หน้าที่ในฐานะคนเป็นพ่อของผมก็คือ มองโลกในแง่ดี และจงมีความหวัง

 

Ico48

 tarkish ครับ ผมได้อ่านโดยละเอียดแล้ว ด้วยความเห็นใจครับ  แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับคำสั่งศาลและสถานสงเคราะห์ รวมทั้งฝ่ายหญิงที่เป็นแม่ด้วย ผมจะลองใคร่ครวญและหารือฝ่ายต่างๆ นะครับว่าจะมีทางออกที่ดีสำหรับเด็กได้อย่างไร

-----------------------------------------------------------------------------------------------

ขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งครับครูหยุย ไม่ว่าจะลงเอยอย่างไร ผมกับลูกก็ได้รับความกรุณาจากครูหยุยแล้วครับ ขอบคุณแทนนีโอด้วยครับผม

 

วันนี้ผมได้ติดต่อไปยังมูลนิธิเด็ก http://www.ffc.or.th

........วัตถุประสงค์ของมูลนิธิเด็กหาอ่านได้จาก http://www.ffc.or.th/info/tell.php

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยติดต่อขอความช่วยเหลือจาก มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก http://www.thaichildrights.org

......วัตถุประสงค์ของมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิหาอ่านได้จากhttp://www.thaichildrights.org/th/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2

  1. สนับสนุนส่งเสริมสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ
  2. ให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองเด็กผู้ถูกละเมิดสิทธิตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ
  3. ศึกษาและเสนอแนวทางในการปกป้องและคุ้มครองสิทธิเด็กในประเทศไทย ให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งองค์การสหประชาชาติ
  4. ร่วมมือกับหน่วยงานที่ทำงานด้านเด็กและสิทธิมนุษยชนและเอกชนในการปกป้อง และคุ้มครองเด็กทุกกรณี

****เอามาให้ดูเผื่อว่าใครกำลังมีความต้องการความช่วยเหลือแต่ยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี สำหรับผมได้ใช้วิธีนี้ในการตัดสินใจเลือกว่าจะติดต่อไปยังหน่วยงานไหนก่อนดี

 

................ผมขอแสดงแนวทางในการแก้ปัญหาของผมเท่าทีผ่านมาให้ครูหยุยได้รับทราบบางส่วน..............

  ข้อ 1.ผมแยกคดีอาญาออกจากคดีที่เกี่ยวกับลูกเพราะคิดว่าอยู่กันคนละศาล อันที่จริงเพื่อเป็นการจัดระเบียบสมอง(ความคิด) เพราะยังไงมันก็เชื่อมโยงกันเพียงแต่ในขบวนการศาลนั้นเค้าแยก ...ผมก็เลยแยกด้วยครับ (จะได้ไม่ฟุ้งซ่านและเป็นระบบขึ้นมาหน่อย..แต่ก็ฟุ้งซ๋านพอสมควร บางทีก็เบลอไปเลย ^_^)

  ข้อ 2.ผมกำหนดวัตถุประสงค์ของตัวผมเองซึ่งก็คือ

      1.ทำหน้าที่พ่อ ....ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกครับว่ามันมีกฏหมายบัญญัติอะไรที่เกี่ยวกับสิทธิเด็กหรือไม่ ผมรู้แต่ว่า ผมเป็นพ่อ

      2.ทำหน้าที่พ่อ ....ผมไม่เคยตั้งคำถามหรอกว่า พ่อ แปลว่าอะไร ต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง แต่ผมมั่นใจว่า พ่อต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ให้ลูกมีชีวิตที่ดี

      3.ทำหน้าที่พ่อ ....นีโอ มีพ่อคนเดียวก็คือ ผม คนอื่นรับฟังเรื่องราวของผม แล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปนั่นก็เพราะว่า นีโอ..เป็นลูกของผม ทำไมเค้าจะต้องสู้เพื่อนีโอ? 

