สองว้นก่อนมีหมอดูลายมือ และดูกราฟชีวิต เดินเข้าไปในโรงเรียนโดยบังเอิญ เมื่อเจอหน้าฉันขณะที่กำลังสาละวน จัดป้ายนิเทศหน้าห้องเรียน  หมอดูก็ทักทาย  และบอกว่า ฉันหน่ะเป็น "กระต่ายแสนซน" ฉันก็ออกจะงง ๆ ปกติเป็นคนไม่ชอบเรื่องแบบนี้เอาซะเลย จึงไม่ค่อยสนใจมากนัก  หมอดูยังพูดต่อโดยทีฉันยังมิได้เอ่ยปากถามอะไรเลย สรุปได้ว่า ฉันหน่ะเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบการเดินทาง อยู่ที่ใดก็จะไม่เกิน ๑๐ ปี ก็จะต้องโยกย้าย เออ จริงแฮะ  ฉันเริ่มคล้อยตาม ในที่สุดก็ยอมให้หมอดู ดูลายมือ เขียนกราฟชีวิตให้ สรุปได้ว่า ปีนี้เป็นปี "ขาขึ้น" ของฉัน  ฉันจะได้มีโอกาสทำบุญมากกว่าปีอืน ๆ

         การเป็นกระต่ายแสนซนนี้เอง ทำให้ฉันต้องซึมซับวัฒนธรรมสองภาค คือภาคกลางและภาคใต้ ตอนเด็ก ๆ พวกเราจะแข่งกันท่องบทกรวดน้ำบทใหญ่ ใครท่องได้ถือว่าสุดยอด  ฉันไม่แน่ใจนักว่าตอนเด็ก ๆ ท่องได้หรือเปล่า แต่ตอนจัดพิธีงานศพคุณพ่อ ลูก ๆ หลานจะต้องกรวดน้ำให้คุณพ่อว้นละสามครั้ง  ทุกคนสวดเสียงดังมาก จนฉันตกใจ ส่วนฉันคงเป็นลูกสาวคนเดียวที่ไม่สามารถท่องบทกรวดน้ำบทนี้ได้(ตอนท่อง ท่องเฉพาะภาษาบาลี)

 

      อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา
= ด้วยบุญนี้ อุททิศให้ อุปัชฌาย์ ผู้เลิศคุณ
อาจะริยูปะการาจะ มาตาปิตา จะ ญาตะกา ( ปิยา มะมัง )
= และอาจารย์ ผู้เกื้อหนุน ทั้งพ่อแม่ และปวงญาติ
สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ
= สูรย์จันทร์ และราชา ผู้ทรงคุณหรือสูงชาติ
พรัหมะมารา จะ อินทา จะ โลกะปาลา จะ เทวะตา
= พรหม มาร และอินทราช ทั้งทวยเทพ และโลกบาล
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
= ยมราช มนุษย์มิตร ผุ้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
= ขอให้สุขศานติ์ทุกทั่วหน้า อย่าทุกข์ทน บุญผองที่ข้าทำจงอำนวยศุภผล
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง
= ให้สุขสามอย่างล้น ให้ลุถึงนิพพานพลัน

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิเสนะ จะ
= ด้วยบุญนี้ที่เราทำ และอุทิศให้ปวงสัตว์
ขิปปังหัง สุละเภ เจวะ ตัณหุปาทานะเฉทะนัง
= เราพลันได้ ซึ่งการตัด ตัวตัณหา อุปาทาน
เย สันตาเน หินา ธัมมา ยาวะ นิพพานะโต มะมัง
= สิ่งชั่วในดวงใจ กว่าเราจะถึงนิพพาน
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว
= มลายสิ้นจากสันดาน ทุกๆ ภพ ที่เราเกิด
อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิริยัมหินา
= มีจิตตรง และสติปัญญาอันประเสริฐ พร้อมทั้งความเพียรเลิศเป็นเครื่องขูดกิเลสหาย
มารา ละภันตะ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุ เม
= โอกาส อย่าพึงมี แก่หมูมารทั้งสิ้นทั้งหลาย เป็นช่องประทุษร้ายทำลายล้างความเพียรจม
พุทธาทิปะวะโร นาโถธัมโม นาโถ วะรุตตะโม
= พระพุทธผู้วรนาถ พระธรรมที่พึ่งอุดม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง
= พระปัจเจกะพุทะสมทบ พระสงฆ์ ที่ผึ่งพยอง
เตโสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มา
= ด้วยอานุภาพนั้น อย่าเปิดโอกาสให้แก่มาร ( เทอญ

เป็นบทสวดที่ยากมาก ๆ สำหรับฉัน ก็จากบ้านเกิดไประเหเร่ร่อนอยู่

ที่อื่น เกือบ ๆ ๓๐ ปีแล้ว ทุกวันนี้ส่วนมากตักบาตรตอนเช้าเสร็จ

ก็ใช้บทนี้ค่ะ (เหมาะกับสภาพการเร่งรีบไปทำงาน)

