ใหญ่ปลอมเป็น รุกขเทวดา ทั้งสองคนไปคุกเข่าต่อหน้าต้นไม้แล้วพูดขอให้รุกขเทวดาช่วยตัดสินปัญหาให้
“ท่านรุกขเทวดาโปรดช่วยเราสองคนด้วย เรามีปัญหาแบ่งทรัพย์กันไม่ลงตัว”
ทั้งสองคนเล่าเรื่องให้ฟัง พอเล่าจบก็มีเสียงของรุกขเทวดาเปล่งออกมาจากต้นไม้ใหญ่นั้น
“จากเรื่องที่เล่ามา คนชื่ออติบัณฑิตควรได้ 2 ส่วน คนชื่อบัณฑิตควรได้แค่ 1 ส่วน

 

นายบัณฑิตนั้นไม่ใช่คนโง่ เขาสังเกตเห็นพิรุธหลายอย่าง จึงคิดพิสูจน์ว่ารุกขเทวดาที่ต้นไม้นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ อาศัยจังหวะที่นายอติบัณฑิตกลับไปแล้ว ย้อมมาที่ต้นไม้อีกครั้งหนึ่ง
“เดี๋ยวเถอะจะได้รู้กันว่าเป็นเทวดาจริงหรือเทวดาปลอมกันแน่”
นายบัณฑิตคิดจะพิสูจน์ จึงไปเก็บฟืน แล้วนำมากองกันไว้โคนต้นไม้ แล้วจุดไฟเผาในโพรงไม้นั้น พ่อของนายอติบัณฑิตซึ่งอยู่ในนั้นสำลักควัน รีบหนีตายออกมาจากโพรงไม้แทบไม่ทัน เนื้อตัวดำสกปรกน่าตลก
“เกือบถูกเผาแล้วสิเรา”

 

พ่อนายอติบัณฑิตบ่นพึม ก่อนวิ่งหนีไปด้วยความอับอายที่มีคนจับได้

(อ้างอิงจากhttp://นิทาน.whitemedia.org)