     4.ทำหน้าที่พ่อ ....ผมต้องทำหน้าที่พ่อ โดยเฉพาะตอนที่เค้ายังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แต่ผมช่วยเค้าได้ (ถึงแม้จะยังไม่รู้อนาคตตัวเอง แต่ตอนนี้ผมก็ยังอยู่ปกติสุขดีอยู่)

สรุป.......ถ้าการอยู่สถานสงเคราะห์เป็นผลดีต่อตัวลูกผมก็ยินดีให้เค้าอยู่นานเท่านาน เท่าที่ใครก็ตามอยากให้เค้าอยู่  ตอนนี้ผมได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นพ่อที่ทนดูลูกตัวเองอยู่ในสถานสงเคราะห์ได้ตั้ง 1 ปี 8 เดือนเข้าให้แล้ว 

............แต่ความจริงคือ  สัญชาตญาณบอกผมว่า ผมจะไม่ปล่อยให้ลูกของผมอยู่ในสถานสงเคราะห์เหมือนเด็กกำพร้า ..ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนที่มีพ่อแม่ไม่ควรอยู่ในสถานสงเคราะห์ โดยเฉพาะกรณีที่พ่อหรือแม่ของเด็กต้องการรับผิดชอบทำหน้าที่ของตัวเอง ฉนั้นวัตถุประสงค์หลักก็คือ นำนีโอออกมาจากสถานสงเคราะห์เพื่อให้ความรักความอบอุ่นเลี้ยงดูเอาใจใส่เค้าซึ่งเป็นหน้าที่ที่ผมต้องรับผิดชอบในฐานะพ่อ

    ข้อ 3.กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา

    1. ใกล่เกลี่ย ทำมาตลอดครับ ญาติพี่น้องฝั่งพ่อของฝ่ายหญิงเข้าใจและให้ความช่วยเหลือเต็มกำลังแล้วครับ ทุกคนอ่อนออกอ่อนใจไปตามๆกัน เช่นเดียวกับชาวบ้านแทบทุกคนที่รู้ความสัมพันธ์ของผมกับผู้หญิงต่างให้กำลังใจแต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงเท่านั้น

    ญาติพี่น้องฝั่งแม่ของฝ่ายหญิงรู้ครับว่าอะไรเป็นอะไร ช่วยแก้ต่างให้ฝ่ายหญิง ย้ำชัดและยืนยันว่ายังไงงานนี้ต้นตอก็คือความเลวของผมเท่านั้น พวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าฝ่ายหญิงเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้ทิ้งลูก(แค่บอกว่าลูกตายแล้วเท่านั้นเอง) ที่สำคัญยังพยามบอกกับชาวบ้านด้วยว่าไม่เคยขัดขวางที่ผมจะเอาลูกมาเลี้ยง (......) แม่ของลูกผมก็เล่นตามเกมส์ได้อย่างเคร่งครัด (ถ้าต้องการ เรื่องนี้หาข้อมูลได้ ...ผมคงไม่พูดมากไปกว่านี้จะดีกว่า) 

.......ทุกวันนี้ผมก็ยังหาหนทางที่จะใกล่เกลี่ยอยู่.. ยอมรับว่าจนใจมาก  มีอุปสรรคมากมายเหลือเกินและมีหลายเหตุผลแต่ไม่ขอบรรยายเพราะจะเป็นการให้ข้อมูลฝ่ายเดียว

     2.ทำตามขั้นตอนทางกฏหมายหรือทางศาล...ผมทำตามขั้นตอนแล้วครับ แล้วคนที่นำเขาไปให้สถานสงเคราะห์ก็ขัดขวางผมทุกขั้นตอนแล้วเหมือนกัน ....ผมก็สงสัยและจนปัญญาเช่นเดียวกับหลายๆ คนที่สติยังดีอยู่(และไม่รู้ขั้นตอนของกฏหมาย) ว่า ตกลงหน้าที่ของมารดาคือการให้การเลี้ยงดู และ........(ไม่คิดว่าต้องบรรยายนะครับ) หรือว่าการทำทุกอย่างให้ลูกตัวเองได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับเด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง

    .....เธอมีสิทธิ์ของความเป็นแม่ที่กฏหมายให้อำนาจในการปกครองบุตรได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นที่รู้กันอยู่ใครๆ ก็บอกผม ไม่ต้องเป็นนักสังคมฯ ยังรู้เลย ...แต่เธอขอใช้สิทธิ์ของความเป็นแม่ในการขัดขวางสิทธิ์ของเด็กที่เธอให้กำเนิด ลองย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์ของมูลนิธิต่างๆ ผมก็เลยสงสัยเพราะไม่เห็นมีข้อไหนที่บอกว่า...ข้อ xx.ทำทุกอย่างให้แม่ของเด็กสบายใจ (ไม่ต้องคิดมาก เด็กทารกมันจะรู้อะไร)