 

 

กรวดน้ำแบบย่อ 
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโยฯ

ขอผลบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของ ข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า

จงมีความสุข สุขใจเถิดฯ  

ต่อด้วยบทนี้ค่ะ 

คำอุทิศส่วนกุศล  

 ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอุทิศผล .....บุญกุศลแผ่ไปให้ไพศาล
ถึงบิดามารดาครูอาจารย์ .....ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย .....มีส่วนได้ในกุศลผลของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ .....ขอให้ท่านได้กุศลผลนี้เถิด

 

 

        ต่อมาได้ไปทำบุญที่วัดทางสายบ่อย ๆ ก็เจอคำกรวดน้ำภาษาไทยโบราณ จากหน้งสือ พุทธธรรมสถานอุทยานวัดทางสาย คือบทนี้ค่ะ

             บุญทานที่ทำ กลายเป็นข้าวน้ำ เครื่องทิพย์นานา เป็นวิมานทอง เรืองรองโสภา กับทั้งนางฟ้า พันหนึ่งบริวาร
เครื่องทิพย์ครั้งนี้ ส่งถึงชนนี บิดาอย่านาน
ถึงญาติทุกหมู่ ครูบาอาจารย์ พ้นทุกข์อย่านาน ได้วิมานทอง
ฝูงเปรตทั้งหลาย นรกอสุรกายน หมู่สัตว์ทั้งผอง
เต่าปลาปูหอย กุ้งน้อยเนืองนอง จงตั้งใจปอง รับเอาส่วนบุญ
สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ตัวเรานี้ไซร์ ได้กระทำทารุณ
ด้วยกายน้ำใจ ฝากไว้เป็นทุน รับเอาส่วนบุญ อย่าเป็นเวรกรรม
อินทราเทวา อีกทั้งพรหมา ท้าวเวสสุวรรณ
พระภูมิเจ้าที่ พระอาทิย์พระจันทร์ พระอังคารพุธธัญ พฤหัสบดี
พระศุกร์พระเสาร์ เทพเจ้าทั้งหลาย สิบสองราศี
พระยมพระกาฬ จตุโลกบาลทั้งสี่ ครุฑานาคี กินรีกินนรา
เทพเจ้าทั้งหลาย ทั้งหญิงทั้งชาย จงอนุโมทนา
รับเอากุศล ผลบุญนี้หนา ทั้งพสุธา คงคาวารี
ชื่อว่าเข็ญใจ ขอจงอย่าได้ ไปบังเกิดมี
ความยากอย่าได้เห็น ขอให้เป็นเศรษฐี คฤหบดี มนตรีพระยา
คนพาลอย่าได้พบ ขอให้สบ คนมีปัญญา
เดชะกุศล ให้พ้นอสุรา ขอให้ตัวข้า พบพระศรีอาริย์
ได้ฟังคำสอน จิตใจโอนอ่อน สำเร็จอย่านาน
ลุถึงเมืองแก้ว กล่าวนิพพาน ดับชาติสังขาร จากโลกโลกีย์

 

          การกรวดน้ำ คือ การตั้งใจอุทิศบุญกุศล ให้แก่ผู้ล่วงลับพร้อมกับรินน้ำเป็นเครื่องหมาย และเป็นเครื่องรวมกระแสจิตใจอุทิศนั้นแน่วแน่ วิธีนิยม ทำกันดังนี้ เริ่มต้นเตรียมน้ำสะอาดใส่ภาชนะไว้พอสมควร จะเป็นคณฑี ขวดเล็ก แก้วน้ำ หรือขัน อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ พอพระสงฆ์เริ่ม อนุโมทนาด้วยบท ยถา... ก็เริ่มกรวดน้ำ โดยตั้งใจ นึกอุทิศส่วนบุญ มือขวาจับภาชนะน้ำริน ใช้มือซ้ายประคอง แล้วว่าบทกรวดน้ำในใจไปจนจบ พอพระรูปที่ ๒ รับว่า "สัพพีติโย" ก็หยุดหลั่งน้ำกรวด แล้วเทน้ำ กรวดที่ยังเหลืออยู่นั้นลงในภาชนะที่รองรับน้ำให้หมด แล้วประณมมือรับพร การหลั่งน้ำกรวด ถ้าเป็นพื้นดินควรหลั่งลง ในที่สะอาดหมดจด ถ้าอยู่บนเรือนหรือสถานที่ ที่ไม่ใช่พื้นดิน ต้องหาภาชนะอื่นที่สมควร เช่น ถาดหรือขัน เป็นต้น รองน้ำกรวดไว้เสร็จแล้วจึงนำไป เทลงดินตรงที่สะอาด อย่าใช้กระโถนหรือภาชนะสกปรกรองเป็นอันขาด เพราะน้ำที่กรวดเป็น สักขีพยานในการทำบุญของตนว่าทำด้วยใจสะอาดจริง ๆ