กิจกรรมวันที่ ๒  นักเรียนได้นำเสนองานกลุ่มเกี่ยวกับการตั้งคำถามเรื่องที่นักเรียนจะออกไปเรียนรู้ชุมชนของนักเรียน  มีคุณครูควบคุมไปกลุ่มละ ๒ คน  นักเรียนเข้าใจดีว่าชุมชนของนักเรียนมีสิ่งสำคัญที่จะต้องเรียนรู้และเผยแพร่  รวมทั้งค้นหาความรู้อย่างต่อเนื่อง

          แต่ละกลุ่มมีเรื่องสำคัญเช่นการกำเนิดชุมชน  วัฒนธรรม ประเพณีที่ถือปฏิบัติ   ความเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยู่  อาชีพที่สำคัญของคนในชุมชน  จะเห็นว่าแต่ละกลุ่มมีความสอดคล้องกับ "โครงการปิดทองหลังพระ" ที่กำลังเป็นศูนย์รวมใจในพัฒนาให้กับคนในชุมชน

          สิ่งโดดเด่นของโครงการปิดทองหลังพระคือการทำนาขั้นบันได การปลูกพืช และการเลี้ยงสัตว์โดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียง  ที่คนในชุมชนได้ตระหนักและเข้าถึง  โดยมีสำนักงาน หน่วยงาน และองค์กรอื่น ๆ มาให้ความช่วยเหลือดูแล  และเจ้าหน้าที่จากโครงการหลวงดอยตุง

          นักเรียนได้นำเสนอคำถามของแต่ละกลุ่มแล้วนักเรียนได้ไปยังแหล่งเรียนรู้เพื่อสัมภาษณ์ สอบถาม หาข้อมูลรายละเอียดจากภูมิปัญญา และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ  นักเรียนกลับมารวมกลุ่มเพื่อสรุปและรายงาน

         เนื่องจากอากาศหนาวเย็น  ผู้อำนวยการโรงเรียนจัดให้มี "เวทีรอบกองไฟ"  โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอเรื่องราวที่กลุ่มของตนเองออกไปเรียนรู้  ซึ่งบางเรื่องทำให้คุณครูและผู้อำนวยการถึงกับทึ่งว่า "เพิ่งจะทราบ"

         รายการพิเศษในวันนี้เป็นการแสดงร้องเพลง "ประสานเสียงของนักเรียน"  น้ำตาจะไหลให้ได้  กับความภาคภูมิใจในความสามารถของนักเรียนบนดอยสูง  และชื่นชมในความสามารถของครู  นอกจากนี้นักเรียนที่นี่มีความสามารถเฉพาะด้านหลายอย่างเช่นการกีฬา  ส่วนทางวิชาการก็ไม่อ่อนด้อยเลย 

        รายการของนักเรียนจบแล้วจึงเป็นรายการเหมา ๆ ระหว่างนักเรียนและครูสลับกันไป  หน้าตาของผู้อำนวยการ "ยิ้มไม่หุบ" ตลอดเวลา  ทำให้พวกเราชื่นใจมาจนทุกวันนี้  ติดตามด้วยการปิ้งปลา  และการเผามันเทศ  นับเป็นบรรยากาศชั้นเยี่ยม

         กิจกรรมและความสำเร็จของนักเรียน  ไม่ได้อยู่ที่พวกเรานักจัดค่าย  แต่ทั้งนี้ขอยกคุณงามความดีให้กับผู้อำนวยการโรงเรียน  ผอ.โจ  และทีมงานคณะครู  ที่ได้ติดตามดูแล  พานักเรียนออกไปยังแหล่งเรียนรู้อย่างทั่วถึง  และเป็นพี่เลี้ยงที่ปรึกษาให้แก่นักเรียน  ขอ ยกย่องชมเชยในคุณงามความดีด้วยความศรัทธาอย่างยิ่ง

        ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเปียงซ้อนอกจากวัยวุฒิน้อยแล้วยังถือว่าป็นผู้บริหาร "ป้ายแดง" เพราะเพิ่งจะผ่านไปเพียง ๒ ฝนในความมุ่งมั่นพัฒนา  แม้ว่าเข็มไมล์ยังโลดแล่นไปไม่ไกล  แต่วิสัยทัศน์และมโนสำนึกสุดขอบฟ้า  และคณะครูทุกท่านยังไม่มีวิทยฐานะต่อท้ายว่า ค.ศ.๑ แม้แต่คนเดียว  แต่ทุกท่านทุ่มเทหัวใจเพื่อเด็ก  ทำให้เด็กพัฒนาไปอย่างมีความพร้อมเพรียง  ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านจะรู้สึกอย่างไร  แต่ผู้เขียนเล่าด้วยความสุขใส่ลงไปทุกตัวอักษร

เปียงซ้อคอรัส