ไม่ปล่อยให้ความคิดอื่นแทรกเลยนะ ไม่นานหรอกทุกข์หายเลย

ถามพระเรื่องฆ่าตัวตาย-4

โสภณ  เปียสนิท

.........................................

 

                              พระมองหน้าผมด้วยเมตตาจิต และสอนต่อ “เวลาทุกข์หนักลองภาวนา “สัมมา อรหัง” หรือ “พุทโธ” เอาแบบจริงจังนะ ไม่ปล่อยให้ความคิดอื่นแทรกเลยนะ ไม่นานหรอก ทุกข์หายเลย” “เป็นการแย่งชิงพื้นที่ทางความคิด” “ใช่ อย่าปล่อยให้มันคิดเรื่องไม่ดี (บาป) ให้คิดแต่เรื่องดี (บุญ) ไม่นานทุกข์จะหายไป” ช่างเป็นวิธีแก้ปัญหาแบบเกลือจิ้มเกลือดีแท้ นิ่งคิดตรองตามคำพระสอนด้วยความชื่นชมในวิธีอันชาญฉลาด เมื่อคนเราทุกข์เพราะความคิด ก็ทำให้ใจหยุด โดยให้คิดเรื่องบุญแทน

 

                                  พระเห็นว่าผมนิ่งคิดอยู่จึงสอนต่อ “หรือวิธีแก้ทุกข์อีกทางหนึ่งคือ “กำหนดรู้” เช่นการกำหนดว่า “ทุกข์หนอ” ไปเรื่อยๆ ยิ่งทุกข์ยิ่งตามดูทุกข์ ว่าทุกข์เป็นแบบนี้ แบบนี้ เกิดขึ้นอย่างนี้ เพราะเหตุนี้ ยิ่งดูยิ่งรู้ ยิ่งรู้ก็ยิ่งดู ไม่นานทุกข์ก็ดับไปตามธรรมชาติของทุกข์” โอ้โห พระพุทธองค์ทรงแนะนำทางไว้ให้แก้ทุกข์อย่างดี แต่คนมักไม่รู้ และน้อยคนจะนำวิธีแก้ทุกข์มาใช้ “แล้วทุกข์หายไปตอนไหนครับ” “ตอนที่เราไม่ทุกข์” พระตอบง่ายๆ แต่ผมงง ท่านช่วยอธิบายต่อ “กำหนดรู้ทุกข์คือใช้ทุกข์เป็นครู เห็นไหม ทุกข์กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ คราวนี้พอไม่ทุกข์ขึ้นมาก็คิดถึงทุกข์” “อย่างนี้ทุกข์กลายเป็นของดีไป” “เห็นไหม หากเรารู้จักใช้ประโยชน์ ทุกอย่างก็ดีได้ เคยมีเรื่องเล่านะโยม”

 

                                       พระท่านกล่าวนำให้ผมถาม “เล่าอย่างไรครับท่าน” ผมพนมมือถามเหมือนเคย “พระรูปหนึ่งฝึกนั่งสมาธิ แรกๆ ปวดเมื่อยหนัก ก็ทุกข์ใจ เลยใช้วิธีนั่งดูความเจ็บปวด จนเริ่มชินจิตสงบอยู่กับการดูรู้ทุกข์ แต่ปัญหาคือ เมื่อเคยชินก็ไม่ปวดเมื่อยไม่ทุกข์ ท่านเลยนำหินก้อนเล็กมาวางไว้ใต้ผ้าปูนั่ง แล้วกำหนดทุกข์คือความเจ็บปวดนั้น ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย เห็นไหม ท่านใช้ทุกข์ให้เป็นประโยชน์ในการฝึกสติ”

 

                                    ในบางส่วนของความรู้สึกยังมีคำถาม “กรรมอะไรทำให้คนฆ่าตัวตายครับ” “ตอบง่ายนะโยม กรรมแห่งฆ่าผล่าผลาญชีวิต ผู้ฆ่าย่อมถูกฆ่า” นึกถึงสาวอ้อยอาจเป็นเพราะกรรมทำแท้งลูกของตน คนเก่าคนแก่เคยบอกให้ฟังว่า บางทีวิญญาณของลูกที่ถูกฆ่าผูกอาฆาตติดตามไปทุกหนแห่ง ไม่ยอมอโหสิกรรม “เข้าใจแล้วครับท่านอาจารย์” หากเธอฟังพระสอนเหมือนที่ผมได้ฟัง เธออาจเข้าใจคำพระสอน และแก้ทุกข์ของเธอได้  แต่โชคร้ายที่เธอไม่ได้ฟัง หวังว่าบุญแห่งความหวังดีของแม่ ความหวังดีของคณาจารย์ ความหวังดีมีเมตตาของเพื่อนพ้อง และบุญในตัวเธอเองจะประคับประคองให้เธอพ้นทุกข์ครั้งนี้ไปด้วยดี