เรื่องของเมตตานั้นเกิดที่จิต กรุณาก็เช่นกันคุณธรรมทั้งสองนี้แทบ จะเรียกได้ว่าเหมือนพี่ น้องฝาแฝด ต้นเหตุของ กรุณา อยู่ที่การประสบกับอารมณ์ทุกข์ของคนสัตว์เหมือนกัน พบ เห็นแล้วเกิดจิตเมตตาอยากช่วยให้สัตว์บุคคลนั้นพ้นไปจากทุกข์แล้วกรุณาก็เกิดติดตามมาคือ การลงมือกระทำทั้งกายวาจาใจช่วยเหลือสัตว์บุคคลนั้นทันที หรือเมื่อมีโอกาส ดังนั้น กรุณา จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยเมตตาเป็นตัวนำร่อง แต่เมตตานั้นเกิดขึ้นโดยลำพังไม่ต้องมีกรุณาประกอบก็ได้

 

 

 

 

 

 

เช้าแก่ๆ ที่แสงแดดเริ่มส่องสว่างจัดจ้า

ดิฉันโผเผจากที่นอนห้องนอนชั้นบน

ลงบันไดมาชั้นล่างตามปกติ

เมื่อคืนนอนดึกมากๆ เพราะแชทกับเพื่อน

ที่ไปเรียนปริญญาเอกที่ University of Bristol

เมืองBristol ประเทศอังกฤษ

ลูกชายวิ่งตื๋อลงมาก่อนครู่ใหญ่

ดิฉันบอกให้เขาขึ้นไปเก็บที่นอนก่อน

เป็นหน้าที่ประจำของเขาค่ะ

เขาก็เต็มใจทำอย่างดี แต่บางครั้งก็ต้องบอก

..

 

 

ดิฉันตรงมาเปิดประตูหน้าบ้านที่ล็อคกุญแจไว้

ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือ..

รังนกกินปลีอกเหลืองลงมานอนแอ้งแม้ง

กองอยู่บนพื้นข้างล่าง

ดิฉันตกใจมาก รีบไขกุญแจเปิดประตู

และเรียกลูกชายลงมาดู

หนุ่มน้อยวัย ๑๐ ขวบ ตกใจหน้าเหยเกเหมือนจะร้องไห้

เราเข้าไปดูกันใกล้ๆ รังนกไม่มีไข่อย่างที่ลูกบอก

ดิฉันคิดไปสองทาง ลูกดูผิดหรือข้างบ้านขโมยไข่นก

..

 

 

ดิฉันถามว่าตอนลูกลงมาก่อน

เปิดม่านประตูหน้าบ้าน ลูกเห็นรังนกบนพื้นไหม

ลูกชายตอบว่าไม่เห็น หรือเขาไม่ได้สังเกต

จะเป็นเพราะแรงลม หรือเพื่อนบ้านแกล้งนกหนอ

..

 

 

ช่างเถอะนะ..ใครเลยจะรู้คำตอบ

แต่ภาพที่สะเทือนใจคือ..

พ่อแม่นกกลับมาที่รัง ร้องเสียงดังกว่าปกติ

ดิฉันถ่ายรูปไว้ ไม่สามารถเห็นสีหน้าชัดๆ

ว่าพ่อแม่นกวิตกกังวลเพียงใด

รู้แต่ว่าสงสารพวกเขาจับใจ

พวกเขายังคาบวัสดุมาทำรังต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

ทำให้ดิฉันได้รูป "นกตัวผู้ที่มีสีน้ำเงินช่วงคอถึงอก"

เดาว่าแม่นกคงไปเรียกพ่อนกมาช่วยทำรังใหม่

..

 

 

เอาล่ะ..เป็นไงเป็นกัน..

ใครจะว่าฝืนธรรมชาติก็ว่าไป

ดิฉันตัดสินใจปฏิบัติการกอบกู้รังนกกับลูกชาย

บอกลูกว่าแม่จะลองช่วยนกซ่อมรัง

ลูกช่วยเอาไหมสีน้ำเงินมาผูกรังนก

ไว้กับกิ่งเมเปิ้ลพลาสติคทั้งด้านล่างด้านบน

ดังที่เห็นในภาพค่ะ..

..

 

 

 

พวกเราแม่ลูกเฝ้ารอพักใหญ่

นกยังไม่บินกลับมาเลย ตกใจกันหรือเปล่า

ที่รังนกเดิมมีปีก กลับขึ้นไปอยู่ที่เดิมได้

ดิฉันมั่นใจว่า พวกเขาบินดูอยู่ห่างๆ

พวกเราแม่ลูกรู้สึกกังวลใจว่า

พ่อแม่นกจะยอมรับรังที่พวกเรากอบกู้ไหม

"ไม่เป็นไรนะ" ดิฉันปลอบลูกชวนไปทานข้าวกันก่อน

แล้วก็พาลูกออกไปทานก๋วยเตี๋ยวใกล้บ้านกัน

..