 

   ***ภารกิจหลักของสถานสงเคราะห์...(บางแห่ง) มีดังนี้ครับ

1. งานสงเคราะห์เด็ก
2. งานให้บริการทางสังคมแก่เด็กในครอบครัวและชุมชน

 

 .....เอาหน้านี้ไปดูเลยดีกว่า  http://khaenthongbaby.net/index4.html

......แล้วก็มีความรู้ด้านกฏหมายให้ด้วย "กฏหมายน่ารู้(สำหรับเจ้าหน้าที่สถานพินิจ...ล้อเล่นครับ)" http://khaenthongbaby.net/index7.html

 

      ปล. ผมว่า web master ของสถานสงเคราะห์ฯ น่าจะนำเสนอความรู้เรื่อง"พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ 2546" แล้วก็ ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ "บรรพ 5  ลักษณะ2 บิดามารดากับบุตร" ด้วยนะครับ ^_^

 

   ข้อ 4. ลงมือปฏิบัติประเมินและติดตามผลงาน

 

............3 กุมภาพันธ์ 2554 สุภาพสตรีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธเด็กท่านหนึ่ง ได้เปิดโอกาสให้ผมได้ขอความช่วยเหลือและเล่ารายละเอียดต่างๆ ทางโทรศัพท์

           ประเมินสถานการณ์: เจ้าหน้าที่รับเรื่องแต่ไม่รับปากว่าจะช่วยอะไรได้ ข้อเสนอแนะที่ได้รับ อย่างแรกคือ พูดเหมือนเจ้าหน้าที่ที่มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก คือต้องทำตามขั้นตอนทางศาล อดทนรอต่อไป(เหมือนเดิม) ข้อสองหลังจากอ้อนวอนบ้าง ระบายบ้าง...เสนอแนวทางที่ไม่น่าเสนอบ้างหล่ะ(เฮ้อ..) เจ้าหน้าที่ท่านนั้นเลยแนะนำว่าให้ติดต่อมูลนิธิศูนย์พิทักษ์เด็ก เพราะว่าทำงานด้านนี้โดยตรง (...ครับ)  อีกที่ก็คือที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก แนะนำให้ติดต่อไปที่ "สถานีสัญชาติ" และบอกว่าจะช่วยประสานให้

           สรุป....ไม่คืบหน้า

            สิ่งที่ต้องทำต่อไป

-แผนการระยะสั้น (แผนเร่งด่วน)

   ............ศึกษาข้อกฏหมาย ปรึกษานักกฏหมาย (ฟรี เท่านั้น)

   ...........เข้าหาผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อของแฟนก่อน (ตามยุทธวิธีใกล่เกลี่ย...หนักใจมาก) แล้วก็ดูว่าจะทำอะไรได้บ้างกับญาติฝ่ายแม่ของแฟน (ต้องระมัดระวังตัวสุดๆ)

  ............นั่งเล่นเน็ต....หาข้อมูล ค้นหาหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ (ไม่รู้เหมือนกัน...ชักท้อแล้ว)

 ..............ขอความช่วยเหลือจากใครก็ตามทุกครั้งที่เห็นว่ามีโอกาส

  ............ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน

 

-แผนการระยะยาว (กรณียืดเยื้อ)   

  ............รอขั้นตอนกระบวนการชั้นศาล ดำเนินตามขั้นตอนทางกฏหมาย ปรึกษาทนาย           

  ............สร้างรถ Neo Trike นำเสนอแผนธุรกิจ หาผู้ร่วมลงทุน  บริหารงานให้ประสบความสำเร็จ   ยกระดับตัวเองทางสังคม.......หาเงินให้ได้เยอะๆ นั่นเอง (เงินสร้างความแตกต่างได้เสมอ)

  ............หาวิธีรับมือกับพฤติกรรมและผลกระทบทุกอย่างกรณีที่ลูกต้องเติบโตจนรับรู้ข้อพิพาทปัญหาต่างๆ ได้ หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

             

   ข้อ 5. วิเคราะห์หาความรู้และแนวทางใหม่ๆ ที่จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หลักได้

         .....

 

******************ได้โปรดช่วยลูกผมด้วยครับครูหยุย*********************

 

http://www.youtube.com/watch?v=pp6_N-qOyCU   คลิปสัมภาษณ์แม่เลี้ยงของนีโอ