อัญเชิญพระสุก พระเสริม และพระใส ...

ช่วงตรุษจีนนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขสมหวังดังตั้งใจปรารถนา มีเสียงจุดประทัดดังตามเมืองใหญ่...

แสงไฟจากการจุดยามค่ำคืนเลยนึกถึงเรื่องนี้...คือ...

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของหลวงพ่อพระใสเรื่องมีอยู่ว่า...ในอาณาจักรล้านช้างมีการสร้างพระคู่บ้านคู่เมืองประจำเจ้าผู้ครองเมืองจึงได้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ไม่มีองค์ใดเทียมได้ พระองค์นี้ยังคงประดิษฐานอยู่เมืองลาวจนปัจจุบัน  การสร้างพระองค์ตื้อเสร็จแล้วยังมีส่วนเหลือจึงนำเอามาสร้างพระได้อีก 3 องค์คือ พระสุก  พระเสริม  และพระใส เอาชื่อพระธิดา 3 องค์ของเจ้าผู้ครองเมืองล้านช้างมาเป็นชื่อเรียกพระ 3 พี่น้องดังกล่าว

ช่วงที่หล่อพระทั้ง 3 องค์นี้พระเณรได้เวลาไปฉันเพลมีตาปะขาวมาขอสูบเตาหลอมให้  ปรากฏต่อสายตาผู้คนว่ามีตาปะขาวมาช่วยกันตรงนั้นเต็มไปหมดมาช่วยเททองหล่อพระทั้ง 3 องค์จนแล้วเสร็จแล้วตาปะขาวเหล่านั้นอันตรธานหายไป

ต่อมาพระใสที่อยู่เมืองล้านช้าง ในสมัยอาณาจักรธนบุรีได้อัญเชิญมาไว้ที่เมืองเวียงคำ และอัญเชิญต่อมาให้อยู่เมืองเวียงจันทร์

พอยุค ร. 3 ให้อัญเชิญพระสุก  พระเสริม  และพระใส มาสู่อาณาจักรสยาม โดยอัญเชิญขึ้นแพไม้ไผ่ล่องมาตามลำน้ำงึม พอออกปากน้ำงึมสู่ลำแม่น้ำโขงตรงเฉียงบ้านหนองกุ้ง อ. โพนพิสัย จ. หนองคายในปัจจุบัน ได้เกิดอัศจรรย์มืดฟ้ามัวฝนท้องน้ำปั่นป่วนแพแยกแตกพระสุกไหลลงลำน้ำโขงหายไปตรงนั้นยังคงเรียกว่า...เวินพระสุก... เหลือพระเสริมและพระใสอัญเชิญขึ้นฝั่งไทยได้ ใส่เกวียนไปถึงตรงวัดโพธิ์ชัยในปัจจุบันปรากฏว่าเกวียนตกหลุมหักยก ดัน ไม่ไปไหน พระใสแสดงปาฏิหาริย์อยากอยู่ที่นั้นเลยได้อยู่วัดโพธิ์ชัยกลางเมืองหนองคายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของคนสองฝั่งโขง  ส่วนพระเสริมได้อัญเชิญไปถึงกรุงเทพ ฯ ได้อัญเชิญไว้ที่วัดประทุมวนารามจนทุกวันนี้  นั้นคือเรื่องเล่าพระ 3 พี่น้อง

ตอนนั่งคุยกับคนขับรถบัสในกลางกรุงเวียงจันทร์วันนั้นได้คุยกันเรื่องบั้งไฟพญานาค  เขาว่าในบวกควายฝั่งลาวและไทยยังเกิดแสงพุ่งขึ้นมา แม้กลางหนองน้ำในทุ่งนาก็ยังเกิดแสงนี้ไม่เฉพาะเพียงเกิดขึ้นตามลำแม่น้ำโขงเท่านั้น...แล้วหลายคนที่คุยกันต่อมาว่ามันเกิดแสงไฟนี้แต่เมื่อไหร่ หลายคนก็บอกทำนองเดียวกันว่า...ตั้งแต่พระสุกลงไปอยู่ในลำแม่น้ำโขงพอถึง 15 ค่ำออกพรรษาก็เกิดปรากฎการณ์นี้ตลอดมาโดยเกิดตรงที่พระสุกประทับอยู่และบริเวณใกล้เคียงนั้นแล...