 

 

เสียง "จิ๊บๆๆ" หวานเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล

เมื่อพวกเรากลับมาถึงบ้าน หลังจากอิ่มท้องแล้ว

กลับมาคืนรังแล้วหรือ..เจ้าจิ๋วหลิวคู่ขวัญ

ดิฉันกับลูกเฮ เมื่อเห็นนกกลับมาทำรังที่กอบกู้กันไว้

รู้สึกดีใจที่พวกเขาไม่ย่อท้อสู้ต่อไป

แสดงว่าเขายังไม่ออกไข่ถึงได้ทำรังกันต่อ

..

ดิฉันรู้สึกถึงธรรมะข้อ "เมตตาธรรม"

รู้สึกมีความสุขอย่างที่สุด ลูกชายก็เข่นกัน

ขอนำธรรมะข้อ "พรหมวิหารสี่และข้อเมตตาธรรม"

คัดจากบทความของเวบธรรมะที่เชียงใหม่

http://www.vipassanacm.com/th/view_story.aspx?id=22

 

 

 

 

 

"เรื่องของเมตตานั้นเกิดที่จิต กรุณาก็เช่นกันคุณธรรมทั้งสองนี้แทบ   

 จะเรียกได้ว่าเหมือนพี่ น้องฝาแฝด ต้นเหตุของ กรุณา อยู่ที่การ

 ประสบกับอารมณ์ทุกข์ของคนสัตว์เหมือนกัน พบ เห็นแล้วเกิดจิต

 เมตตาอยากช่วยให้สัตว์บุคคลนั้นพ้นไปจากทุกข์แล้วกรุณาก็เกิด

 ติดตามมาคือ การลงมือกระทำทั้งกายวาจาใจช่วยเหลือสัตว์บุคคลนั้น

 ทันที หรือเมื่อมีโอกาส ดังนั้น กรุณา จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยเมตตา

 เป็นตัวนำร่อง แต่เมตตานั้นเกิดขึ้นโดยลำพังไม่ต้องมีกรุณาประกอบ

 ก็ได้"

 

"มุทิตาคือ จิตที่พลอยยินดีไปกับวาระหรือเหตุที่ทำให้เกิดผลของความ

 สุขเกิดขึ้น มุทิตาจึงมี สุขเป็นอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นสุขของเราหรือสุข

 ของผู้อื่น

"เมื่อความสุขนั้นเกิดขึ้น เราก็เกิดจิตพลอยยินดีไปกับเขาด้วย เป็นจิต

 ที่ชื่นชมโสมนัสที่ ประกอบด้วยปัญญา ที่รู้ในเหตุแห่งความสุขนั้นเกิด

 ขึ้นต้องเป็นกุศลเหตุ คือ ต้องกระทำ ความดีงามมาแน่ๆในอดีต เรียก

 ว่าอดีตเหตุ"ปัจจุบันผล เขาจึงได้รับผลของกุศลเหตุนั้น

 

"เรื่องของอุเบกขาจึงเป็นเรื่องของปัญญาในระดับสูง ที่เข้าใจในเรื่อง

 กรรมที่เรียก ว่า “กัมมสกตาปัญญา” คือ ปัญญาที่รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายนั้น

 มีกรรมเป็นของตน ปัญญาที่รู้เห็นอย่างนี้จะทำให้เกิด อุเบกขาจิต คือ

 จิตที่วางเฉย" อุเบกขาก็คือคุณธรรมในการกำกับกรรม การกระทำทั้ง

 หลายให้ถูกต้องตรงทาง

 

 และทั้งหมดนี้คือเรื่องของคุณธรรมที่เป็นคุณค่าแห่งชีวิต

..พรหมวิหารสี่..

..

สำนวนภาษาอังกฤษที่นำมาฝากในบันทึกวันนี้

"A bird in the hand is worth two in the bush "

จากhttp://www.goenglish.com/abirdinthehandisworthtwointhebush.asp

ของที่อยู่ในมือ นั้นแน่นอนกว่าของที่มีค่ามากกว่าแต่เราอาจจะไปเอามาไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ควรเสี่ยงยอมสูญเสียสิ่งที่อยู่ในมือ เพื่อแลกกับสิ่งที่เราอยากจะได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับหรือไม่

 A bird in the hand is worth two in the bush means that it is better to keep what you have than to give it up and try to get something better. Example: "Dan has asked me to go to a party with him. What if my boyfriend finds out? I don't know if I should go." Reply: "Don't go. A bird in the hand is worth two in the bush."

The thing that you already have is a bird in the hand; the things you want but don't have are two (birds) in the bush. You should not risk losing what you have by trying to get something that you don't have. Example: "I've been offered $250 for my stereo. Should I take it, or wait for a better offer?" Reply: "Take the $250. A bird in the hand is worth two in the bush."

A bird in the hand is worth two in the bush means that we should be happy with what we have and not risk losing it by being greedy and trying to get more.

 

 ขอให้ "คู่นกกินปลีอกเหลือง" สร้างรังฟักไข่สำเร็จค่ะ